๑๙ เมษายน ๒๕๕๔
เมื่อช่วงเดือน มีนาคมที่ผ่านมาเราได้มีโอกาศลองเพาะกล้ารางจืดเพื่อใช้ปลูกในสวนสมุนไพรขึ้น บางส่วนปลูกเพื่อส่งให้กับทางศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ ๖ (ขอนแก่น) การได้ลงมือจัดการงานเพาะปลูกด้วยตัวเอง ตั้งแต่การซื้อดิน เตรียมดิน ตัดเถารางจืด แช่น้ำยาเร่งราก จบที่การนำเสียบลงถุงดำ ทั้งหมดทั้งสิ้น....เหนื่อย....ทว่าสนุกดี ^_^
ที่เหลือเป็นการรดน้ำและเฝ้ารอ.....การเฝ้าดูรางจืดทุกวันๆทำให้เราเห็นแง่งามของการรอคอย ....เมื่อรางจืดที่ปลูกไว้งอกออกมาจากเถาที่ปลูก ช่างเป็นความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจจนไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไร จึงได้แต่ยิ้มทักทายรางจืดที่ผลิออกมาแล้วเอ่ยว่า
/สวัสดี ยินดีที่มีชีวิตรอดมาเจอกันจร้า/

นี่คือดินที่ออกไปซื้อกับน้องเตย(จพ.สาธารณสุขที่ทำงานอยู่ด้วยกัน) เราใช้รถรีเฟอร์ของที่ทำงานไปขนกัน ขาไปเจ้าของร้านเป็นคนขนขึ้น ขากลับน้องเตยซึ่งทำหน้าที่เป็นสารถีต้องกลายมาเป็นคนขนลงอีก ห้าๆ ใช้แรงงานน้องใด้คุ้มค่ามากจริงๆค่ะ

มาถึงขั้นตอนการกรอกดินลงถุงบ้าง ช่วงนั้นอากาศหนาวเหน็บ เรากับผู้ช่วยเรา (แม่วัตร แม่สำรอง) เลยไปกรอกดินกันในสวนมะม่วง มีกองไฟเป็นจุดศูนย์กลาง ทุกคนมีความสุขกับการกรอกดินมากเพราะอุ่นกำลังดี ^_^

ดินที่กรอกเสร็จแล้ว

เราไม่ได้ถ่ายรูปตอนที่ตัดเถารางจืด เลยลัดมาขั้นตอนการเสียบลงถุงเลยก็แล้วกัน ก่อนจะเสียบลงถุงดำต้องเอารางจืดไปแช่น้ำยาเร่งรากไว้หนึ่งคืนก่อนค่ะ ถามสูตรมาจากเจ้าของร้านดินที่ไปซื้อกับน้องเตย แต่มีคุณแม่ภา แม่อสม.ที่มาช่วยเราปักชำวันนั้นบอกว่าตัดแล้วแช่สองชั่วโมงก็ได้เพราะแม่ภาทำกับมันสำปะหลังบ่อยๆ
วันปักชำมีแค่แม่ภา พ่อโสดา (ประธานตำบลที่มาส่งหนังสือที่รพ.สต.แต่โดนเราดึงมาช่วย ห้าๆ ^_^)มาช่วยทำค่ะ เพราะก่อนหน้านี้จัดประชุมประธานอสม.ทุกท่านบอกว่ากำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานบุญพระเหวตกันค่ะซึ่งจัดทุกหมู่บ้าน คงมาช่วยได้น้อย
มีมาสองคนก็ดีใจแล้วค่ะ.....

ปรบมือให้กับรางจืดที่งอกออกมาแล้วค่ะ สวยงามใช่มั๊ยหละค่ะ เพาะเองกับมือเลยรู้สึกภูมิใจจังเลยค่ะ ^_^
ว่านรางจืดที่บ้านมีต้นหนึ่งค่ะ โตเร็วมาก เลี้อยไปทั่ว และใบใหญ่ขนาดฝ่ามือค่ะ ออกดอกสีม่วงสวยด้วยค่ะ กินล้างพิษตับค่ะ และหากหมาแมวโดนงูกัดก็ตำเอาน้ำกรอกปากให้กินค่ะก่อนนำส่งโรงพยาบาลค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องรางจืดค่ะ
คุณพี่ ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ หมาแมวที่รพ.สต.มีเยอะพอสมควรไว้จะหมั่นสังเกตอาการแล้วลองนำไปใช้ดูนะค่ะ
ส่วนการกินล้างพิษตับตั้งใจเอาไว้ว่าจะนำเรื่องนี้ไปสอนชาวบ้านค่ะ เพราะที่นี่ทำเกษตรกรรมกันเป็นส่วนใหญ่
ช่วยล้างพิษยาฆ่าแมลงได้ดีค่ะ
ใช้แรงงานฉันยกถุงดิน ซึ่งหนักมากๆๆๆๆๆ ชิชิ
ไม่น่าเชื่อว่าช๊านจะขนลงจากรถได้หมด ปวดแขนเลยเด้
เพาะออกมาความรู้สึกดีเหนาะ กว่าจะส่งเสียงเชียร์ให้ลุกขึ้นมาได้ ก็หมดพลังงานไปเยอะเหมือนกันนะเนี๊ย
นึกย้อนถึงวันแรกที่เดินย่ำเข้าไปที่สวนหลัง รพ.สน. ที่เขียวครึ้มไปด้วยหญ้า แต่ก็ยังเห็นกล้าพันธุ์สมุนไพร โดยเฉพาะพืชลงหัวหลากหลายชนิด ชูช่องามสง่า ประหนึ่งอวดโฉมว่า
"ฉันมีชีวิตอยู่ได้นะ กับผืนแผนดินแห่งนี้ พาเพื่อน ๆ มาอยู่ด้วยกันกันฉันซิ"
เสียงแห่งธรรมชาติเสียงนั้น ทำให้พี่ไม่เคยหยุดที่จะให้กำลังใจนี ในการพัฒนา ในการสร้าง ในการรวบรวม จากสวนที่มีพืชพันธุ์แต่ยังขาดการดูแลเอาใจใส่
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ร่วม ๆ แปดเดือนมั่ง ใช่ป๊ะ ชักไม่แน่ใจ
ปรากฏว่า พี่เห็นการเจริญเติบโต ทั้ง ต้นไม้ใบไม้ ทั้งสวน และน้องนี ที่เริ่มจะมีแรงในการลุยทำงาน
ต้นไม้ยิ่งเติบใหญ่ ยิ่งเห็นพัฒนาการของศักยภาพของผู้ดูแลว่าเติบโตมากขึ้นเพียงใด
แค่แปดเดือนเองเหรอนี่ ที่เรารู้จักกันมา ดูเหมือนมัน น๊าน นานเหนาะ
สู้ต่อไปนะน้อง ชีวิตคือการเรียนรู้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมันจะดำเนินต่อไป
(^_^)
จะทำอะไรก็รีบทำ เหมือนที่ครูเอ่ย
"ททท = ทำทันที"
แล้วท่านก็ย้ำอีกว่า
"ททท ยรร = ทำทันทีอย่างรวดเร็ว"
อันนี้ยืมท่านมาใช้
เป็นกำลังใจให้ค่ะ.........พี่ติ๋ว