ครูเพื่อศิษย์ต้องฝึกทักษะด้าน internationalization ให้แก่ศิษย์ โดยที่ในการนี้ก็จะช่วยสร้างความเป็นนานาชาติให้แก่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยด้วย โดยที่เครื่องมือ ICT จะช่วยให้ครูสามารถออกแบบการเรียนรู้ให้แก่ศิษย์ ให้ศิษย์มีทักษะนานาชาติ โดยไม่จำเป็นต้องมีครูชาวต่างประเทศ และไม่จำเป็นต้องมีนักเรียนจากต่างชาติต่างภาษามาเรียนที่โรงเรียนนั้น เอาชนะข้อจำกัดที่เด็กไม่มีเงินสำหรับใช้จ่ายเป็นค่าเดินทางไปต่างประเทศได้ด้วย
ทำได้โดยออกแบบการเรียนแบบ PBL (Project-Based Learning) และทำความตกลงกับครูในโรงเรียนในต่างประเทศ เพื่อสร้างการเรียนรู้ PBL นั้นแบบ Collaborative Learning คือเป็นการเรียนรู้จากการทำ project ร่วมกันเป็นทีม โดยมีสมาชิก ๔ คน จาก ๔ ประเทศ (ตัวเลขยืดหยุ่นเป็น ๓, ๕ หรือ ๖ ได้
นั่นคือครูต้องศึกษาหาช่องทางทำความรู้จักเพื่อร่วมมือกับครูในประเทศอื่นที่สนใจ cross culture learning ร่วมกัน หาเด็กเข้าร่วมทีม PBL ผสมนานาชาติ ซึ่งก็เท่ากับมาทำงานร่วมกันนั่นเอง นอกจากทักษะอื่นๆ ที่เป็นทักษะสำหรับการทำงาน และทักษะติดต่อสื่อสารกันผ่าน ICT ด้วยภาษาที่สื่อสารกันรู้เรื่อง (ได้เรียนภาษาไปในตัว) นักเรียนจะได้เข้าใจคนในประเทศอื่น วัฒนธรรมอื่น และสามารถทำงานร่วมกันได้ นี่คือมิติที่สำคัญของความเป็นนานาชาติ สำหรับนักเรียน
๑๐ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังจะก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน และความร่วมมือหลักมี ๓ ด้านคือความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจมองว่าเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจก็ได้ มองว่าเกี่ยวข้องกับสังคมวัฒนธรรมก็ได้ ดังนั้นสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนควรมีสำนักงานที่ช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกความร่วมมือสร้างทักษะ internationalization ด้วยการเรียนแบบ PBL เป็นทีมผสมนานาชาติ ระหว่างนักเรียนในประเทศสมาชิก
สำนักงานนี้อาจจัดประกวดแข่งขันโครงงานข้ามชาติดังกล่าว เพื่อสร้างความคึกคัก และเปิดโอกาสให้เด็กที่เป็นทีมงานกันได้มาพบหน้ากันตอนมารับรางวัลและนำเสนอผลงานที่ได้รับรางวัล
ผลงานนี้ควรได้รับการรวบรวมขึ้นเว็บไซต์ หรือนำการนำเสนอขึ้น YouTube ให้คนทั่วโลกเข้าชมและชื่นชมผลงานได้
กิจกรรมนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการเรียนรู้ในประชาคมอาเซียนได้อีกมาก รวมทั้งร่วมมือออกไปนอกภูมิภาคอาเซียนก็ได้ เราอาจขอให้ทูตไทยในต่างประเทศช่วยหาโรงเรียนที่จะร่วมมือกันในการเรียนรู้แบบ multinational PBL มีการเจรจากันระหว่างผู้บริหารโรงเรียนและครู ผ่าน ICT โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบกันก็ได้ เพราะจริงๆ แล้ว Skype ช่วยให้คุยหารือกันแบบพบหน้าได้อยู่แล้ว รวมทั้งจัดแบบ televideconference ก็ได้
วิจารณ์ พานิช
๘ ธ.ค. ๕๓
สวัสดีค่ะท่าน'Prof.Vicharn Panich'
ขอชื่นชมอย่างมากในหลักการค่ะ...ควรมีการผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
ท่านอย่าลืมแนวทางการปฏิบัติในข้อจำกัดของโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลตามต่างจังหวัดในเรื่องงบประมาณด้านเครื่องมือ ICT ทักษะการใช้ ICT และระบบสัญญาณดาวเทียม ด้วยนะคะ
Language is also a major barrier. Based on O-Net results, more effort is needed to encourage children (even teachers) to participate in international collaborative projects. The benefits from such venture seem worth extra effort, but Thailand is lagging behind in second language education. Perhaps, internationalisation projects can help here, apart from 'bonding' and networking among people of the world.