การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 1 / 2554 วันที่ 14 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 13.30-15.00 น. ห้องประชุมพันธุมจินดา ชั้น3 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

         การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มงานพยาธิวิทยาในครั้งนี้ถือว่าเรื่องที่ดีที่ทำให้บุคคลากรในกลุ่มงานได้รู้จักเครื่องมือใหม่ๆที่นำมาใช้ในกลุ่มงาน โดยคุณพล กองแก้วได้เป็นวิทยากรนำเรื่องราวของRobot Technology …นวัตกรรมเพิ่มความแม่นยำในการรายงานผลทางเซลล์วิทยา มาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งมีผู้สนใจจำนวนมากและเป็นความภาคภูมิใจของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

  

                    

  

 

ความคลาดเคลื่อนเรื่อง Robot Technology 

เนื่องมาจากผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติได้เป็นประธานเปิดตัว .” Robot Technology for Cervical Cancer Screening” เมื่อวันที่ 8 ก.พ.54 ณ.โรงแรมแกรนด์มิเลเนียม สุขุมวิท ทางสื่อต่างๆ ทีวี นิตยสาร และสิ่งพิมพ์ต่างๆ จากข่าวที่ออกไปมีความคลาดเคลื่อนเข้าใจว่าเป็นหุ่นยนต์ที่มาใช้ในการตรวจภายใน ซึ่งปรากฏว่ามีผู้สนใจจำนวนมากโทรมาสอบถามที่ประชาสัมพันธ์ โดยเข้าใจว่า Robot Technology นี้เป็นหุ่นยนต์ที่จะมาช่วยแพทย์ในการตรวจภายในโดยให้หุ่นยนต์ทำแทน ซึ่งผู้รับบริการส่วนมากที่ไม่อยากตรวจภายในเหตุผลคืออายแพทย์ผู้ตรวจ เมื่อเข้าใจว่าเป็นหุ่นยนต์ก็เลยน่าสนใจ

 

ความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ 

 เนื่องจากเครื่องมือ ThinPrep Imaging System เป็นเครื่องมือที่ช่วยนักเซลล์วิทยา ในการดูเซลล์ 22 จุดสไลด์ จากเดิมที่ต้องอ่าน 100 จุดสไลด์ ซึ่งจะใช้เวลาในการปฏิบัติงานน้อยลงมีความแม่นยำสูงขึ้นและมีความผิดพลาดน้อยมากเมื่อเทียบกับการตรวจแบบปกติ

 

            

 

ตัวเครื่องและการทำงาน 

เครื่องนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองหาเซลล์ที่ผิดปกติเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสามารถตรวจพร้อมกันได้ 250 ตัวอย่างและมีความผิดพลาดน้อยมากเมื่อเทียบกับการตรวจแบบปกติ

การตรวจด้วยวิธีดังเดิม มีข้อจำกัดหลายประการ เช่น เซลล์บางส่วนเท่านั้นจะถูกป้ายลงบนกระจกสไลด์ ในขณะที่เซลล์มากกว่า 80 % ติดบนอุปกรณ์เก็บแล้วถูกทิ้งไป เมื่อผ่านขบวนการรักษาเซลล์และย้อมสี จนถึงการอ่านผลจึงมีความผิดพลาดได้มาก จึงได้มีการนำเอาเทคโนโลยี่การเตรียมสไลด์ ด้วยวิธี ThinPrep มาใช้ ทำให้มีความผิดพลาดน้อยลงในขั้นตอนการเตรียมสิ่งส่งตรวจ แต่ทั้งนี้ก็ยังพบความผิดพลาดในขึ้นตอนการแปลผลสิ่งส่งตรวจโดยนักเซลล์วิทยาอยู่ดี

จึงได้มีการนำเอาเทคโนโลยี  ThinPrep Imaging System เข้ามาเพื่อช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำในขั้นตอนการแปลผลโดยนักเซลล์วิทยา โดยเครื่องโมเดลนี้เป็นตัวแรกของประเทศไทยและเป็นเครื่องที่ 6 ของเอเชีย อาศัยหลักการของเครื่อง Automate ที่นำมาทำงานกับสไลด์ ThinPrep ตัวเครื่องจะทำการสแกนเซลล์ทุกเซลล์บนสไลด์ ยิงแสงผ่านเซลล์ที่เป็นเซลล์เดี่ยวๆแล้วบันทึกเป็นค่าดูดกลืนแสง บันทึกไว้บนคอมพิวเตอร์แล้วมีการประมวลผล ว่าเซลล์แต่ล่ะเซลล์มีขนาดเท่าไหร่ มีความมืดของเซลล์มากน้อยแค่ไหน แล้วเครื่องจะดึงขึ้นมาให้อ่าน 22 จุดต่อ 1 สไลด์ ต่อจากนั้นนำมาวินิจฉัยแปลผลด้วยนักเซลล์วิทยา โดยเครื่องจะLink ข้อมูลไปยังกล้องที่ใช้อ่าน โดยที่สไลด์แต่ล่ะแผ่น จะมีการบันทึก 22 จุดเป็นพิกัดแกนตั้งแกนนอน  นักเซลล์วิทยาจะแปลผลทุกแผ่นสไลด์ แค่ 22 จุดต่อแผ่น จากเดิมจะต้องวินิจฉัยถึง 100 จุดต่อแผ่น ทำให้เทคโนโลยี่ ThinPrep Imaging System มีความแม่นยำสูงขึ้น ลดความผิดพลาดของผลลบปลอม และใช้เวลาน้อยลง

 

การแลกเปลี่ยนเรื่องมะเร็งปากมดลูกและHPV

              เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกยังเป็นสาเหตุของการตายอันดับ 2 ของผู้ป่วยใหม่รองจากมะเร็งเต้านมและมีจำนวนผู้ป่วยใหม่ 1 หมื่นคนต่อปี วิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุดตอนนี้คือการตรวจคัดกรองเพื่อตรวจหาความผิดปกติระยะเริ่มแรก ทั้งนี้เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่ไม่แสดงอาการภายนอกให้เห็น การตรวจด้วยเทคนิคทางเซลล์วิทยาจะช่วยให้พบความผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็งได้ถึง 50% อีกทั้งการตรวจที่แม่นยำจะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องมาตรวจซ้ำเป็นประจำทุกปีหรือ5 ปีครั้งสำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและอายุ30 ปีขึ้นไป

 

                -  จะรู้ได้อย่างไร?ว่าเครื่องกับคนอ่านจุดเดียวกัน  

โดยหลักการของเครื่องจะอ่าน Barcode ของสไลด์แผ่นนั้นแล้วใช้เวลาScan 1 แผ่น 5 นาทีแล้วจะเลือกมา 22 จุดเป็นพิกัดแกนตั้งแกนนอน Link ข้อมูลกับกล้อง Review Scope โดยที่ Review Scope จะอ่าน Barcode ยืนยันสไลด์ก่อนพิกัด 22 จุดของสไลด์แผ่นนั้นจะตรงกับในเครื่องแบบอัตโนมัติ

 

             -  ถ้าเซลล์ผิดปกติเป็นกลุ่มกันอยู่เช่น Adenocarcinoma (คอมดลูก) เครื่องจะอ่านอย่างไร?

โดยปกติเครื่อง ThinPrep Imaging System จะทำงานสแกนเซลล์ที่เป็นเซลล์เดี่ยวๆ ไม่ซ้อนทับกัน แต่ถ้าเกิดเป็นความผิดปกติของเซลล์บางชนิด จะจับกันเป็นกลุ่ม แต่ด้วยวิธีการเตรียมสไลด์ ThinPrep เซลล์ที่เก็บมาจากผู้มารับบริการจะมีการทำให้กระจายตัวบนสไลด์ ทำให้เซลล์ที่จับกลุ่ม กระจายตัวอยู่บ้าง ไม่เป็นกลุ่มทั้งหมด ทำให้ยังสามารถ ตรวจพบความผิดปกติชนิดนี้ได้อยู่

 

- คนสูงอายุ ยังจำเป็นต้องตรวจ Pap smear หรือไม่?

ยังจำเป็นอยู่เพราะ เมื่อสูงอายุมากขึ้น อัตราการเกิดความผิดปกติของโพรงมดลูกและรังไข่ จะสูงขึ้น และสามารถตรวจพบได้ ด้วยการตรวจ Pap smear

 

- การฉีดวัคซีน HPV

ในบางประเทศได้มีการใช้วัคซีน เข้ามาช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งมีผลทำให้ อัตราการตรวจพบความผิดปกติจาก Pap smear ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ในอนาคต การวินิจฉัยความผิดปกติของปากมดลูก ในยุคของคนที่ฉีดวัคซีน อาจจะต้องมีการใช้เทคโนโลยี่ที่มีความไวในการตรวจ มากกว่าการทำ Pap smear

 

 

สิ่งที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

1.      ได้รับความรู้และสามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่อง Robot Technology แก่ผู้มารับบริการที่สอบถามถึงเครื่องมือชนิดนี้ได้ เพราะเครื่องมือนี้ก็อยู่ในกลุ่มงาน

2.     คนในกลุ่มงานได้รู้จักการทำงาน เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ที่จะได้รับจากการตรวจ ThinPrep ในการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคลากรในสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

3.     สามารถทำการวิจัยต่อยอดในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ร่วมกันกับหน่วยงานอื่นหรือ จนท.ภายในร่วมมือเป็นผู้ถูกวิจัยร่วมกัน

  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความสำคัญนวัตกรรมของเครื่องมือที่จะช่วยทำงานให้เกิดความแม่นยำและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ที่มารับบริการ