กาละ-เทศะ-นิวซีแลนด์ ๖๒: บทพิสูจน์


บทพิสูจน์

เรือดี

ไม่ได้ดูกันตอนจอดอยู่กับท่า

หรือลอยลำในท้องน้ำอันเงียบสงบ

แต่ต้องดูกันตอนแล่นฝ่าคลื่นลม

นำผู้โดยสารถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย

นักปฏิบัติที่ดี

ไม่ได้ดูกันตอนอยู่ในวัด

หรือท่ามกลางบรรยากาศสงบเป็นใจ

แต่ต้องดูกันตอนเผชิญหน้าคลื่นอารมณ์

ที่ถาโถมเข้าใส่ในชีวิตประจำวัน

..  ..

แต่ยังไง ก็ไม่ฉลาด

ถ้าจะเอาเรือออกจากฝั่ง เวลาท้องทะเลบ้าคลั่ง

  ช่องแคบคุก
  ๒ เมษายน ๒๕๕๑

๒ เมษายน ๒๕๕๑  ๑๔.๓๓ น.
ช่องแคบคุก เกาะใต้ นิวซีแลนด์


   เส้นทางเดินเรือช่วงแรกถึงหนึ่งในสามยังอยู่ในควีนชาร์ลอตต์ซาวด์อันเงียบสงบ ตามภาพข้างล่าง ไปจนถึงช่องโทรี่ (Tory Channel) โดยมีเกาะอาราปาวา (Arapawa Island) เป็นฉากหลังอยู่ด้านทิศเหนือ

๒ เมษายน ๒๕๕๑  ๑๓.๓๘ น.
เรือเฟอร์รี่ ควีนชาร์ลอตต์ซาวนด์ เกาะใต้ นิวซีแลนด์

   แต่พอพ้นปลายแหลมของเกาะอาราปาวา ตามภาพข้างบนสุดแล้ว นั่นคือทะเลเปิด ช่องแคบคุก (Cook Strait)* ซึ่งได้ชื่อว่ามีคลื่นลมแปรปรวนที่สุดจุดหนึ่งของโลก ถึงตอนนี้ นักท่องเที่ยวบนดาดฟ้ารวมทั้งตัวผมก็ได้สัมผัสกับฮาอูนูอี (haunui) หรือสายลมแรงกันอย่างจุใจ หลายคนเริ่มหาที่หลบมุมกำบัง หลายคนยอมล่าถอยลงไปอยู่ในห้องโดยสารข้างล่าง แต่หลายคนก็ยังสะใจกับความเย็นกรรโชกแบบนั้น

   เฟอร์รี่ขนาดใหญ่เริ่มโยกขึ้นลงตามจังหวะของมออานา (moana) หรือท้องทะเล พอห่างฝั่งออกมาจนไม่ค่อยมีอะไรให้ดูบนดาดฟ้าแล้ว ผมก็ขอหลบลงไปในห้องพักผู้โดยสารข้างล่างบ้าง ซึ่งมีให้เลือกหลายรูปแบบ จะเป็นแบบห้องอาหาร ห้องเล่นเกมส์ แบบนั่งโต๊ะเป็นวง หรือนั่งหันหน้าไปทางเดียวเหมือนเครื่องบินก็ได้ ผมเลือกไปนั่งแบบสุดท้ายตรงหัวเรือ ซึ่งมีกระจกบานใหญ่มองเห็นด้านนอก งีบหลับเอาแรงตามจังหวะโยกของเรือได้เกือบชั่วโมง เก็บแรงไว้ขับรถทางไกลต่อ

   เออ.. หวังว่าพี่น้องอิจฉากัน คงไม่เล่นคว่ำเรือเหมือนยุคพระเอกมาอูอีอีกนะ ยังไม่อยากกลายเป็นเกาะใหม่อยู่ที่นิวซีแลนด์ 

   ตื่นขึ้นมาอีกทีรู้สึกมึนเล็กน้อย เพราะนานแล้วที่ไม่ได้นอนบนเรือโยกๆแบบนี้ นั่งฟังกลุ่มนักท่องเที่ยววัยรุ่นสาวๆกลุ่มใหญ่ที่นั่งเมาท์กระจายอยู่ข้างๆ เสียงดังลั่นได้สักพัก ผมก็กลับขึ้นไปบนดาดฟ้าเรืออีกครั้ง คราวนี้เริ่มเห็นชายฝั่งของเกาะเหนือ ผมยืนอยู่บนดาดฟ้าจนกระทั่งเรือเข้าเทียบท่าที่เวลลิงตัน (Wellington)* ซึ่งผมไม่มีแผนจะแวะในการเดินทางครั้งนี้ เลยได้แต่มองจากดาดฟ้าเรือเท่านั้น จนเขาประกาศให้เจ้าของรถกลับไปประจำที่

๒ เมษายน ๒๕๕๑  ๑๖.๕๕ น.
ที่จอดรถบนเรือเฟอร์รี่ เวลลิงตัน เกาะเหนือ นิวซีแลนด์

   จากหน้าปัทม์ระยะทางในรถ ผมขับรถในเกาะใต้มา ๙ วัน ได้ระยะทางทั้งหมด ๒๘๙๑ กิโลเมตร นับเป็นการขับรถทางไกลคนเดียวที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของผม

   ห้าโมงเย็นแล้ว ระหว่างที่นั่งรอประจำที่หลังพวงมาลัยตามภาพข้างบน ผมค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับสภาพจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนของมหานครที่กำลังจะ ต้องออกไปเผชิญพอสมควร กังวลว่าถ้าพลาดเลี้ยวผิดนิดเดียว นั่นอาจหมายถึงเสียเวลาไปเป็นชั่วโมง ผมจึงทบทวนแผนที่เส้นทางทางด่วนอันแสนจะยุ่งเหยิงจากท่าเรือมุ่งหน้าขึ้น เหนือออกจากเมืองจนขึ้นใจ และด้วยเทคโนโลยีของกูเกิลแมป (Google Map) ที่ผมใช้บริการมาตลอดการเดินทางครั้งนี้ พอขับรถลงจากเรือได้ ผมก็ไปโลด คราวนี้ไม่มีพลาด ผิดคาดกับการจราจรขาออกที่ไม่ติดขัดอย่างที่คิด เออ..ที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพมหานคร นีี่นะ

   จุดหมายของผมในวันนี้คือ เมืองวางานูอี (Wanganui) ที่อยู่ห่างออกไปทางเหนือเกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร เส้นทางที่ใช้คือทางหลวงหมายเลข ๑ ที่เลียบฝั่งทะเลด้านตะวันตกของเกาะ

   ขับรถฉิวสบายใจได้ไม่ถึงชั่วโมง ถนนก็เริ่มเลียบทะเลแถวอ่าวปูเครูอา (Pukerua Bay) ผมเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของการจราจรข้างหน้า รถค่อยๆชะลอตัวแล่นช้าลง และในที่สุดก็กลายเป็นติดยาวเป็นกิโล มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นข้างหน้า กว่าจะผ่านจุดนั้นไปได้ ก็เสียเวลาร่วมครึ่งชั่วโมง

   สักพักก็มีเหตุระทึกใจเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อตำรวจเรียกผมให้หยุดรถ เอาละสิ..แอบขับเร็วเกินกำหนดหรือเปล่านะเรา นายตำรวจสองคนที่ตั้งด่านอยู่โผล่หน้ามาทักทาย ก่อนยื่นอุปกรณ์ให้ผมเป่าลมวัดปริมาณแอลกอฮอล์  ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง ๕ นาที แล้วผมก็ผ่านจุดตรวจนั้นออกมาได้อย่างโล่งอก

   ช่วงที่ผมเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๓ มุ่งหน้าไปเมืองวางานูอี ทางทิศตะวันตก ตรงหน้า..ผมมองเห็นภูเขารูปทรงกรวยสมมาตรอยู่ไกลลิบตรงจุดที่แสงสุดท้ายของ วันกำลังลาลับขอบฟ้าพอดี  ขุนเขาตารานาคี (Mount Taranaki) นั่นเอง ผมค่อนข้างมั่นใจ เพราะจะหาภูเขาที่รูปร่างสวยงามสมส่วนแบบนี้ไม่ง่ายนัก ผมทั้งดีใจทั้งตื่นเต้นที่ได้เห็นภูเขาลูกนี้ก่อนกำหนด แต่ผมไม่รู้เลยว่า นั่นคือ ภาพสุดท้ายที่จะได้เห็นภูเขาไฟที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยตาของตนเอง


* ช่องแคบคุก (Cook Strait) ช่องแคบที่กั้นระหว่างเกาะเหนือและเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ เชื่อมทะเลทาสมาน (Tasman Sea) กับมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าด้วยกัน โดยจุดที่แคบที่สุดมีระยะห่างเพียง ๒๓ กิโลเมตรเท่านั้น ค้นพบโดยกับตันเรือคนสำคัญของอังกฤษ เจมส์ คุก (James Cook) ในปี พ.ศ.​๒๓๑๓ จึงได้ชื่อตามผู้ค้นพบคนนี้

   แต่ตำนานชาวเมารี คนที่ค้นพบช่องแคบนี้ คือ คูเป (Kupe) เขากับเพื่อนและครอบครัวตามล่าปีศาจปลาหมึกยักษ์ที่ชื่อ เต เฟเค อา มูตูรางี (Te Wheke a Muturangi) wheke=ปลาหมึก คือ ปลาหมึกของมูตูรางี ผู้ร้ายในตำนาน มาจนถึงเกาะสองเกาะนี้  ดินแดนที่ไม่เคยมีใครมาถึง ดินแดนแห่งทิวเมฆขาว คูเปพยายามต้อนเจ้าปลาหมึกจากบริเวณช่องแคบที่คลื่นลมแรงซึ่งทำให้อีกฝ่าย ได้เปรียบ เข้าไปบริเวณที่คลื่นลมสงบของช่องโทรี (Tory Channel) ก่อนที่ทั้งคู่จะต่อสู้กันอย่างดุเดือดตรงนั้น แล้วพระเอกของเราก็ใช้อาวุธคู่กายสังหารปีศาจตนนี้ได้ที่นั่น  เขาควักลูกตาของมันโยนไปเป็นเกาะเล็กๆในช่องแคบที่ชื่อ เดอะ บราเธอร์ส (The Brothers) แต่ชาวเมารีเรียกว่า งา ฟาตู (Nga Whatu) มาจาก whatu=ดวงตา คือ ดวงตาของปลาหมึก โดยเชื่อว่า เวลาแล่นเรือผ่านเกาะนี้ คนที่มาที่นี่เป็นครั้งแรกจะต้องปิดตา ไม่อย่างนั้นทุกคนจะต้องเจอกับภัยพิบัติ

   ช่องแคบนี้นับว่ามีคลื่นลมแปรปรวนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนเรืออับปางในบริเวณนี้หลายลำ ชื่อในภาษาเมารี คือ ราอูคาวา (Raukawa) หมายถึง ใบของต้นไม้พื้นเมืองชนิดหนึ่งที่หัวหน้าเผ่าใช้นุ่งในช่วงไว้ทุกข์

* เวลลิงตัน (Wellington) เมืองหลวงของนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ในอ่าวทางตอนใต้สุดของเกาะเหนือ ติดช่องแคบคุก ได้ชื่อตามนายทหารชาวอังกฤษ ดยุคแห่งเวลลิงตัน (Duke of Wellington) ผู้ได้ชัยชนะในสมรภูมิวอเตอร์ลู

   ส่วนชื่อในภาษาเมารี มีสองที่มา คือ เต ฟาคานูอี อา ตารา (Te Whakanui a Tara) whaga มาจาก whanga=อ่าวจอดเรือ หมายถึง อ่าวของตารา ตามตำนานของคูเปที่ตามล่าปีศาจปลาหมึกยักษ์มาพักที่ตรงนึ้ ซึ่งก็คือ อ่าวจอดเรือเวลลิงตันในปัจจุบัน  อีกที่มาหนึ่งเกี่ยวข้องกับพระเอกมาอูอีที่ตกปลา เมื่อเกาะเหนือคือตัวปลา ตำแหน่งของเมืองนี้คือส่วนหัวปลา จึงได้ชื่อว่า เต อูโปโค โอ เต อีคา (Te Upoko o Te Ika) มาจาก upoko=หัว ika=ปลา

หมายเลขบันทึก: 436860เขียนเมื่อ 24 เมษายน 2011 22:26 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:44 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (8)

สวัสดีค่ะอาจารย์หมอเต็ม

มาตีตั๋วล่องเกาะเช่นเคย มิผิดหวังเลย ชอบจังค่ะ เสียดายที่มองไม่เห็นภาพสุดท้ายของ ขุนเขาตารานาคี (Mount Taranaki)

ในบันทึก ที่อ. บอกว่าสวยงามมากมาย ปูเลยไปค้นดูจากคุณกูต่อ เจ๋งจริงๆ ค่ะ

อ. สบายดีนะคะ อ่านคำโปรยบทพิสูจน์แล้วได้กำลังใจดีๆ จัง ขอบคุณค่ะ :)

poo

  • ความจริง ตารานาคีคือหนึ่งในเป้าสำคัญของผมในนิวซีแลนด์ ตั้งแต่เห็นในหนัง the Last Samurai แล้ว เทียบกับ ธารน้ำแข็ง ซาวด์  
  • บางครั้ง โชคก็เล่นตลกกับเราจริงๆ
  • วันนั้นผมไม่ได้ยกกล้องขึ้นถ่ายภาพ ทั้งๆที่มีเวลา แต่เพราะความชะล่าใจว่า ค่อยถ่ายใกล้ๆกว่านี้ก็ยังได้ แต่มันกลับไม่มีทาง ซ฿่งผมจะเล่าให้ฟังในตอนต่อไปครับ
  • ช่วงนี้ น้องปูคงยุ่งน่าดู ระวังรักษาสุขภาพและสวัสดิภาพตนเองด้วยนะครับ

ปูฟังเพลงโปรดพ่อหนุ่มโลโบอยู่ ได้เพลงใหม่ยังนึกถึงอ.หมอเต็มเลยพอดีค่ะ faithful แต่will you love me tmr ใช่ต้นฉบับของพ่อโลโบ ไหมคะไม่แน่ใจ

วันก่อนดูทริปไป ธารน้ำแข็ง เวลามันละลายแล้วถล่ม ตกลงเล ทะเลสาป อะไรมา สวยงามและแปลกตามากๆเลยค่ะ อีกนัยบางคนก็ว่า น่ากลัวซะ แต่ปูชอบ แบบหาชมยากและมหัศจรรย์ จัง

พูดถึงเรื่องโชคเล่นตลก .. เพราะปูเคยเจอแบบรอก่อน ค่อยไป ค่อยซื้อ ค่อยถ่าย แล้วสุดท้ายก็เอวัง เพราะโอกาส พอผ่านมาก็ครั้งเดียว อย่างภาพฟ้าเมฆ เป็นประจำเลยค่ะ เอ

ชักอยากติดตามชมตอนต่อไปเลยค่ะ ตื่นเต้นๆๆ จะรอ .. ขอบพระคุณนะคะ

Ico48

  • Faithful น่าจะใช่
  • แต่ Will you STILL love me tomorrow น่าจะเอาของคนอื่นมาร้องนะครับ เพราะเคยได้ยินหลายคนร้องอะครับ
  • จะจัดให้เร็วๆนี้ครับ วันนี้กลับมาตานี คงว่างเขียนบันทึกเพิ่ม

สวัสดีค่ะอาจารย์หมอเต็ม

อาจารย์กลับไปเมืองตานีหรือคะ อากาศเป็นไงบ้างคะ หลังฝนซา ปูได้ไปลงพื้นที่เส้นทางขุนเขาโค้งคดเคี้ยว พอเวลาผ่านไปก็พิสูจน์ได้ว่าเริ่มมึน ฮาค่ะ ..

เวลาฟังเพลงปูก็สักแต่ฟังเอาว่าไพเราะอย่างเดียวจริงๆนะคะ ตอนนี้ชอบอีกเพลง love me for what i am ทำนองคึกคักดีค่ะ :)

ตั้งแต่มาอยู่เจียงฮาย เลยพลาดชมรายการท่องต่างแดน วันนี้ย้อนกลับไปอ่านไดอารีเก่าๆ ที่จดไว้เวลาดูรายการท่องเที่ยว นึกถึงท่านไกด์กิติมศักดิ์ มาเจอข่าวคราว ว้าว ขอบคุณนะคะ จะรอค่ะ :)

Ico48

  • ฝนครับ
  • ปีนี้บอกได้ว่า ทางใต้เราไม่เห็นเจอหน้าร้อนเลย มีแต่ฝน แถมน้ำท่วมอีกต่างหาก
  • ผมเพิ่งไปนอนที่ บ้านกระทิง หาดในหาน มาเมื่ออาทิตย์ก่อน รู้ว่าไม่อยู่ ไม่งั้นคงไปล้มทับ
  • รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

ว้าว อ.หมอไปผ่อนพักที่บ้านกระทิง ในหาน มารึคะ สารภาพว่าไม่ค่อยได้ไป ในหาน นานมากๆ เลยค่ะ

ได้ยินบ้านกระทิง ปูคิดว่าฝั่งตะวันออกซะอีกตอนแรก ปูเชยมากเลย อยู่ภูเก็ต ๒ ปีกว่าไมได้ไปไหนเลย

เป็นไงบ้างคะ ภูเก็ตในสายตาอ.หมอ .. แน่นอนเจ้าค่ะ เพราะยังมีอีกหลายเส้นทางในใจ ท่านไกด์ก็เช่นกันนะคะ :)

Ico48

  • บ้านกระทิง: ผมชอบนะครับ เงียบสงบและบริการดี แต่กว่าจะไปถึงก็ยากหน่อย ต้องลอดใต้ตึกโรงแรมอื่น ขับรถไต่ขอบหน้าผา
  • ภูเก็ต: เหงานะ ผมว่าช่วงนี้เป็นช่วงปลายของไฮซีซั่น แต่นักท่องเที่ยวหายไปอย่างหน้าใจหาย ผมขับรถเข้าไปในป่าตอง ถนนโล่งเลย บางจังหวะ เผลอคิดไปว่า ที่นั่น ไม่ใช่เมืองไทย
  • ผมเห็น ป้ายประกาศโฆษณาชวนเที่ยวงาน fullmoon night ติดไปทั่ว ซึ่งมันก็คือ คืนวันวิสาขบูชา แล้วต่อมาก็เห็นข่าว ประขาขนภูเก็ตทำพิธีปัดรังควาญเมือง เพราะมีคนฝันว่า ทั้งเกาะมีควันดำปกคลุม น้องปูไปคิดเอาเองนะครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี