เมื่อวันที่ ๑๕ มี.ค. ๕๔ ผมไปร่วมพิธีเปิดการประชุม 12th HA National Forum ซึ่งเราเชิญรมต. สาธารณสุข มาเปิด ตามกำหนดเดิม พิธีเปิดเวลา ๑๑.๐๐ น. แต่ รมต. ขอเลื่อนเป็นเวลา ๘.๓๐ น. เพราะติดงานอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ผู้ใหญ่ระดับปลัดกระทรวง อธิบดี ในกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการ สปสช. ไปนั่งรออยู่ในห้อง Sapphire 3 จนเวลาประมาณ ๙ น. หลายคนรวมทั้งผม ต้องการเข้าห้องน้ำ ไปที่ห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ พบว่าปิดล็อกกุญแจ และมีคนบอกว่าทีมงานของ รมต. สั่งปิด รอให้รมต. ใช้คนเดียว เมื่อถามชายหนุ่มที่เป็นทีมงานรมต. ก็ได้ความว่า ไม่ได้สั่งปิด ไปตามเจ้าหน้าที่ของ IMPACT ก็ไม่ทราบว่าจะหากุญแจเปิดได้ที่ไหน
มีคนนินทาให้ผมฟัง (ไม่ทราบว่าจริงไหม) ว่า รมต. ท่านนี้ไปไหนจะต้องการคนติดตามหรือต้อนรับมาก และต้องเตรียมสถานที่อย่างดี และก่อนเป็นประธานเปิดต้องแต่งหน้าก่อน ผมไม่เชื่อในคำนินทาเหล่านี้ คิดว่าคงเป็นเพราะคนไม่ชอบ
ผมจึงบอกกับทีมงานของ รมต. ที่มาเตรียมสถานที่ ว่าอย่าสั่งการวุ่นวายมากนัก อย่าสั่งการเพื่อเอาใจ รมต. ให้ความยิ่งใหญ่แก่ รมต. โดยทำความเดือดร้อนแก่คนทั่วไป เพราะจะเป็นผลเสียหายต่อท่าน รมต. เอง ดังที่มีคนนินทาให้ผมฟัง
ผมบอกกับ ผอ. สรพ. ว่าหากห้องน้ำปิดเพื่อรอ รมต. ใช้คนเดียวจริงๆ ผมจะกลับบ้าน ไม่อยู่ร่วมพิธีเปิดและพิธีอื่นๆ เพื่อประท้วงความไม่ถูกต้องในสังคม
ในที่สุดห้องน้ำก็เปิด โดยแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาด และ ล็อก ห้องไว้ เจ้าหน้าที่ของ IMPACT มาขอโทษแทนแม่บ้าน ที่ ล็อก ห้อง ทำให้แขกเข้าห้องน้ำไม่ได้ เพราะมีคนบอกให้ไปทำความสะอาดก่อน รมต. มา ผมบอกว่า แม่บ้านทำตามหน้าที่ เราควรขอบคุณเธอ ไม่ใช่ตำหนิ
เราเข้าห้องน้ำแล้วเข้าไปรอในห้องประชุม ในที่สุด รมต. มาถึงห้องประชุมเวลา ๙.๓๐ น. ผมไม่ชอบการประชุมที่นักการเมืองเป็นประธานการเปิด เพราะร้อยละ ๘๐ – ๙๐ ประธานจะมาสาย และไม่มีมรรยาทพอที่จะขอโทษที่ตนมาสายกว่าเวลานัด ดังนั้นหากเป็นไปได้ผมจะหลีกเลี่ยงพิธีต่างๆ ที่นักการเมืองเป็นประธาน ยกเว้นคนที่ผมรู้ว่าตรงต่อเวลา
คนที่ไม่เคารพผู้อื่น เป็นคนไม่น่าเคารพ
วิจารณ์ พานิช
๑๕ มี.ค. ๕๔
เห็นด้วยค่ะอาจารย์ ที่พบเห็นมาผู้ใหญ่หลายคนไม่เคยคิดว่าการมาไม่ตรงเวลาเป็นการแสดงความไม่เคารพผู้อื่นเลย โรคนี้ลามไปถึงระดับผู้บริหารบางท่านที่ดิฉันเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในองค์กร การมาสายกลายเป็นเรื่องปกติของท่าน ขณะที่ลุกน้องอิดหนาระอาใจ แต่ท่านก็ไม่เคยเปลี่ยนนิสัย ปรับปรุงตัวแม้ว่าจะล่วงเลยมาเกือบสิบปีแล้วค่ะ
เห็นด้วยกับข้อความในบันทึกของอาจารย์วิจารณ์ วันนั้นดิฉันรออยู่ในห้อง Convention ยังนำไปเล่าให้ทีมทำงานของเครือข่ายฟังว่าประธานมาสายเป็นชั่วโมง หากมีกิจกรรมอื่นตามมา คงจะต้องวุ่นวายกันน่าดู
ดิฉันมีความเห็นว่าการจัดการประชุมใดๆ คนสำคัญที่สุดคือผู้มาเข้าประชุม คนมาเปิดงานมาเปิดเดี๋ยวเดียวแล้วก็ไป บางทีไม่รู้เรื่องหรืออาจไม่สนใจการประชุมนั้นๆ ด้วยซ้ำ เวลาของการประชุมมีจำกัดและมีค่า เราอย่าเสียเวลากับพิธีเหล่านี้เลยจะดีไหม
วัลลา