“การเขียนอะไรถ้าจะเขียนให้ ง่าย งาม ด้วยความจริงใจแล้ว คนอ่านจะสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของผู้เขียนด้วย แต่ถ้ามัวแต่จะประดิดประดอยถ้อยคำให้สวยหรูมันก็จะไปกลบอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริง เหมือนกับการเอาเปลือกไปหุ้มเนื้อ ใส่เปลือกมากเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเนื้อมากเท่านั้น หรือเหมือนที่ผู้หญิงแต่งหน้าถึงอย่างไรก็สวยสู้ตามธรรมชาติไม่ได้ ยิ่งถ้าแต่งแบบไม่ได้ดีพอด้วยแทนที่จะสวยก็กลายเป็นเลอะเทอะ”

เขียนจากหัวใจ

(ความจริงต้องว่า “พิมพ์ข้อความภาษาบ้านเกิดจากความรู้สึกที่มีที่มาจากหัวใจ”  “หัวใจในที่นี้แทนนามธรรมที่เป็นที่อยู่ของความรู้สึกของฉัน”  “ผ่านการสั่งการของสมองไปที่นิ้วมือกดลงไปที่แป้นพิมพ์”)

ที่รักของฉันบอกว่า
“การเขียนอะไรถ้าจะเขียนให้ ง่าย งาม ด้วยความจริงใจแล้ว คนอ่านจะสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของผู้เขียนด้วย แต่ถ้ามัวแต่จะประดิดประดอยถ้อยคำให้สวยหรูมันก็จะไปกลบอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริง เหมือนกับการเอาเปลือกไปหุ้มเนื้อ ใส่เปลือกมากเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเนื้อมากเท่านั้น หรือเหมือนที่ผู้หญิงแต่งหน้าถึงอย่างไรก็สวยสู้ตามธรรมชาติไม่ได้ ยิ่งถ้าแต่งแบบไม่ได้ดีพอด้วยแทนที่จะสวยก็กลายเป็นเลอะเทอะ”

เรื่องต่าง ๆ ที่ฉันพบเจอมันทำให้ฉันอยากบอกออกมาเป็นข้อความ อยากบอกใครต่อใครว่าการอยู่ร่วมกันขอเพียงจริงใจต่อกันเถิดโลกจะได้สวยงามกว่านี้ พูดกันตรง ๆ ว่าขาดหรือมีอะไรแล้วมาเปิดใจแบ่งปันแลกเปลี่ยนกันก็คงลดความไม่เท่าเทียมลงได้ แต่คงมีได้เพียงบางที่บนโลกที่อำนาจเงินยังครอบงำไปไม่ถึง  และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความพอหรือไม่พอของคนเรานั้นอยู่ที่ใจ”

ฉันยอมรับว่าฉันยังคงคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ในวัยเด็กอยู่แต่ไม่ได้อยากกลับไป “แก้ไข” หรือเอามาคิดให้เจ็บใจว่าจะ “แก้แค้น” แต่คิดเสมอว่าขนาดสังคมขนาดเล็ก ๆ ที่ฉันเคยอยู่ยังเกิดเรื่องร้าย ๆ ได้ขนาดนั้นจึงไม่สงสัยอีกเลยว่าทำไมโลกกว้างถึงได้เป็นแบบนี้ เพื่อน ๆ ของฉันบอกเสมอว่าฉันเป็นคนเครียดเอาจริงเอาจังมากเกินไป
ฉันรู้ว่าพวกเขาห่วงใยฉันจริง ๆ ด้วยความแตกต่างด้านความสนใจจึงเหมือนทำให้ฉันโตเกินวัยจนต้องเป็นเหยื่อของพวกผู้ใหญ่ที่ไม่ดี 
ถึงอย่างไรฉันก็ไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้คนเหล่านั้น
หลุดรอดมาด้วยความรู้สึกติดค้างอยู่ว่า “การศึกษา(ในระบบ)ไม่ได้ทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้” 

แรงบันดาลใจจากคำวิจารณ์ของที่รักของฉันมันทำให้ฉันมีแรงต่อต้านต่อคนลวงโลกทั้งหลายที่ยังคงอาศัยประโยชน์จากคนจริงใจเพื่อให้ได้ทุกอย่างสมความเพ้อคลั่งของตัวเอง

แทบหาได้ยากมากที่ใครบนโลกนี้จะคบกันเป็นเพื่อนโดยไม่หวังว่าจะได้อะไรจากเขาอย่างน้อยก็ความห่วงใยที่เขาจะมีให้เราบ้างแค่คำถามว่าสบายดีไหม
บ้างก็แลกเปลี่ยนกัน พึ่งพากัน หรือได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวโดยไม่รู้เลยว่าวันใดเขาจะมีประโยชน์ต่อเรา
มีอีกหลายรูปแบบที่บอกว่าพวกเราอยู่แยกกันไม่ได้เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม

ตอนนี้อยากให้สังคมไทยดีเท่าไรก็ตามแต่จะว่าคน ๆ เดียวทำอะไรไม่ได้คงไม่จริง หากเราเป็นหูเป็นตาไม่ยอมให้คนเลวทำอะไรก็ได้ตามใจแล้วละก็ สังคมจะแข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน

ฉันจะเขียน เขียนจากหัวใจ หัวใจที่ไม่ยอมให้สังคมแย่ไปกว่านี้