ตอนแรกผมคิดว่า การเดินบนเส้นทางธรรมนั้น "เดินลัดไม่ได้" คล้าย ๆ ประมาณว่า การเดินขึ้นบันไดธรรม ถ้าเราข้ามขั้นใดไป จะต้องเดินลงกลับลงมาเก็บในขั้นที่ข้ามไป  ผมว่า  นั่นเป็นความคิดของนักวิชาการที่อยู่บน "เบ้าหลอม" ของรูปแบบการศึกษาในปัจจุบัน ที่อยู่บนฐานคิดที่ว่า สิ่งหนึ่งเป็นพื้นฐานของสิ่งหนึ่ง ยกตัวอย่าง เช่น สติปัฏฐาน ๔ (กาย -> เวทนา -> จิต -> ธรรม) ผู้เดินทางธรรมร่วมสมัยมือใหม่ ๆ ในปัจจุบันนี้ (รวมกระผมด้วย) จะนิยมก้าวข้ามไปฝึก จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน หรือ ฝึกการดูจิต เลย ฝึกไปสักพักก็จะเกิดความสงสัยและรู้สึกว่า ดูเหมือนขาด ๆ เกิน ๆ หรือขาดพื้นฐานอะไรบางอย่างไป บางคนจึงต้องกลับมาฝึกกายานุปัสสนาก่อน แล้วค่อยกลับไปเดินจิตตานุปัสสนาใหม่ เป็นต้น คล้าย ๆ ว่า เหมือนเรากำลังเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง แต่เราเดินอย่างรีบร้อน เร็วเกินไป บางที่มันก็หล่นลงมาที่เดิม เดินขึ้น เดินลงอยู่จนชำนาญประมาณนั้น

           จนเวลาผ่านไป เมื่อนักศึกษาธรรมทั้งหลาย เดินกลับไปกลับมาในเส้นทางต่าง ๆ เดิม ๆ บ่อย ๆ ขึ้น จะเริ่มเห็นภาพรวมของแผนที่และพบว่า บางเส้นทางจะมีวิธีการเดินที่แตกต่างกันไปหลากหลายวิธีก็ตาม แต่มีเป้าหมายเดียวกันนะ และเริ่มสังเกตุเห็นว่า บางทีไม่ต้องรู้อะไรมาก ก็ปฏิบัติธรรมได้ง่ายกว่า เร็วกว่า ขอให้มี "ศรัทธา" ...