การจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
อ่านข่าวครูเตรียมเฮ! ที่ประชุม ก.ค.ศ.เตรียมเพิ่มสวัสดิการ เล็งให้บำนาญ 7 ขั้น กรณีตายในหน้าที่ พร้อมเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา(อ.เทพา สะบ้าย้อย นาทวี จะนะ) มีวิทยฐานะชำนาญการ และเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจสำหรับครู
ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติหลักการร่างหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ แก่ครอบครัวของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา77 เนื่องจากว่าสมาพันธ์ครูแห่งประเทศไทยได้ร้องขอ ศธ.ให้จัดสวัสดิการให้ครู ในกรณีพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักเกณฑ์ อาทิ การให้บำเหน็จบำนาญ 7 ขั้น และกรณีจะต้องดูแลสวัสดิการของครอบครัว เป็นต้น ซึ่งอนุมัติหลักการนี้มีผลใช้กับครูทั่วไป แต่ตนก็สั่งได้ให้มีการปรับปรุงตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯ และให้สำนักงาน ก.ค.ศ.เสนอเรื่องเพื่อนำเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ในวันที่ 3 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ ยังได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา(อ.เทพา สะบ้าย้อย นาทวี จะนะ) มีวิทยฐานะชำนาญการ และเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจสำหรับครู พร้อมทั้งได้เปลี่ยนกำหนดการประเมินด้านที่ 3 ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ ข้อจำกัดตามสภาพความยากลำบากในการปฏิบัติงาน อาทิ ครูให้พิจารณาจากการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาวิชาการ ผลที่เกิดกับผู้เรียน และผลการปฏิบัติงานหน้าที่ เป็นต้น และส่วนข้าราชการชำนาญการพิเศษให้ประเมินจากผลงานที่ประสบความสำเร็จที่เป็นเชิงประจักษ์ โดยให้พิจารณาจากผลงานไม่น้อยกว่า 1 รายการ อย่างไรก็ตามคุณสมบัติการประเมิน การพัฒนาปรับปรุงและเกณฑ์ การยื่นคำขอส่วนใหญ่ยังใช้หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินของภาคใต้และ ว.17/2552 เดิม
ขอแสดงความยินดีกับสวัสดิการครูใหม่อีกครั้งครับ นอกจากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในพิธีเปิดประชุม “จังหวัดและชุมชนท้องถิ่นจะปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาได้อย่างไร” จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ว่า การขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยเป็นงานที่ต้องใช้เวลาดำเนินการยาวนานกว่าอายุรัฐบาลชุดนี้ และถึงแม้จะมีการยุบสภาการปฏิรูปการศึกษาก็จะต้องเดินหน้าต่อไป ขอเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาคือคุณภาพคน ซึ่งเรื่องนี้ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่และชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม บางคนมองว่านโยบายเรียนฟรีที่รัฐบาลดำเนินการจะทำให้วิกฤติการศึกษาหมดไป ทั้งที่ความจริงเป็นการยกระดับให้ดีขึ้น เพราะยังมีเด็กที่หลุดจากระบบการเรียนกว่าครึ่งหนึ่งของเด็กวัยเดียวกัน ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาแม้จะมีนโยบายด้านเด็กและเยาวชนแต่ก็ยังไม่เพียงพอ จึงมีการตั้ง สสค.ขึ้น เพื่อระดมพลังจากหลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในการยกระดับคุณภาพการศึกษาคือครู ไม่ใช่ซื้อคอมพิวเตอร์ หรือเพิ่มตัวเลขงบประมาณ จึงเป็นที่มาของโครงการครูสอนดี ที่ สสค.กำลังดำเนินการ โดยให้ชุมชนท้องถิ่นร่วมกันคัดเลือกครูเพื่อยกย่องเป็นต้นแบบและขยายผลสู่การมีครูคุณภาพมากขึ้น โดยหลักเกณฑ์ที่สำคัญคือ สอนเป็น เห็นผล คนยกย่อง ซึ่งในปี 2554 จะเกิดครูสอนดีขึ้น 20,000 คน หรือเฉลี่ยตำบลละ 2-3 คน มีการมอบรางวัลให้ครูสอนดีรายละ 10,000 บาทในช่วงปลายปีนี้ และมอบรางวัลทุนครูสอนดี 600 ทุนให้ขยายผลการทำงานในระยะ 3 ปีตั้งเป้าหมายดำเนินการใน 15 จังหวัด และบางจังหวัดที่มีความพร้อมของท้องถิ่นก็จะกำหนดให้เป็นพื้นที่ปลอดเด็กที่ตกหล่นจากการศึกษา ส่วนความกังวลถึงงบประมาณ 710 ล้านบาทที่ใช้ระบบยืมเงินจากกระทรวงการคลังก่อนเพื่อดำเนินโครงการ ซึ่งจะเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติในวันที่ 3 พ.ค.นี้ รวมทั้งเมื่อยุบสภามีการเลือกตั้งใหม่ โครงการนี้จะมีอุปสรรคหรือไม่ ตนเชื่อว่าหากทุกคนขับเคลื่อนเรื่องนี้และส่งเสียงดังๆ ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่จะปฏิเสธงานสำคัญต่อสังคมและมีความหมายต่อประเทศชาติ.
เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องติดตามครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณครับ
เป็นกำลังให้ครูใต้ทุกๆท่านค่ะ ทำไมต้องทำร้ายครูก็ไม่รู้สิ