ห้องเรียนกระบวนกร AI ตอนที่ 340

เป็นเรื่องการวัดครับ...โครงการ AI หลายโครงการ หลายครั้ง..ยังไม่ออกดอกออกผล..เลยดูเหมือนวัดไม่ได้..เช่นคนหนึ่งทำร้านขายยา...ทำ AI ไป...สักพักหนึ่ง โครงการกินเวลาสี่เดือน. เป็นสี่เดือนที่เริ่มทำ AI แล้วเปิดร้านไปด้วย..โครงการเริ่มอยู่ปริ่มๆ..แล้วมันจะวัดยังไง..

....

ผมเลยถามเขาว่า "..เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรดีๆ บ้างล่ะ.."

...

ปรากฏว่าเขาเป็นร้านที่มีเภสัชกรประจำเพียงร้านเดียว..เริ่มได้ลูกค้าในตลาด.ที่เป็นแม่ค้ารายใหญ่..สักพัก..ก็สังเกต ว่ามีการบอกต่อ...คนจากตลาดเลยมาหาเขามากขึ้น...เรียกว่าได้ทั้งลูกค้าจากทั้ง "ตลาด" ..เป็นชิ้นเป็นอันไหมครับ..

...

นี่ไงครับ...พอวัดได้..ว่าอะไรๆ ที่ทำมาเริ่มถูกทางหน่อย..อย่างน้อย มีการชอบ..และเกิดการบอกต่อ...ลูกค้าบอกว่าให้คำปรึกษาดีมาก และเป็นเภสัชกรจริง..ไม่ใช่แขวนป้าย..

....

ในทาง OD แล้ววัดกันง่ายๆ ด้วย Kirkpatrik Model ครับ..

ถ้าคนชอบคุณเขาจะมีปฏิกิริยาในด้านดี (Reaction) หรือชอบคุณ (Like) แล้วคุณจะเห็นว่าเขามาสอบถาม หรือเรียนรู้ว่าคุณทำอะไร (Learning) แล้ว ถ้าถูกใจก็จะ เปลี่ยนพฤติกรรม (Behavioral change) จากไม่เคยมาเป็นลูกค้ามาเป็นลูกค้า...จนสุดท้าย คุณได้ผลการดำเนินการที่ดี (Organizational Performance) ครับ..

....

เรียงกันง่ายๆจากระดับแรกสุดไปสูงสุดคือ 

Reaction-->Learning-->Behavioral Change-->Organizational Performance

....

โครงการนี้เห็น "แวว" ครับ ว่าแสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดีมากๆ ไล่จากมีคนชอบ..จนมาสอบถาม ถึงขั้นเปลี่ยนมาใช้บริการ (ทั้งตลาด).. แล้วชอบอีกจนถึงขั้นบอกต่อ...สร้างยอดขายได้..ถึงแม้ไม่มากนัก..แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดี..

....

สิ่งที่เจ้าของโครงการต้องทำก็คือติดตามดูผล..และปรับแต่งการค้นพบของตนเองไปเรื่อยๆ..ครับ..

...

นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มประเด็นความรับผิดชอบต่อสังคม...และประเด็นทางจริยธรรมเข้ามา เติมเต็มให้เป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ยังประโยชน์ เพื่อสังคมได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนครับ..เนื่องจากธุรกิจร้านขายยาเป็นธุรกิจที่ไม่ควรมุ่งหวังกำไรสูงสุด ประเภททุนนิยมสุดขั้วครับ..จริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมจึงเป็นตัวกำกับอีกขั้นครับ..

...

คุณล่ะ คิดอย่างไร..