ถ้าไม่มีเรา เขาคงไม่ตาย

          วันนี้ (18เมษายน) ผมเจอเหตุการณ์หนึ่ง ที่ค่อนข้างสะเทือนใจมาก ผมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ผมไม่มีเจตนาร้ายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่การกระทำของผม ก่อให้เกิดสิ่งเลวร้ายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย

          ประมาณ 5 โมงเย็น ผมพาหลานปันปัน ไปเดินเล่นในสนามเด็กเล่นข้างบ้าน ขณะเดินอยู่ในสนาม ผมเห็นนกพิราบตัวหนึ่ง เดินช้า ๆ ไม่หนีคน สังเกตดูก็รู้ว่าเขากำลังไม่สบาย หรือไม่ก็เจ็บป่วยอะไรสักอย่าง ผมบอกเด็กทุกคนว่า อย่าไปทำร้ายเขานะสงสารเขา

          เดินเล่นสักระยะก็พาหลานเข้าบ้าน แล้วออกมากวาดหน้าบ้าน ผมเห็นนกตัวนั้นเดินมาอยู่ที่ประตูหน้าบ้านผม แม่บ้านบอกว่าถ้าขืนปล่อยไว้อย่างนี้ รับรองแมวเอาไปกินแน่ ๆ ผมก็เลยเอามือสวมถุงพลาสติกจับตัวเขาไว้ ที่ต้องสวมถุงเพราะกลัวว่าเขาเป็นโรคติดต่อ แล้วนำเขาไปปล่อยไว้ที่ดงกล้วยในสนามเด็กเล่น แม่บ้านผมบอกว่าเขาน่าจะหิว ผมก็เลยให้เขาไปเอาข้าวสารกับน้ำมาให้

          ผมบรรจงเอามือซ้ายง้างปากเขา แล้วเอาหลอดที่ใส่น้ำค่อย ๆ ให้เขากิน เขาก็กินผมคิดในใจ ถ้าอย่างนี้มีโอกาสรอด คืนนี้คงต้องเอาไปไว้ในรั้วบ้านโดยเอาตระกร้าหรืออะไรที่มีรูโปร่งครอบไว้ จากนั้นผมก็เอาข้าวแช่น้ำค่อย ๆ กรอกใส่ปากเขา ขณะที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำ เหลือบมองนก อนิจาเขาคอพับ ตายไปต่อหน้าต่อตาผม

          ผมเอาเขาไปฝังไว้หลังบ้านผม คืนนี้ก่อนนอนจะสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้เขาไป แม่บ้านปลอบใจว่า เขาถึงที่ตายพอดี แต่ความรู้สึกลึก ๆ ของผม มันอดคิดไม่ได่ว่า ผมเป็นคนที่ทำให้เขาต้องตาย  เหตุการณ์นี้จึงเสมือนเป็นความประสงค์ดีแต่เจตนาร้ายของผม จริงมั๊ยครับ