อย่างน้อยในวันนี้แค่หลานๆ ได้ตระหนักถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และความเป็นมาอันยาวนานของบ้านเมืองที่เค้าเติบใหญ่อยู่มาก็เพียงพอแล้วที่เค้าจะอนุรักษ์และศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านเมืองของพวกเค้าเอง

             วันที่  7 – 9  เมษายน  2554  ในปีนี้มีการจัดงานสมโภชครบรอบปีที่  734  ปีเมืองเทพาและงานเปลี่ยนผ้าพระสามองค์—พระคู่บ้านคู่เมืองเทพา

          ครูแอนเลยพาหลานๆ ไปเที่ยวด้วยเค้าต้องไปเรียนที่อื่นแล้วไม่ค่อยได้อยู่บ้านซักเท่าไหร่  บ่ายนี้เราเลยจัดทัวร์เล็กๆ กันเป็นทัวร์เชิงอนุรักษ์และศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านเมืองของพวกเราเอง

            เริ่มต้นด้วยการเข้าไปจุดธูปจุดเทียนนมัสการพระสามองค์ อันเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองเทพา มาตั้งแต่สมัยโบราณ อันประกอบด้วยพระสามองค์  ดังนี้ : พระแก่นจันทน์ (พระซึ่งสร้างขึ้นจากแก่นใจกลางไม้ที่ชื่อว่า “ไม้จันทน์” ) ,  พระจังหัน (พระซึ่งสร้างขึ้นจากการรวมข้าวและภัตตาหารที่ชาวบ้านนำมาถวายพระ)  และ พระเกสร (พระซึ่งสร้างขึ้นจากการรวมดอกไม้ที่ชาวบ้านนำมาถวายพระ)

            หลังจากขึ้นไปนมัสการวางพวงมาลัยถวายท่านแล้วก็ลงมาสรงน้ำพระสามองค์อันเป็นรูปจำลองซึ่งวางด้านหน้าพระอุโบสถนั่นเอง  และก็ไปกราบไหว้พระบรมรูปขนาดใหญ่ของเสด็จพ่อ ร.5 พระมหากษัตริย์ไทยผู้พระราชทานนามให้กับวัด  อันเป็นที่มาของชื่อวัดอย่างเต็มๆ ว่า “วัดเทพาไพโรจน์” 

             ท่านผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อๆ กันมาว่า เหตุเพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 5  เคยเสด็จประพาสหัวเมืองเทพาในครั้งโน้นและเสด็จขึ้นฝั่งมาที่ท่าวัดแห่งนี้  และพระองค์ก็พระราชทานนามวัดให้นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  ปีนี้เลยมีการอัญเชิญพระบรมรูปของพระองค์ท่านมาประดิษฐานไว้ที่นี่เพื่อเป็นที่สักการะแก่ชาวเทพาอีกด้วยเมื่อวันที่  7  เมษายน  2554  แต่ชาวบ้านที่นี่ก็เรียกชื่อวัดแห่งนี้ติดปากว่า “ วัดพระสามองค์ ” ตามกันมายาวนานเช่นกัน

       

           ต่อมาภายหลังมีผู้ใหญ่ใจดีหลายท่านได้เข้ามาช่วยเหลือในการบูรณะวัดเทพาไพโรจน์หรือวัดพระสามองค์อีกครั้งหนึ่งโดยความร่วมมือกันทั้งภาครัฐ(อำเภอเทพา)และภาคประชาชน เช่นครั้งหนึ่งคุณหมอพรทิพย์  โรจนสุนันท์  ก็เคยมาช่วยเหลือในการสร้างพระอุโบสถบูรณะวัดและยังมีนายทหารผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งที่ครูแอนไม่ทราบชื่อท่านอย่างแน่ชัด  ร่วมกับทางฝ่ายสงฆ์อันอยู่ในความดูแลของเจ้าคณะอำเภอ “ตาหลวงแดง” โดยการดำเนินงานของท่านไมตรี พระผู้ช่วยตาหลวงแดงที่วัดสุริยารามซึ่งเป็นหนึ่งในสองวัดในเขตเทศบาลตำบลเทพานั่นเอง  และขณะนี้ก็กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอาคารต่างๆ ภายในวัดที่ยังกำลังก่อสร้างอยู่อีกเป็นบางส่วน

คุณครูจากโรงเรียนต่างๆ ในอ.เทพา มาช่วยงานที่วัดพระสามองค์

สรงน้ำพระสามองค์เพื่อความเป็นสิริมงคล

            หลังจากนมัสการพระสามองค์และกราบไว้พระบรมรูปเสด็จพ่อ ร.5 เสร็จแล้วพวกเราก็ไปชมการแสดงบนเวทีอีกฟากหนึ่งของพระอุโบสถ  ที่ตั้งของเวทีอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนวัดเทพาไพโรจน์ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับวัดแห่งนี้ 

เห็นบ้านที่ติดกับวัดนั่นมั๊ยคะ...เป็นบ้านคนมุสลิมเลยค่ะ

แล้วเค้าก็มาขายของข้างๆ วัดเนี่ยล่ะค่ะ

           ที่น่าแปลกกว่านั้น!! วัดนี้ตั้งขึ้นท่ามกลางหมู่บ้านของชาวไทยมุสลิม ติดกันกับวัดเป็นบ้านคนมุสลิมเลย (ครูแอนยังเคยไปขอหยิบยืมไฟแช็คจากบ้านคนมุสลิมข้างๆ วัดเพื่อมาจุดธูปเทียนไหว้พระก่อนหน้านี้เลยค่ะ)

ท่าน้ำหน้าวัดพระสามองค์...เป็นแม่น้ำเทพาสายหลักของเมืองเทพา

 

            ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าจริงๆ แล้ววัดพระสามองค์ตั้งอยู่ตรงนี้นานแล้ว  หน้าวัดก็จะมีท่าน้ำที่ขึ้นฝั่งได้  ก่อนนี้เคยมีคนนำพระสามองค์ไปทิ้งในแม่น้ำเทพา  แต่จนแล้วจนรอดในที่สุดท่านก็ลอยมาผุดตรงที่ท่าน้ำนี้เหมือนเดิมทั้งสามองค์  ก็เลยนำท่านขึ้นมาประดิษฐานที่วัดและสร้างพระอุโบสถหลังเก่าครอบไว้  แต่ที่วัดนี้ไม่มีพระภิกษุมาจำวัดเนื่องจากอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านมุสลิม (พระภิกษุที่จะมาจำวัดคงออกบิณฑบาตไม่ได้เป็นแน่) และคนมุสลิมในละแวกนี้ก็ทราบกันดีถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระสามองค์

          

          บนเวทีการแสดงมีป้ายขนาดใหญ่เขียนบอกชื่องานไว้ถึงกับทำให้หลานๆ ร้องดัง “โอ้โห! เมืองเทพาเรามีมานานตั้งกะ 734  ปีแล้วเหรอน้าแอน” (อย่างน้อยในวันนี้แค่หลานๆ ได้ตระหนักถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  และความเป็นมาอันยาวนานของบ้านเมืองที่เค้าเติบใหญ่อยู่มาก็เพียงพอแล้วสำหรับการจัดทัวร์ของเราในวันนี้)

การแสดงปัญจสีละ...ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของคนไทยมุลสลิม

           การแสดงบนเวทีที่กำลังแสดงให้ผู้ชมชมอยู่ขณะนั้น  เป็นการแสดงชุด “ปัญจสีละ”  ซึ่งเป็นการแสดงโชว์(แต่ไม่ต่อสู้จริงๆ) ศิลปะการร่ายรำของการต่อสู้ป้องกันตัวของชาวมุสลิมทางใต้  เสร็จจากการแสดงชุดนี้หลานๆ จึงขอให้ครูแอนพาไปดูท่าน้ำสายใหญ่ของเมืองเทพา “แม่น้ำเทพา” ที่เมื่อก่อนเคยเป็นท่าน้ำที่รัชกาลที่  5  เคยเสด็จขึ้นฝั่งมานั่นเอง 

            พักใหญ่ๆ พวกเราก็เดินทางกลับบ้าน  ครูแอนเลยแถมท้ายด้วยการนำหลานๆ ไปดูบริเวณที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเก่าของเมืองเทพาที่อยู่ไม่ไกลนักจากวัดพระสามองค์

ผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่าจุดนี้เป็น "ประตูเมืองเก่า...เมืองเทพา"

           

            ครูแอนจำได้ว่าครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ที่เพิ่งย้ายมาที่โรงเรียนเทพาใหม่ๆ เราเคยคุยกันถึงเรื่องวัดพระสามองค์และอาจารย์ผาณิต  เพชรจำรัส  ซึ่งเป็นคุณครูอาวุโสท่านหนึ่งที่เคยสอนที่โรงเรียนเทพา (ขณะนี้ท่านย้ายไปสอนที่โรงเรียนมัธยมฯ ในกรุงเทพเพื่อไปอยู่กับครอบครัวที่โน่น) และท่านเองก็เป็นคนเทพาด้วยเคยเล่าให้ฟังว่าตัวประตูเมืองเก่าของเมืองเทพาตั้งอยู่บริเวณนี้  สังเกตได้ว่าจะมีต้นประดู่ใหญ่มากๆ สองต้นตั้งอยู่คู่กัน  แต่ในส่วนของรายละเอียดยังไม่มีรายละเอียดมากนัก 

แม่น้ำเทพา...ที่ไหลผ่านไปในตัวอำเภอเทพาและทอดยาวมาทางหมู่บ้านลำไพล

         

             และแล้วครูแอนกับหลานทั้งสองก็เสร็จสิ้นการทัวร์ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองเทพาของเราตอน 5 โมงเย็นกว่าๆ นั่นเอง  ครูแอนเลยขับรถพาหลานๆ วนรอบตลาดเมืองเทพาที่มีร้านรวงตั้งขายภายใต้ร่มเงาครึ้มของต้นไม้ใหญ่ในตัวตลาดที่ร่มเย็นสบายเป็นที่สุด