เมื่อไรจะได้กลับบ้าน?

ประเทศไทยมีวันหยุดสำหรับเทศกาลต่างๆ มากมาย แต่เทศกาลสงกรานต์ดูเหมือนจะมีความสำคัญที่สุดเนื่องจากมีความหมายกับประชาชนแทบทุกระดับชนชั้นโดยเฉพาะระดับล่าง


ในขณะที่คนฐานะดีพากันไปเที่ยวต่างประเทศ คนทำงานบริษัทหรือราชการมีวันหยุดหลายๆ วัน ที่จะได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด ชายทะเล

แต่คนงานตามโรงงาน คนงานหาเช้ากินค่ำ ทำงานบ้าน เลี้ยงเด็ก ที่ปกติแทบจะไม่เคยได้มีวันหยุด สงกรานต์จะมีความหมายกับพวกเขามาก เพราะมันหมายถึงการที่จะได้กลับบ้านพบหน้าพ่อแม่ พี่น้อง


ฉันเองไม่ชอบไปไหนในช่วงเทศกาลที่มีผู้คนเยอะๆ หลายปีก่อน เมื่อครั้งหัดเขียนสีน้ำใหม่ๆ ฉันสะพายกระเป๋าอุปกรณ์ พร้อมเครื่องดื่มและอาหารเข้าไปในสวนหลวง ร.๙ ที่อยู่ใกล้บ้าน หามุมหลบเพื่อนั่งหัดวาดรูป ตลอดทางฉันพบคนที่เข้าไปเดินเที่ยวและเล่นสาดน้ำประแป้ง พวกเขาพูดภาษาที่ฟังไม่ออก หลายๆ ภาษา ทั้งเวียดนาม และภาษาถิ่นของประเทศพม่า

สงกรานต์ปีนี้ฉันสะพายกล้องเข้าไปเที่ยวสวนหลวงร.๙ อีกครั้ง เพื่อถ่ายรูปเล่น ปีนี้ไม่ค่อยมีคนเดินเที่ยวมากนัก หนุ่มสาวแทบทุกกลุ่มที่เดินสวนมาล้วนแล้วแต่พูดภาษาต่างประเทศ พวกเขาอยู่ในสภาพที่ยิ่งกว่าคนงานที่ยังมีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้าน พวกเขาไม่สามารถไปที่ไหนได้นอกจากเดินเที่ยวตามสวนสาธารณะต่างๆ เนื่องเพราะมันแทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงที่จะถูกจับข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และยังเป็นโอกาสที่จะได้พบเพื่อนร่วมชาติอีกด้วย


ในขณะทำนองเดียวกัน คนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศในอาชีพคนงานรับจ้าง ทำงานบ้าน เลี้ยงเด็ก ก็จะพากันออกมาเที่ยวสวนสาธารณะ นั่งตำส้มตำกันบ้าง จับกลุ่มพูดคุยกันไม่ผิดอะไรกับชาวพม่า ลาวหรือเวียดนามในบ้านเรา


คนที่ไม่เคยจากบ้านจากเมืองไปไหนอาจจะไม่เข้าใจหัวอกของคนที่มีความจำเป็นต้องไปทำงานไกลๆ ว่ามันว้าเหว่ขนาดไหน ฉันเองแค่ต้องอยู่หอพักตอนเรียนหนังสือก็ยังนอนร้องไห้คิดถึงพ่อแม่เป็นประจำ 

เด็กผู้หญิงที่มารับจ้างทำงานบ้านที่ฉันเคยเห็นยังเด็กมาก บางคนอายุแค่ 13-14 เอง แม้จะทำงานไม่ค่อยเป็นแต่ฉันก็แอบหวังว่าพวกหนูได้พบเจอเจ้านายใจดี 


จะสังเกตได้ว่าเด็กทำงานบ้านที่มาจากพม่ามักจะฉลาดและขยันกว่าเด็กจากลาว แม้จะพูดแทบจะไม่ได้ในตอนแรกและดูเหมือนว่าจะไม่มีวันพูดได้ชัดเลยก็ตาม พวกเขารู้จักต่อรองต่างๆ นานา โดยจะมีนายหน้าทำตัวเหมือน head hunter คอยเปลี่ยนงานเพื่ออัพเงินเดือนให้

คนทำงานบ้านชาวพม่ามักไม่มีความผูกพันกับนายจ้าง จะมาจะไปหน้าตาเฉยทันทีถ้าได้เงินเดือนมากขึ้นเล็กน้อย แทบทุกคนเริ่มต้นที่เงินเดือนๆ ละ 3000 บาท ไม่ถึงปี หลายๆ คนได้เงินเดือนไม่ต่ำกว่า 5000 และอาจกลับมาหาเราอีกถ้าเราขึ้นเงินเดือนให้

บางคนเรียนจบมหาวิทยาลัย พูดภาษาอังกฤษได้ แต่ที่นั่นหางานทำยากและจะได้เงินเดือนประมาณ 2500 บาท เท่านั้น เรียกว่ามาทำงานบ้านที่บ้านเราดีกว่าเยอะ

เดินไปคิดไปบ่นไป ค่ำแล้ว 


ได้เวลากลับบ้านเสียที

 

และถึงเวลาที่ทุกคนไม่ว่าชาติไหนภาษาใด ไม่ว่าจะเดินทางกลับจากยุโรป ฮ่องกง เชียงใหม่ หรือว่าสวนหลวง ร.๙ ... กลับเข้าทำงานต่อไป

ส่วนฉันซึ่งชักจะโหลดรูป ทำบล็อกที่นี่เก่งขึ้นนิดหน่อย ทำบล็อกได้ติดกันสองวัน จากนี้ไปก็ไม่รู้ว่าจะได้มาเมื่อไร