เพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนร่วม ม. ๖ โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา ลาดพร้าว ที่ปิดตัวไปหลายปีแล้ว เราเรียนหนังสือด้วยกันในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ – ๒๕๐๑ ในชั้น ม. ๖ ข มีมาสเซ่อร์ปิติ โรจน์เสรีเป็นครูประจำชั้น
เรานัดพบกันปีละ ๒ ครั้ง ครั้งที่แล้วบันทึกไว้ที่นี่ จะเห็นว่าเราเลื่อนนัดจาก ๙ ม.ค. มาเป็น ๑๒ มี.ค. ๕๔ ตามสะดวก คราวหน้าเรานัดวันที่ ๕ พ.ย. ๕๔
คราวนี้ก็มากัน ๔ คนอีก คือ เตชิน วิชา เวคิน และผม และเตชินยังได้โทรศัพท์ไปหาวิศาล บุญนำศิริกิจ ที่บางสะพาน ให้ได้พูดทักทายกับเพื่อนๆ แต่ละคน วิศาลเรียนจบเภสัชฯ แล้วกลับไปดูแลร้านขายยาของพ่อแม่ที่บางสะพาน วันนี้มาไม่ได้เพราะต้องดูแลแม่ที่อายุ ๙๔
ใน ๔ คนนี้ เวคินเป็นคนช่างคุยและสังคมเก่งที่สุด ศ. ดร. เวคิน นพนิตย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน จุลทรรศน์อีเล็กตรอน ทำงานที่อเมริกาจนเป็นรองศาสตราจารย์ แล้วกลับมาอยู่ที่ มอ. จนเป็นศาสตราจารย์ แลัวย้ายมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นคณบดี และเล่าเรื่องไปขอคำแนะนำเรื่องหาทุนทำงานของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ มธ. จากท่านบุญชู โรจนเสถียร และ ดร. อิสระ นิติทัณฑ์ประภาส ได้รับความช่วยเหลือดียิ่ง
วิชาบอกว่า ตนเป็นผู้แนะนำเวคินให้รู้จักคุณบุญชู ที่ปั๊มน้ำมันของตนที่อินทร์บุรี โดยตอนนั้นคุณบุญชูนั่งรถไปหาเสียงที่นครสวรรค์ และแวะกินอาหารที่ปั๊มเชลล์ของตน และเวคินแวะมาเยี่ยมพอดี จึงแนะนำให้รู้จักโดยเอ่ยว่าเป็นเพื่อนเรียนหนังสือด้วยกัน และเรียนกับหมอวิจารณ์ด้วย คุณบุญชูเอ่ยว่า “รู้จักกับหมอวิจารณ์ด้วยหรือ” วิชาเล่าเป็นนัยว่าชื่อผมใช้เป็นข้ออ้างในความน่าเชื่อถือได้ และผมก็แปลกใจว่าคุณบุญชูรู้จักผมด้วยหรือ ผมเคยพบท่านเพียง ๒ หนเท่านั้น คือครั้งแรกผมเพิ่งเป็น ผอ. สกว. และไปหาท่านเพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณ และครั้งที่ ๒ พบที่ปั๊มน้ำมันของวิชานี่แหละ
เวคินเล่าเรื่องตนชอบยิงปืน เล่าว่าไปซื้อปืน จึงได้ฟังเรื่องที่เขาคุยกันในร้านปืน ว่าเดิมมีร้านขายปืนเพียง ๔๕ ร้านมานานมาก เพิ่งมาได้รับอนุมัติจาก รมต. มหาดไทยคนปัจจุบัน เพิ่มอีก ๕๕ ร้าน เขาพูดกันว่าค่าเซ็นใบอนุมัติสูงมาก เวคินเล่าให้คนซื่อบื้ออย่างผมได้เข้าใจวิธีหาเงินโดยเอาผิดไม่ได้ของนักการเมือง ทำให้ผมนึกถึงเรื่องประกันอุบัติเหตุรถยนต์ให้แก่บุคคลที่สาม
และเวคินก็เล่าไปถึงอดีต รมต. สาธารณสุขคนหนึ่งที่ยังอยู่ในคุก คือรักกียรติ สุขธนะ ด้วยคดีทุจริตซื้อยา และทำให้อดีตปลัดกระทรวงท่านหนึ่งโดนไล่ออกจากราชการ
ผมถามวิชา ว่า ปตท. และบริษัทน้ำมันทั้งหลายรวยเอาๆ ผู้ค้ารายย่อยคือเจ้าของปั๊มธุรกิจดีขึ้นหรือเลวลง วิชาบอกว่าเวลานี้ร้านอาหารเลี้ยงปั๊ม คือรายได้หลักกลายเป็นร้านอาหารที่อยู่ในปั๊ม รายได้จากการขายน้ำมันไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เพราะบริษัทน้ำมันเขามีวิธีเอากำไรสูงสุด โดยผลักภาระต่างๆ ให้แก่ผู้ค้ารายย่อย
เวคินต้องการขายที่ดินอยู่ที่บ้านส้อง นครศรีธรรมราช วิธีขายของเขาแปลกมาก คือไปบนพระศักดิ์สิทธิ์ นอกจากคุยกับพวกเรา เวคินยังโทรศัพท์ไปคุยกันคนโน้นคนนี้ ถามหาพระศักดิ์สิทธิ์ที่ จ. สตูล เพื่อจะไปบนให้ขายที่ดินได้ ผมแนะว่าลูกสาวของผมเขาใช้หลักว่าตอนบนนั้นไม่ต้องไปหา เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมมีหูทิพย์ตาทิพย์อยู่แล้ว บนที่ไหนก็ได้ แต่พอได้รับผลแล้ว ต้องไปแก้บนถึงที่ และฝากให้แม่ช่วยไปแก้บน แม่ก็มาเกณฑ์พ่ออีกต่อหนึ่ง
เพื่อนทั้ง ๔ คนนี้ ต่างก็มีโรคประจำตัวกันคนละหลายโรคทั้งสิ้น เราชมวิชาว่าพุงยุบไปมาก วิชาบอกว่าลดน้ำหนักได้ ๑๐ กิโล แต่ความดัน (โลหิต) ยังไม่ค่อยลง เอายาที่หมอเพิ่มมาให้ดู เขามีบัตรจดชื่อยาที่กิน ๖ ชนิด มีตัวอักษรสีแดงบอกด้วยว่ายาชนิดไหนแก้โรคอะไร และเล่าด้วยอารมณ์ขัน ว่าหมอไม่รู้ว่าตนดื่มเบียร์วันละหลายขวด
เตชิน เล่าให้เวคินฟังว่าตนทำ บายพาส หลอดเลือดหัวใจมา ๑๐ ปีแล้ว เล่าเรื่องชีวิตทางเพศ และเล่าเรื่องสวนปาล์มน้ำมันโดนฤทธิ์โลกร้อน ทางปาล์มห้อยลงมาทับทะลายปาล์ม ทำให้ผลลีบ โรงงานไม่ซื้อ ขาดทุนไปเป็นล้าน จึงเริ่มโค่นปาล์ม ปลูกยางแทน
เวคินบ่นเรื่องโดนคนกรีดยางโกง เตชินจึงเล่าเรื่องวิธีควบคุม และต้องทำใจว่าโดนโกงบ้างแต่ยังได้กำไรงามก็ใช้ได้ และเล่าเรื่องราคายางเคยขึ้นไปถึงเกือบ ๒๐๐ บาท/กก. ทำให้คนเก็งว่าจะถึง ๒๐๐ และสต็อกยางไว้เก็งกำไร ในที่สุดภายใน ๓ – ๔ วันราคาตกลงไป ๕๐ บาท/กก. ทำให้มีคนฆ่าตัวตายหลายคน เขาคุยกันว่าเป็นวิธีหาเงินของนักการเมืองโดยการปั่นราคายาง
การสังสรรค์กับเพื่อนๆ ทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องราวที่อยู่นอกวงชีวิตของผม และทำให้ผมตระหนักว่าผมเป็นคนที่ความรู้แคบจริงๆ
วิจารณ์ พานิช
๑๓ มี.ค. ๕๔
|
จากซ้าย เตชิน เวคิน วิชา
|
|
คนสวมเสื้อสีม่วงมากับวิชา ช่วยขับรถมาจากอินทร์บุรี
|

