เช้านี้กับการรีดเสื้อก่อนออกพื้นที่ไปทำงาน น้อยครั้งมาก ๆ ที่จะหยิบเสื้อกาวน์ของเภสัชกรมาใส่ โดยส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยติดใน “เครื่องแบบ” แต่ด้วยความที่ตั้งใจพาน้อง ๆ เภสัชที่มาฝึกงานร่วมลงพื้นที่ด้วยจึงกะว่า

“อะ ไปเจอเจ้าหน้าที่ที่ รพ.สต. ใส่ซะหน่อยคงไม่เป็นไร”

จึงหยิบเสื้อกาวน์ตัวเก่า ที่ตัดตั้งแต่สมัยเรียนอยู่คณะเภสัชศาสตร์ปี ๓ ก็ตอนนั้นเขาตัดกันยกรุ่น อย่าพึ่งขำค่ะ แม้จะ ๙ ปีมาแล้วแต่เสื้อตัวนั้นก็ยังอยู่และใช้งานได้ แม้จึงจะ มอ มอ ซะหน่อย

 เตารีดเจ้ากรรม ที่มีเศษผ้าไหม้ดำ ๆ ติดแน่นบาง ๆ อยู่ก่อนหน้า พอความร้อนของเตารีดทำงาน ผิวหน้าถูกกดนาบลงเนื้อผ้าตรงกลีบกลางหลัง ปรากฏว่า

“ผ้าเปื่อยติดเตารีด”

แม้จะเป็นรอยเล็ก ๆ แต่ก็ “ไหม้”

 

จึงมองหาเสื้อตัวใหม่มาใส่แทน

เกิดคำถามกับตนเอง

 

อะไรคือ สาระสำคัญของเครื่องแบบนะ

 นั่งนึกย้อนกับตนเอง ที่ไม่ค่อยใส่เสื้อกาวน์ ส่วนหนึ่งมันจะไปเจอชาวบ้าน เหล่า อสม. ปกติจะไม่แนะนำตัวเป็นทางการนัก ส่วนใหญ่ก็บอกชื่อเล่น และหน่วยงาน ก็ลุยบรรยายคุย ๆ ถ่ายทอด ๆ และแลกเปลี่ยน

ก็ อสม.เดี๋ยวนี้เก่งมาก ๆ เต็มไปด้วยทักษะทางการแพทย์ รับผิดชอบสุขภาพชาวบ้านมากมาย บางทีเห็นเราใส่เสื้อกาวน์เข้าไปเขาก็มีอาการตื่น ๆ

แต่พอใส่ธรรมดา ๆ คุยกันไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันไป ได้งานสนุกสนานชาวบ้านไม่เกร็ง

แต่ครั้งไหนที่ใส่เสื้อกาวน์ หรือ มีคนในทีมใส่ไป เดินไปหาชาวบ้านจะมีอาการตื่น ๆ เราเรียกอาการนี้ว่า White shirt disease

นอกจากจะไม่ได้งานแล้ว บางคราก็ทำให้รู้สึกท้อกันไป

 
ดูเหมือนว่าการทำงานในเครื่องแบบเหมาะกับ พิธีการบางอย่าง หรือ สถานที่ ๆ เป็นทางการมากไปกว่าการทำงานในพื้นที่นะ อย่างจ่ายยาในห้องยา ในร้านยา หรือทำงานในโรงพยาบาล ขึ้นราวด์หวอด อะไรประมาณนี้ดูเหมาะมาก ๆ แต่การทำงานในพื้นที่แบบไปเยี่ยมชาวบ้านอาจจะต้องปรับเปรียนตามเหมาะสม

 

ว้าว เสื้อกาวน์ที่ไหม้ทำให้ได้เรียนรู้กับตนเองมากขนาดนี้ ขอบพระคุณนะคะ แม้เจ้าจะสิ้นอายุขัย แต่ก็ยังทำให้เราได้เรียนรู้ ขอบพระคุณจริง ๆ