เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว….
เชื่อว่า..คงเคยได้ยินและเข้าใจความหมายกันมาบ้างแล้ว แต่ที่เอามาเขียนเพราะว่า มันเป็นประโยคเด็ดที่น้องต้อม พูดในเวที เรื่องเล่าในวันนั้น ซึ่งผู้เขียนก็ชอบมาก และเห็นด้วย...เพราะทุกชีวิตที่อยู่บนโลกใบนี้ล้วนมีความสำคัญเท่ากัน คน 1 คนคือ 1 ชีวิต ต้นไม้ 1 ต้น คือ 1 ชีวิต มด 1 ตัว คือ 1 ชีวิต ทุกสิ่งที่มีชีวิตบนโลกล้วนถือเป็น 1 ชีวิตทั้งนั้น และมีการดำเนินชีวิตในธรรมชาติที่เท่าเทียมกัน ฉะนั้นการกระทำของสิ่งมีชีวิตหนึ่งย่อมมีผลกระทบต่อชีวิตอื่นทั้งสิ้น แม้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยก็ตาม
น้องต้อม...ผู้ร่วมงานของคลินิกส่งเสริมสุขภาพ
เด็ดดอกไม้ 1 ดอก ส่งผลกระทบให้อะไรบ้าง ลองคิดตามดูนะคะ....
....ไม่มีเมล็ดพันธุ์อีกเป็นร้อยเมล็ดพันธุ์ให้แพร่พันธุ์ เมื่อต้นไม้ลดลง ก็ส่งผลให้เรามีออกซิเจนลดลง เพราะใบไม้ช่วยฟอกอากาศเสียให้เป็นอากาศดี
....ไม่มีน้ำหวานให้แมลงที่มาดูดดื่ม เมื่ออาหารลดลง แมลงก็ลดลง และยังไม่รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่อาศัยพืชชนิดนั้นบริโภค ส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ส่งผลต่อระบบนิเวศน์
จะเห็นว่าทุกสิ่งล้วนเกื้อกูลเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ถ้าถามว่าใครเคยตัดต้นไม้ทำลายป่าบ้าง เชื่อว่าคงมีแต่คนบอกว่า ไม่เคย แต่เปลี่ยนคำถามใหม่ว่า แล้วใครเคยใช้กระดาษบ้าง เชื่อว่ามีคนยอมรับมากมาย เพราะทุกคนรู้ดีว่า กระดาษเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการตัดต้นไม้นั่นเอง ต้อม เล่าว่าทุกวันนี้คนไทยใช้กระดาษเฉลี่ยคนละ 32 กิโลกรัม /ปี กระดาษ 500 แผ่น หนักเท่ากับ 2.5 กิโลกรัม คนไทย 1 คนใช้กระดาษเฉลี่ย 6,400 แผ่น และต้นไม้ 1 ต้น ผลิตกระดาษ A4 ( 80 แกรม) ได้ 661 แผ่น นั่นแสดงว่าใน 1 ปี คนไทย 1 คน ได้ตัดต้นไม้ทำลายป่าโดยไม่ตั้งใจเฉลี่ยประมาณ 9 ต้น ประเทศไทยมีประชากร 63 ล้านกว่าคน เราต้องตัดต้นไม้ไปกี่ร้อยล้านต้น โอว....แล้วทั่วโลกมีประชากรทั้งหมดประมาณ 6300 ล้านกว่าคน เราต้องตัดต้นไม้ไปเท่าไหร่ใน 1 ปี และเราต้องตัดต้นไม้กันต่อๆไปอีก กี่ปี จึงจะพอ คุณผู้อ่านลองคิดดูเอาเองก็แล้วกันนะคะ ไม่อยากจะคิด
ผู้เข้าร่วมวง
ด้วยเหตุผลข้างต้น ประกอบกับเป็นคนที่ไม่มองข้ามในแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ต้อมจึงเห็นว่า การที่ต้องใช้กระดาษ A4 ที่ต้องแบ่งครึ่ง (เพราะ programmer ออกแบบไว้อย่างนั้น ซึ่งทำให้เสียเวลาที่ต้องส่งไปตัด ) เพื่อพิมพ์ผล lab ให้ผู้รับบริการคนละ 1.5 แผ่น นอกจากเป็นการสิ้นเปลืองกระดาษแล้ว ยังเปลืองหมึกด้วย เพราะใบแรกพิมพ์มีแต่ชื่อผู้รับบริการและชนิด lab ที่ส่ง แต่ไม่มีผล lab อะไรเลย และยังทำให้เสียเวลาที่ต้องรอการพิมพ์ให้ครบ 3 แผ่นในแต่ละครั้งด้วย ตัวหนังสือก็เล็กมากและยังเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆไม่มีคำแปลไทยเลย ทำให้ผู้รับบริการไม่เข้าใจ ต้องเสียเวลาอธิบายความหมายแต่ละตัว เพราะผู้รับบริการบางคนต้องการให้จดเป็นภาษาไทยให้ด้วย
ภาพใบ lab เก่า
ต้อม...จึงเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ผู้เขียนและเพื่อนๆในที่ทำงานได้รับรู้ เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน ซึ่งทุกคนเห็นด้วย จึงเป็นที่มาของเรื่องเล่าในวันนี้
“ ลดการใช้กระดาษ ...ลดโลกร้อน”
ต้อมเริ่มประสานงานผู้ที่เกี่ยวข้อง คนแรก คือ น้องเอก ซึ่งรับผิดชอบงาน IT ของโรงพยาบาล และคนต่อมาคือ น้องวัชรชัย ซึ่งเป็นหัวหน้าห้อง Lab ของ โรงพยาบาล เพื่อชี้แจงและหาทางแก้ไข ต้องทำไปบ่นไป เพราะไม่ค่อยจะได้รับการตอบรับ เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ออกแบบโดยบริษัทเอกชน ซึ่งติดต่อยากและไม่อยากจะมาให้บริการหลังการขายซะงั้น ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์ที่ดีให้องค์กรที่จัดจ้างใครมาทำงานให้ ต้องทดลองใช้และตรวจสอบให้รอบคอบก่อนจ่ายเงิน แต่ก็พยายามอดทนที่จะรอการแก้ไข จนสุดท้ายได้ใบ lab ดังภาพข้างล่าง ซึ่งสรุปเหลือเพียง 1 แผ่น ที่เป็นภาษาไทยและตัวหนังสือใหญ่ขึ้นอ่านง่าย
ภาพใบ lab ที่ปรับเปลี่ยนแล้ว




สวัสดีเจ้า
แวะมาเยี่ยมเยียนด้วยความระลึกถึงเจ้า
เกี่ยวกับกระดาษ ตอนแรกเมื่อ Internet เติบโต คาดว่าการใช้กระดาษจะลดลง ปรากฏว่าปริมาณการใช้่กระดาษเพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมกระดาษบ้านเราเติบโตมากในระยะไม่กี่ปีมานี้ พื้นที่แถบอีสานปลูกต้นยูคาเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบผลิตกระดาษเต็มไปหมด ซึ่งต้องเปลี่ยนพื้นที่ไปเรื่อย ๆ
ขอบคุณจั๊ดนัก
ถ้าหมู่เฮาช่วยกันกี๊ดช่วยประหยัดจั๊กหน้อย
เฮาคงจะบ่าต้องเกิดภัยพิบัติน่ากลั๋วเหมือนตึงวันนี้เน้อเจ้า
บ่าได้เข้ามาเอิ่นมาหาใน G2K จั๊ดเมิน
ยังกี๊ดเติงหาอยู่เน้อเจ้า
สวัสดี คนหน้าตาเฉย ที่ยังคงวนเวียน ผลัดกันเขียนผลัดกันอ่าน
วันก่อนมีคนถามหาต้นตอแห่งหน้าตาเฉย ก็ได้เฉลยตอบไปให้
ประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน อย่ามองข้ามเรื่องเล็กน้อย
ขอบคุณน้อง ที่มองปัญหาออกหาทางคิดทำ มิใช่มีเพียงวาทกรรม ลดพลังงาน
เป็นเรื่องจริงที่เราต้องยอมรับกัน
อย่างหน้าชื่นตาบานเลยละคะ
ยังคิดถึง คนหน้าเฉยกันตลอด
วันก่อน ดร.สุดารัตน์ (หนอนจิ๋ว) หน้าตาเฉยอีกคน จากศูนย์ยะลาก็มาหา
เมื่อไหร่ผู้เฒ่าหน้าตาเฉยจะมาบ้างคะ
หนอนจิ๋ว