(ยืมภาพมาจากบ้านครูไก่)
บทกวีที่ให้แง่คิดในเชิงคติธรรม
กลุ่มรวมรสบทกวีเกิดขึ้นได้ด้วยการร่วมแรงรวมใจของบรรดาคอกวีที่เห็นว่า กวีคือรสนิยมของชีวิต เลขากลุ่ม ครูป.1จากสุพรรณ และผู้ช่วยเลขา คุณอุ้มบุญจากป่าติ้ว สองแรงแข็งขัน ผลักดัน “หัวหน้ากลุ่ม” ตั้งไว้หัวเสา แล้วแจกจ่ายงานกันทำด้วยความบันเทิงเริงใจ
ผมรับงาน บทกวีที่ให้แง่คิดในเชิงคติธรรม หันซ้ายขวารำลึกชาติอยู่ไปมา เห็นรำไรในความทรงจำว่า G2K มีกวีมากมายดุจดวงดาวบนฟากฟ้า (ยากจักนับ) เจิดจรัสต่างรูปแบบ ต่างร่ายนาฏลีลาแห่งดวงดาว
รวมใจกลั่นคติธรรมจากคำกลอนย่อมมีค่าและงดงาม เหนือสุนทรียะอื่นใด ผมเปิดเครื่องคอมฯ ก่อนท่อง G2K อย่างยาวนาน ขอเปิดเพลงเบาๆ
บิลด์อารมณ์ (อิอิ) พบ จอห์น เดนเวอร์ กับ จอห์นนี แค็ช Johnny Cash - San Quentin (Live from Prison)เอาล่ะได้การเปิดฟังไปเรื่อยๆ แล้วออกเดินทาง.....ก็ในเน็ทนี่แหละ เพื่อเกี่ยวคติธรรมจากบทกวี จากนักกวีหลากหลาย พบความอัศจรรย์ เพราะมีบทกวีอันสุขุมลุ่มลึกได้อรรถรสอยู่มากมาย
น่าเสียดายว่า ด้วยความจำเป็นหลายด้าน จึงนำมาเสนอได้เพียงบางส่วน เพื่อให้ลิ้มชิมรสเป็นการทำ “promotion” เล็กน้อยเท่านั้นเอง ดังนั้นผู้หวังจะแสวงแสงแห่งดาวแต่ละดวง โปรดติดตามด้วยตน อย่ารีบร้อนจนเกินเลยตกหล่น เหมือนดังการขบเคี้ยวอาหารเลิศรส ต้องค่อยๆ เคี้ยวช้าๆ และ ระวังภาวะอวบอ้วนทางปัญญา
![]()
พระมหาวินัย ภูริปญฺโญ ทิวาพัฒน์
http://gotoknow.org/blog/parmahavinai111/434260
พระคุณแม่แน่แท้ มากมาย
ท่านก่อร่างสร้างกาย ก่อนเกื้อ
ความรักมิเหือดหาย เหินห่าง ลูกนา
รักถนอมโอบเอื้อ โอบอุ้มรักษา......
..กวีนำเสนอให้คำนึงถึงพระคุณของแม่ เหมือนพระอรหันต์ เหมือนพรหมของลูกเสมอ
![]()
โดยคำ ลานเทวา
http://gotoknow.org/profile/phutanow และมีผลงานอีกส่วนติดตามได้ที่
http://www.thaiwriter.net/forum01/index.php?topic=326.0
http://phutanow.wordpress.com/
ยกคำกวีมาจากประวัติย่อของท่านเอง.......
บำเพ็ญและเที่ยวท่อง สารัตถะ
เฉกชีวิตใดสาระ ให้ยึดมั่น
เป็นอยู่อย่างธรรมดา สามัญ
พอเพียงแลเท่าทัน ในตัวตน
......................กวีต้องการแสวงหาประโยชน์ของการดำรงชีวิต มีชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่ต้องรู้เท่าทันกิเลสในตัวคน ใช่ครับ ทุกคน
![]()
ครูกานท์แห่งทุ่งสักอาศรม
http://gotoknow.org/blog/krugarn1/366008?refresh_cache=true
บ้านแห่งเรา
.
● บ้านนี้ไม่มีทุกข์ ไม่ปลุกร้อนในเหย้าเรือน
มีดาวอยู่เคียงเดือน แสวงหามรรคาสมัย
บ้านนี้ไม่มีเพื่อน ที่คลาเคลื่อนรับใช้ใคร
มิตรญาติก็ตัดใย หากยื้อยุดแต่มายา
บ้านนี้ไม่มีสี ไม่สาดสีแต่ศึกษา
แนบชิดกับอิฐศิลา ทุกฐานรากนิรนาม
บ้านนี้ไม่มีฟืน ไว้ใส่ไฟให้เริงลาม
ก้อนเส้าและเตางาม ไว้หุงหาและแบ่งปัน
บ้านนี้ไม่มีรั้ว ไม่กริ่งกลัวไม่ป้องกัน
เชื่อรักและผูกพัน ในสันติธรรมจะดำรง
บ้านนี้ไม่เลือกข้าง เพราะหลุมพรางคือผุยผง
ดีชั่วก็เผ่าพงศ์ ต้องยืนหยัดร่วมปัฐพี
กวีท่านนี้เป็นครูของผมเอง แต่ไม่เคยพบท่านเลย อ่านกวีของท่านและจำเอาเป็นครู "ครูพักลักจำ" อิอิ
กวีให้แง่คิดว่า ไม่ควรหาความทุกข์เข้าบ้าน มีไฟเพื่อหุงหาอาหารมิใช่หาความรู้ร้อนมาไว้ในเรือน ไม่เกรงกลัวภัยใดๆ เพราะมีศรัทธาในความรักหวังดีต่อกันและกันของมวลมนุษย์
ธนา นนทพุทธ
http://gotoknow.org/blog/nunthaputho/388694
เขียนบทกวีชื่อ.....สัตว์ มนุษย์ วิเคราะห์ความแตกต่าง
สัตว์มนุษย์ สุดประเสริฐ เลิศวิเศษ
มีท่าที รู้เหตุ เขตแก่นสาร
ผิดกับคน คอยเติม เพิ่มความพาล
คอยล้างผลาญ มนุษย์ถอย ร่อยหรอลง
สัตว์มนุษย์ รวมคน ปะปนร่าง
มีท่าที หาทาง ล้างลุ่มหลง
ยศกามเกียรติ เบียดบัง ไม่มั่นคง
สิ่งยืนยง คือความดี ไม่มีตาย
กวีบอกความหมายความเป็น มนุษย์ว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ คนมิใช่สัตว์ประเสริฐ เพราะมีความพาล พอรวม "สัตว์มนุษย์" ทำให้ความประเสริฐลดน้อยถอยลงไปด้วย แต่บอกว่า ความดีเท่านั้นที่เป็นอมตะ
![]()
พิมล มองจันทร์
http://gotoknow.org/blog/mikau2/251197
เขียนบทกวีชื่อ......."ขอทาน"
ขอทานอยู่แถวข้างถนน
เป็นคนหรือว่าเป็นเปรตผี
บางคนสนใจใยดี
บางคนปราดปรี่หนีไกล
เขาหิว เขาโหย เขาอ่อนแรง
ถูกโรคยื้อแย้งแช่งป่วยไข้
ร่างโซทรุดนั่งลงไป
ยกมือนบไหว้ขอเศษเงิน
กวีมองลึกถึงสายตาของคน 2 ประเภท มองคนเป็นคน มองคนมิเป็นคน เห็นคนแล้วควรให้ความช่วยเหลือเพราะอย่างน้อยก็เป็นคน มองเห็นมิใช่คน จึงหลบหนีไปอย่างเร็ว "เห็นคนเป็นคนจึงใช่คน เห็นคนมิใช่คน ใช่คนไม่"
![]()
นาวาเอก วสันต์ จันทะวงศ์ กองทัพเรือ
เขียนกวีชื่อว่า ......"เย็น..นิพพาน"
เหนื่อยหนักนั่งพักนิด สงบจิตสู่แจ่มใส
กี่ร้อยกี่เรื่องร้าย มอดมลายด้วย"ใจเย็น"
นิพพานที่ผ่านพบ คือสงบสว่างเห็น
จับจ้องที่ใจเป็น ให้รู้แจ้งก่อนสิ้นใจ
กวีให้แง่คิดสะกิดให้มอง เหนือยกายต้องหยุดพักผ่อนนอนหลับ เหนื่อยใจต้องหยุดคิด ให้ใจเย็นลงเสียก่อน แล้วจะเกิดปัญญา คือความสว่างในใจคน มุ่งเน้นการพัฒนาจิตใจ
![]()
ครูดาหลา
วัดขี้เหล็ก ลำพูน เขตฯ1
http://gotoknow.org/blog/krudala/431471
"วันอำลาสถาบัน"
จบหลักสูตรมอสามในวันนี้
ให้ศิษย์รักโชคดีดังประสงค์
ก้าวต่อไปให้สมเจตต์จำนง
ครูยังคงคอยให้กำลังใจ
สังคมใหม่เพื่อนใหม่ในโลกกว้าง
ใช้ปัญญานำทางกระจ่างใส
ใช้สติแก้ปัญหาทุกครั้งไป
อยู่ที่ใจรู้ค่าปัญญาชน..............กวีแสดงความหวังดี มีความห่วงใย ความผูกพันที่มีต่อศิษย์ พร้อมทั้งตักเตือน เป็นปัจฉิโมวาท ว่า มีครูเป็นกำลังใจให้เสมอ และต้องใช้สติปัญญาแก้ปัญหาชีวิตทุกครั้งคราว
![]()
นักกวีชื่อ "ทิมดาบ" อดิเรก เร่งมานะวงษ์ เขียนกวี "กลอนเปล่า" ชื่อ
"โลกไม่ได้วิกฤตหรอก...โลกนี้สวยงามต่างหากครับ"
มาร่วมสร้างสรรค์โลกสวยด้วยกันเถอะ
ยามใดเธอเหนื่อยหรือท้อใจ
จงเงยหน้ามองไปบนท้องฟ้า
ภายใต้พระอาทิตย์ดวงเดียว
เราทั้งผองกลมเกลียว
และจงใช้จินตนาการอันแตกต่าง
เพื่อสรรค์สร้าง
ร่วมร้องเพลงแห่งรัก
กันได้ในที่สุด
ถ่ายเทความรักข้างใน
จากทุกหัวใจดวงน้อย............มาร่วมสร้างสรรค์โลกสวยด้วยกันเถอะครับ...
กวีบันทึก "แง่คิดเชิงบวก" ไว้อย่างน่ารักน่าชังน่าติดตาม โลกแห่งความแตกต่าง แต่ว่า มีฟ้าผืนเดียวกัน และดวงอาทิตย์ดวงเดียวกัน มีความรักให้กัน โลกนี้มีแต่ความสุขอันจีรัง
นายสันติสุข สันติศาสนสุข
http://gotoknow.org/blog/s-an/429462
จากบางส่วนของบทกวีที่มีชื่อว่า .....เราจะเป็นแสงตะวัน ด้วยกันไหม ?
“เราจะเป็นแสงตะวันด้วยกันไหม
ส่องดวงใจด้วยรักอีกสักหน
ช่วยกันฉุดดึงเหล่าเยาวชน
ให้รอดพ้นจากภัยในสังคม”…………กวีชวนผองเพื่อนช่วยเยาวชนโดยการเปรียบว่า ผู้ช่วยเหลือนั่นเป็นแสงสว่างจากดวงตะวัน ภัยสังคมนั้นคือความมืดมิดอันน่าหวาดกลัว
![]()
คำนำหน้า: |
นาย |
ชื่อจริง: |
จำนง |
นามสกุล: |
พันธ์ชื่น |
http://gotoknow.org/profile/august82
จากบางส่วนของบทกวีที่มีชื่อว่า .....(นิรนาม)
เกิดมามองโลกนี้หลายปีอยู่ ( 2 ส.ค.2482 )
เคยเป็นครูมีงานสอนอ่านเขียน ( ร.ร.ศรีราชา )
รวมเวลาสี่สิบปีที่พากเพียร ( 2502 - 2542 )
จนเกษียณราชการเนิ่นนานมา ( 2542 )…….กวีที่เล่า อัตโนประวัติ ส่งเสริมความพากเพียรจนประสบความสำเร็จ เป็นครูยาวนานจนเกษียณ หนทางสายนี้ยังมีแง่มุมให้คิดอีกมากมาย
นายวิโรจน์ พูลสุข
http://gotoknow.org/profile/be5000
จากบางส่วนของบทกวีที่มีชื่อว่า .....กวีประกอบอัตโนประวัติ
กระเบื้องดันเฟื่องฟูลอย คนถ่อยได้ดีมีถม
ไอ้ห้อยลอยหน้ารื่นรมณ์ ไล่ข่มเข่นฆ่าราวี
กวีบอกความหมายไว้ด้วยว่า “กระเบื้องหมายถึงคนขาดศีลธรรมแต่ได้ดี” อันเป็นคติธรรมที่สอนว่า ต่อไปภายภาคหน้าเมื่อถึงยุคเสื่อมคนไม่ดีจะครองเมือง.......
ครูอิงจันทร์
ประจวบคีรีขันธ์
จากบางส่วนของบทกวีที่มีชื่อว่า .....นิทานคำกลอนสอนใจไม่จำเพาะคน: อินทรีพาล
http://gotoknow.org/blog/users/dk-p12/view
เจ้านายน้อยเป็นผู้ใหญ่ถึงคราวโกรธ
จะลงโทษข้าผู้น้อยด้อยศักดิ์ศรี
ควรแล้วหรือ เพียงตาเห็นเป็นคัมภีร์
สมควรมีเหตุผลบ้างสร้างชอบธรรม........
คติธรรมคือ จะกล่าวโทษโกรธขึงใครไม่ว่าผู้น้อยหรือผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ต้องระวังมากกว่าผู้น้อย ควรประกอบด้วยเหตุผลอันสมควร แต่ถ้าไม่โกรธใครได้ ก็จะดีที่สุดแล้ว
และอีกหนึ่งบทเพื่อเป็นตัวอย่างให้แง่คิดทางธรรม.....................
ขอหวยจ้าวพ่อ......
เอ้อเองอยากถูกหวยรวยกับเขา
เอาซิเอาเอียงหูมาข้าจะให้
ห แปลว่า "หายนะ" พาทรัพย์ไป
ว "วอดวาย" ย "ย่อยยับ" พาอับปาง
และติดตามผลงานอื่นๆได้จากที่นี่(โปรดcopy&paste)
http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-taltal/253047
http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-taltal/253064
http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-taltal/253511
http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-taltal/253968
http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-taltal/254986
http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-taltal/257059
http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-taltal/260220
![]()
ชื่อจริง: |
ปณิธิ |
นามสกุล: |
ภูศรีเทศ |
http://gotoknow.org/blog/users/paniti/view
...เป็นกระทง หลงทาง ดั่ง "ไชยา"
1. โอ้อนาถ วาสนา ชะตาลูก.....เคราะห์มาซ้ำ กรรมผูก ดังถูกประหาร
เป็นสัตว์บก ก็ไม่ใช่ ใ้ห้ร้าวราน....สัตว์เลื้อยคลาน ก็ไม่เชิง ชวนโศกา
2. สัตวน้ำ ก็ไม่ ได้เป็นอีก.....เขาเห็นหลีก หลบเร้น เล่นตีนท่า
ยังกระโดด โลดเต้น เช่น ไก่ กา.....ครู่เดียวกลาย เป็นปลา น่างวยงง
3. กำเนิดเป็น ลูกกบ ซบอกแม่.....ชะเง้อชะแง้ เห็นป้ายติด พิศวง
ลูกต้องพราก แม่พ่อ ต่อนี้คง-......เป็นกระทง หลงทาง ดั่ง "ไชยา"
……….กวีประกอบหลักธรรมหลากแง่คิดมุมมอง กล่าวถึงชะตากรรมของกบ เปรียบแล้วคล้ายกับชีวิตคนหากปล่อยไปเรื่อยคงเหมือนดังที่เพลงของคุณ ไชยา มิตรชัยที่ร้องไว้
![]()
ชื่อจริง: |
♥สมหญิง♥ |
นามสกุล: |
✿อุ้มบุญ✿ |
http://gotoknow.org/blog/khonsanfun/434541?refresh_cache=true
จากบางส่วนของบทกวีที่มีชื่อว่า .....
หลอกให้อยากแล้วจากไป ๒.
หลอกให้อยากแล้วจากไป ๒.
หลอก มารวม ร่วมใจเพื่อ พัฒนา
ให้อยาก นำพา สานเชื่อม เครือข่าย
แล้ว เรียนรู้ด้วยสุข แบบเรียบง่าย
จากไป มิวาย ขอ ต่อ R2R
....กวีเชิงต่อว่า พาให้ขำน้อยน้อย หลอกให้ทำความดี เขียนในลักษณะของกลอนกระทู้ ก่อนจากไปยังให้ทำต่ออีกหนึ่งงาน โถ.....นึกว่าเรื่องอะไร
........ลองอ่านกวีวิพากษ์......ต่ออีกบทหนึ่งนะครับ ความหมายคือ คนเราอาจพ้นทุกข์ได้ ตามเส้นทางแห่งธรรมของพระพุทธองค์
http://gotoknow.org/blog/ruamrosbotkawi/429223
เส้น แบ่งกลางกั้นใจในชีวิต
ทาง ลิขิตแห่งตนพ้นทุกข์ได้
สาย เชื่อมสู่สุขสงบส่งให้
นั้น ใช่ "เส้นทางธรรม" นำชีวี
![]()
นามแฝง: |
ครูแป๋ม |
คำนำหน้า: |
นางสาว |
ชื่อจริง: |
จิราภรณ์ |
นามสกุล: |
บุญสงค์ |
http://gotoknow.org/blog/jrpkpp/429062
๒๙๑.อำลา..อาลัย ศิษย์รัก สุรธรรมพิทักษ์ รุ่น ๒๒
ในที่สุดก็มาถึงวันลาจาก
จำต้องพรากจากไปไกลแสนคิดถึง
จบไปแล้วโปรดเถอะนะจงคะนึง
รำลึกถึงพี่น้องเราสุรธรรม………………กวีกล่าวถึงการจากลา ระหว่างครูและศิษย์แง่คิดคือ “การพบเป็นสัญญาณของการจาก” เสมอ ความคิดถึงกันก็เป็นส่วนหนึ่งของทุกดวงใจ อยู่ที่ว่า ใครจะดำเนินการอย่างไร กับความคิดถึงนั้น
Poo
LA Stations
Living @ Andaman
http://gotoknow.org/blog/lanandaman/410827
โลกใบเล็กของ ... น้องน้ำค้าง
ดั่งธรรมชาติสอนธรรมน้อมนำจิต
เป็นพลังแห่งชีวิตคิดสร้างสรรค์
เปิดเข้าใจออกยอมรับกับวัยวัน
ที่หมุนเวียนเปลี่ยนผันพลันพธู…………..ให้แง่คิดว่า ธรรมชาติก็สอนใจคนได้ แต่ต้องเปิดใจยอมรับวันเวลาเหล่านั้น ....ธรรมชาตินั้นคือพลังอย่างหนึ่ง
![]()
รพี กวีข้างถนน
พ่อ...ที่(ไม่)จากไป
ฉัน(ก็)...มีพ่อ
http://gotoknow.org/blog/2133/317858
เวลาผันผ่าน เนิ่นนานนมแล้ว
รูปในกรอบแก้ว ฉันยังถวิล
นั่งกอดรูปพ่อ น้ำตาหลั่งริน
ไม่เคยหมดสิ้น รักและ..อาลัย
.........พ่อของฉันเป็นคนดี………..ความรักระหว่างพ่อและลูกผูกพันได้ตลอด ชีวิตหนึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับความผูกพันต่อกัน การพรากจากเป็นความโศกเศร้า เรียกร้องหาบ่อน้ำตาได้เสมอ
![]()
ชื่อจริง: |
วราภรณ์ |
ชื่อกลาง: |
ดอกไผ่ |
นามสกุล: |
ธรรมทิพย์สกุล |
http://gotoknow.org/profile/thamtipsakul
เป็นแค่เพียง "ดอกไผ่" ใช่ "ดอกฟ้า"
เฉกดอกหญ้าค่าด้อยไร้คนถาม
ชีพดำรงคงอยู่เพียงครู่ยาม
ประทับความดีฝากก่อนจากจร... กวีประกอบประวัติส่วนบุคคล กล่าวถึงการถ่อมตน แม้ไม่มีใครเหลียวแลแต่ว่าสามารถทำความดีก่อนชีวิตจะจบลงได้ เหมือนเช่นคนหรือสิ่งมีค่าอื่นๆ
ชื่อจริง: |
ถาวร |
ชื่อกลาง: |
อุ้ม |
นามสกุล: |
ภาวงศ์ |
http://gotoknow.org/blog/tawornpawong/431544
ส่วนหนึ่งของกวีชื่อว่า “อย่าท้อ”
ยังมีแสง สีทอง ส่องกลางใจ มีความ สดใส ในความหม่น
มีความรัก ส่องสว่าง กลางใจคน ทั้งจากตน จากคนอื่น ในผืนดิน
ชีวิตเรา วันนี้ ยังมีหวัง มีพลัง แรงใจ ไม่สูญสิ้น
อาจล้มบ้างสร้างปีกใหม่ได้โบยบิน สัมผัสกลิ่น ดินหญ้า ยลฟ้างาม ……
ให้แง่คิดมุมมองในอนาคตข้างหน้า “เมื่อมีชีวิตก็ยังมีหวัง” ใครบางคนเขียนไว้ว่า “ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป ส่วนฝรั่งก็เขียนบ้างว่า “There is life there is hope”
ชื่อจริง: |
krugui |
นามสกุล: |
Chutimahttp://gotoknow.org/blog/9942/424779 |
ส่วนจากบทกวีชื่อว่า ......ยามตะวันลับ.....ที่ขอบฟ้า
ตะวันลับขอบฟ้าพาใจเศร้า
เหงาแสนเหงามองหาใครไหนจะเหมือน
แสงอาทิตย์เลือนลับแล้วกลับเยือน
ให้เชือดเฉือนเธอจากไปไม่หวนคืน……ตะวันลับฟ้าหมายถึงการจากลา แต่ว่าตะวันจากไปแล้วยังมีหวังว่าจะกลับคืน ส่วนคน (คนนั้น) กลับไม่หวนคืน เป็นกวีเปรียบเทียบ มุมเหมือนมุมต่าง
![]()
นามแฝง: |
คุณยาย |
ชื่อจริง: |
มนัสดา |
นามสกุล: |
คงดี |
บางส่วนจากบทกวี ชื่อว่า ความสุขเล็กๆ
http://gotoknow.org/blog/khongdee/427151
พอตกบ่ายไม่วุ่นวายให้ใจขุ่น
มุ่งหน้าสู่พระธาตุนาดูนบุญรออยู่
จิตตั้งมั่นหันหาธรรมค้ำหนุนชู
แผ่เมตตามาสู่ทุกผู้คน…………….กวีบอกว่า การทำบุญคือความสุข การยึดพระธรรมเป็นที่พึ่งก็เป็นความสุข การแผ่เมตตาให้แก่กันก็มีความสุข ที่สำคัญแฝงการท่องเที่ยวไว้ด้วย พระธาตุนาดูน
![]()
กิ่งไผ่ใบหลิว
http://gotoknow.org/blog/a-kerdjumroon/409032
ในเงาฝัน
ตอกย้ำยามย่ำอัสดง
พะว้าพะวงหลงทาง..เปรอะเปื้อน
กอดเงาช้ำอ้างว้างกลางแสงเดือน
ยังย้ำเตือนซากรักที่หักพัง……………อีกบทหนึ่งของกวีที่ใช่เวลามุ้งมิ้งเย็นย่ำสายัณหกาลประกอบบอกเล่าถึงความหลังความรักที่สูญหายไป แฝงความหม่นเศร้าไว้ให้ผู้อ่านได้รับรู้
![]()
ชื่อจริง: |
ณัฐวรรธน์ |
นามสกุล: |
นวะมะรัตน์ http://gotoknow.org/blog/2552memo/329245 |
บางส่วนจากบทกวีชื่อว่า ........เหนื่อยนักก็พักก่อน
ด้วยเหนื่อยนัก พักลงบ้าง วางลงก่อน
ค่อยคลายถอน ผ่อนเมื่อยล้า พาสุขี
งานแสนหนัก เว้นวรรคบ้าง ห่างสักที
หาสิ่งดี ที่สร้างสุข สนุกกัน…………กวีสอนให้รู้จักละวางตามหลักธรรมอันสูงสุดทางพระศาสนา แต่ว่าให้ระวังเพราะไม่ใช่ละวางกันได้ง่ายๆ แล้วให้หาสิ่งที่เป็นความสุขทางอื่นๆ ประกอบชีวิตเสียบ้าง
![]()
ชื่อจริง: |
NONGYAO |
นามสกุล: |
CHAMCHOY |
http://gotoknow.org/profile/nongyao_chamchoy
บางส่วนจากบทกวี .......ฟังเสียงฝน..
ฟังเสียงฝน ร่วงหล่น จากฟากฟ้า
เหมือนน้ำตา ร่วงหล่น ปนความเศร้า
น้ำที่ไหล ท่วมนอง พี่น้องเรา
ไม่บรรเทา ท่วมบ้านเรือน และผู้คน……เสียงสายฝนหล่นก็ยังฟังเป็นเสียงแห่งความเศร้า หากเราอยู่ในอารมณ์อันหม่นหมอง เช่นสถานการณ์ทางภาคใต้ สิ่งที่ตามมาหลังฝนตกจนเกินการ ความเศร้าจึงตามมา
![]()
ชื่อจริง: |
ภาทิพ |
นามสกุล: |
ศรีสุทธิ์http://gotoknow.org/blog/tip-poem/433878 |
บางส่วนจากบทกวี........เพียงรำพึง [C]
ก็ไม่ใช่ผู้กระทำย่ำผืนป่า
ไยภูผาพาลพวกฉันกันหนอนี่
น้ำหินโคลนเชี่ยวกรากพรากชีวี
เสี้ยวนาทีทุกที่ถิ่นหมดสิ้นแล้ว
พวกนายทุนนายใหญ่คือผู้ถือสิทธิ์
ปาล์มหมื่นไร่ปกปิดกันเป็นแถว
จะเดือดร้อนอย่างไรไร้วี่แวว
ที่สะสมในคลังแก้วก็เกินพอเพียงรำพึงบอกกล่าวเมื่อคราวเข็ญ
เหตุที่เป็นนั้นเราเปล่าเลยหนอ
หากเอาคืนคืนคนที่ต้นตอ
เปล่าร้องขอเอ่ยเสียง....เพียงรำพึง…….ให้แง่คิดว่าการตัดไม้ทำลายป่าเป็นความผิดพลาด กวีใช้วิธีต่อว่าธรรมชาติ เพื่อสะท้อนไปถึงคนตัดไม้ทำลายป่าว่า ไม่ถูกต้อง แล้วบอกความจริงให้ธรรมชาติรู้ ทั้งที่โดยแท้แล้วเป็นการบอกคนกระทำนั่นเอง ว่า “ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว”
![]()
คำนำหน้า: |
ดร. |
ชื่อจริง: |
อุทัย |
นามสกุล: |
เอกสะพัง |
http://gotoknow.org/profile/uthai1589
น้ำท่วมบ้านย่านภาคใต้หลายจังหวัด
ร่วมกันจัดซับน้ำตากันเถิดหนา
ขอน้ำใจไทยช่วยไทยได้เมตตา
รินหลั่งมาฟื้นฟูใจชาวใต้..เอย……..กวีชักชวนเชิญชวนให้มีเมตตาต่อคนผู้ประสบชะตากรรม ตามหลักการแห่งกวีของล้นเกล้ารัชการที่6 ที่ทรงนิพนไว้ว่า “อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่...” แต่ชวนกันหน่อยก็ดีนะครับ
![]()
โสภณ เปียสนิท
http://gotoknow.org/blog/ruamrosbotkawi/428339
บางส่วนจากบทกวีชื่อว่า ....แสงแห่งเทียน.........
ชีวิตเปรียบเทียบเทียนที่เปลี่ยนแปลก
จะดวงแรกดวงหลังดังขานไข
คือดวงเทียนดวงทีมีดวงใจ
ย่อมมีฝันหวั่นไหวกลางสายลม………….กวีเปรียบชีวิตเหมือนแสงเทียน เหมือนดวงใจของทุกคน ย่อมมีฝันอันเคยใฝ่ แต่ว่าอยู่กลางสายลมแรง อาจดับลงเมื่อใดก็ย่อมได้ ดังนั้น พึงดำรงอยู่ด้วยความไม่ประมาท

ท่านหัวหน้ากลุ่มยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ
คิดไม่ผิดเลยที่แต่งและตั้งเป็นหัวหน้ากลุ่ม..
ชื่นชมด้วยความเคารพค่ะ
ใส่รูปของบรรดากวีไว้แล้วแต่ว่า เวลาบันทึกไหงหายไปได้ แหม ใครหนอทำหายไป กำลังหาทางใส่รูปเข้าไปใหม่ให้ไฉไลดีกว่าเดิมครับ
อยู่ระหว่างความพยายาม
ไม่ยากเลยค่ะท่านหัวหน้า
ก็รวมลิงค์บันทึกจากน้องมะปรางเปรี้ยว
ก็สามารถรวมบันทึกได้ทั้งหมดค่ะ
เรียนท่าน ผศ. โสภณ ที่เคารพ ขอน้อมนบว่าเยี่ยมยุทธ์ใช่มุสา
นี่แหละใช่ถอดบทเรียนที่เขียนมา ถึงแม้ว่าเพียงส่วนหนึ่งก็ตรึงใจ
ตามเก็บความครบถ้วนล้วนมวลมิตร มิกั้นปิดเปิดใจกว้างวางใจใส
ตรงประเด็นเฟ้นใจความงามพิไล ที่โดนใจ...มิใช่เพราะ...มีชื่ออิงจันทร์
เป็นธรรมดาของการนำเสนอบนเวที ....
ของดีต้องรอรอบดึก อิอิ
สวัสดีครับอาจารย์
เรียนเพื่อนพ้องน้องพี่
เรียนท่าน ผศ.ด้วยความเคารพ
พิมล มองจันทร์
http://gotoknow.org/blog/mikau2/toc
ยอดกวี ระดับปรมจารย์อีกท่าน ที่ครูอิงมักเข้าไปเรียนรู้ และ เลียนแบบ 5555555555+
คือท่านผู้นี้ค่ะ เอามานำเสนออีกรอบ (ควรมิควรแล้วแต่จะพิจารณา อิ..อิ...)ขออนุญาต
รวบรวมสามัคคีชุมนุมไว้ ณ ที่นี้ นะคะ