การศึกษาที่ดีจะต้องรู้จักหยิบเอาส่วนที่เราพบเห็น จากประสาททั้ง ๕ ได้แก่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่สัมผัสกับองค์ความรู้ที่มีอยู่โดยสภาพธรรมชาติ การหยิบเอามานั้นจะต้องไม่ลืมแหล่งที่อยู่ขององค์ความรู้นั้นๆ ทั้งที่เป็นธรรมชาติ จากตัวคน หรือจากหนังสือคือตัวอักษร ก็จำเป็นต้องอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าขององค์ความรู้นั้น
คนเรานั้นตั้งแต่เกิดจนตาย ใช้หลักการในการแสวงหาองค์ความรู้อยู่ ๔ ประการคือการฟัง,คิด,ถาม,เขียน คือ สุ จิ ปุ ลิ การจะใช้หลักการใดมาหรือน้อยขึ้นอยู่กับยุคสมัย เช่นในอดีตไม่มีหนังสือ ก็ใช้หลักการฟังและถามมากกว่า ส่วนในยุคปัจจุบันที่องค์ความรู้ไร้พรมแดน การอ่านเป็นเรื่องสำคัญ
การศึกษาไทยเมื่อยี่สิบปีก่อนนั้น การเรียนก็อาศัยการสอบถามการรับฟังการท่องจำเป็นหลัก เมื่อเทียบกับยุคปัจจุบันจะต่างกันมาก ซึ่งเป็นยุคที่อาศัยสื่อเทคโนโลยีเข้ามาประกอบมากมาย แต่ความรู้ความจำก็ไม่ต่างไปจากคนสมัยก่อนเท่าใดนัก ซ้ำร้ายเทคโนโลยีเหล่านั้นกลับเป็นตัวบั่นทอนทำลายพลังภายในของผู้ใช้ กล่าวคือมีทั้งคุณและทั้งโทษ ดังนั้นการบริโภคเชิงพุทธจึงต้องมีสติอยู่เสมอ
การเรียนรู้แบบพุทธศาสตร์วิธี คือการเรียนรู้ก่อนที่จะเกิดเหตุ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจากเหตุ สุดท้ายก็ให้รู้วิธีการดับเหตุนั้นเสียพร้อมกับวิธีป้องกันมิให้เหุตนั้นๆเกิดขึ้นอีก เป็นการศึกษาที่เป็นวงรอบ เป็นวงจรอย่างเชื่อมโยงกัน สุดท้ายคือการกลั่น การร่อนเอาองค์ความรู้อย่างหยาบ ให้เป็นปัญญาญาณหรือปฏิภาณซึ่งละเอียดเบาบางแหลมคมพร้อมใช้
ดีมากเลยอาจารย์ .....