ในตอนที่ ๑๕ ได้กล่าวถึงทักษะอาชีพและทักษะชีวิต ๒ กลุ่มคือ ด้านความยืดหยุ่นและปรับตัว และด้านการริเริ่มและกำกับดูแลตนเองได้ ในตอนนี้จะได้กล่าวถึงทักษะอีก ๓ กลุ่ม
ทักษะด้านสังคมและทักษะข้ามวัฒนธรรม (Social and Cross-Cultural Skills)
หัวใจคือ สามารถทำงานและดำรงชีวิตอยู่กับสภาพแวดล้อมและผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลายได้อย่างไม่รู้สึกเครียดหรือแปลกแยก และทำให้งานสำเร็จได้
เป็นเรื่องของการเรียนรู้และยกระดับ social intelligence และ emotional intelligence ของศิษย์
ตัวช่วยครูให้ออกแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อศิษย์ได้พัฒนาทักษะนี้อาจหาได้จาก Educators for Social Responsibility และ Asia Society แต่เป็นของสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยน่าจะมีหน่วยงานทำงานสนับสนุนด้านนี้ในบริบทไทยให้แก่โรงเรียนและแก่ครูเพื่อศิษย์
ครูเพื่อศิษย์ต้องออกแบบการเรียนรู้เพื่อให้ศิษย์พัฒนาทักษะ
- มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเกิดผลดี
@ รู้ว่าเมื่อไรควรฟัง เมื่อไรควรพูด
@ แสดงพฤติกรรมอย่างมืออาชีพ และอย่างน่านับถือ
- ทำงานในทีมที่แตกต่างหลากหลาย อย่างได้ผลดี
@ เคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม และทำงานร่วมกับคนที่มีพื้นฐานแตกต่างกันทางสังคมและวัฒนธรรม อย่างได้ผลดี
@ ตอบสนองอย่างใจกว้างต่อความเห็นและคุณค่าที่แตกต่าง
@ ยกระดับความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรม ไปสู่การสร้างแนวความคิดใหม่ วิธีทำงานแบบใหม่ หรือคุณภาพของผลงาน
การมีผลงานและความรับผิดชอบตรวจสอบได้ (Productivity and Accountability)
การเรียนรู้จากการทำโครงการ (project) เป็นวิธีเรียนทักษะเหล่านี้ โดยมีเครื่องมือด้าน ICT เป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกต่อการทำงานอย่างมี productivity การเก็บข้อมูลเพื่อความโปร่งใสตรวจสอบได้ รวมทั้งเพื่อการรับรู้ผลงานที่ทำได้ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ทักษะที่ต้องการคือ ทักษะในการกำหนดเป้า และบรรลุเป้าหมายนั้น การจัดลำดับความสำคัญของงาน และการใช้เวลา
การเรียนรู้จากการทำโครงการ มีขั้นตอนคือ ต้องทำความชัดเจนตัวโครงการ วางแผน ลงมือทำ และประเมินว่าได้ผลงานที่คุณภาพดีหรือไม่ กระบวนการทำงานเหมาะสมเพียงไร จะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะสำหรับศตวรรษที่ ๒๑
ครูเพื่อศิษย์ต้องออกแบบการเรียนรู้เพื่อให้ศิษย์พัฒนาทักษะ
- การจัดการโครงการ
@ กำหนดเป้าหมาย และทำให้บรรลุเป้าหมายนั้น แม้จะมีอุปสรรค และมีแรงบีบคั้นที่มาแย่งเวลาหรือความสนใจ
@ กำหนดลำดับความสำคัญ วางแผน และจัดการงาน เพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ
- การผลิตผลงาน
@ แสดงความสามารถพิเศษในการทำให้ได้ผลงานที่คุณภาพดีเป็นพิเศษ ได้แก่ ความสามารถด้าน
# การทำงานอย่างมีจริยธรรม และด้วยท่าทีเชิงบวก
# จัดการเวลา และโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ
# สามารถทำงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน (multitasking)
# ร่วมงานอย่างเอาจริงเอาจัง เชื่อถือได้ และตรงต่อเวลา
# นำเสนอตนเองอย่างมืออาชีพและมีมารยาท
# ทำงานร่วม และร่วมมือเป็นทีมอย่างได้ผลดี
# เคารพและเห็นคุณค่าของความแตกต่างหลากหลายในทีมงาน
# รับผิดรับชอบต่อผลงานที่เกิดขึ้น
มีแหล่งเรียนรู้มากมายที่ครูเพื่อศิษย์ สามารถเข้าไปค้นหาวิธีออกแบบโครงการสำหรับการเรียนรู้ของศิษย์แบบ PBL เช่น ที่ Oracle Education Foundation, Intel Teach Program, Buck Institute for Education, Project Management Institute Education Foundation, Coalition of Essential Schools เป็นต้น การมีหน่วยงานช่วยเหลือการจัดการเรียนรู้แบบ PBL จำนวนมากในต่างประเทศสะท้อนความสำคัญและความนิยมจัดการเรียนรู้แบบนี้
ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ (Leadership and Responsibility)
ภาวะผู้นำที่ต้องการในศตวรรษที่ ๒๑ คือภาวะผู้นำและความรับผิดชอบแบบกระจายบทบาท (distributed leadership and responsibility) และความรับผิดชอบมี ๓ ระดับ คือ (๑) รับผิดชอบต่อตนเอง (๒) รับผิดชอบการทำงานประสานสอดคล้องกันในทีม และ (๓) ความร่วมมือกันในทีมเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน
วิธีการทำงานแบบที่จะแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ ในศตวรรษที่ ๒๑ เรียกว่า “studio model” เป็นการทำงานแบบที่คนจากหลากหลายหน่วยงานย่อยมาร่วมกันทำงานโปรเจ็คร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ แสดงบทบาทของแต่ละคนเพื่อทำให้เป็นทีมที่แข็งแกร่ง ทุกคนช่วยกันสร้างผลงานที่สร้างสรรค์ และร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จ แล้วสลายทีมงาน เพื่อให้แต่ละคนไปทำงานโปรเจ๊กถัดไป ที่มีสมาชิกของทีมแตกต่างออกไป
ในอนาคตคนที่มีการศึกษาจะทำงานแบบเป็นโปรเจ็ค ในรูปแบบ สตูดิโอ โมเดล และงานแบบนี้เรียกร้องภาวะผู้นำและความรับผิดชอบสูงมาก และให้โอกาสเรียนรู้สูงมากด้วย
ตัวอย่างการเรียนรู้ที่ให้ทักษะนี้ ดูได้จาก Model UN Program ซึ่งเราอาจเลียนแบบเอามาทำ “โครงการศึกษารัฐสภาไทย” ก็ได้ โดยให้นักเรียนแต่ละคนสมมติตัวเองเป็นผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนึ่ง ร่วมกันเขียนกฎหมายเพื่อการใดการหนึ่งที่แต่ละพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องแตกต่างกัน เนื่องจากบริบทของพื้นที่แตกต่างกัน
ครูเพื่อศิษย์ต้องออกแบบการเรียนรู้เพื่อให้ศิษย์พัฒนาทักษะ
- ชี้แนะและเป็นผู้นำแก่ผู้อื่น
@ ใช้ทักษะมนุษยสัมพันธ์และทักษะแก้ปัญหา ในการชักนำผู้อื่นไปสู่เป้าหมาย
@ ทำให้ผู้อื่นเกิดพลังในการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จร่วมกัน
@ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้ใช้ศักยภาพหรือความสามารถสูงสุดผ่านการทำตัวเป็นตัวอย่าง และการไม่ถือผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง
@ ทำตัวเป็นตัวอย่างในการใช้อำนาจอย่างมีจริยธรรมและคุณธรรม
- มีความรับผิดชอบต่อผู้อื่น
@ ดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบโดยถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
ทักษะเหล่านี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตในอนาคตของศิษย์ ทั้งต่อผลสำเร็จของงาน และต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
วิจารณ์ พานิช
๙ ธ.ค. ๕๓