การค้นหาความรู้จากกลุ่มคนปลูกผัก : บ้านไร่พนมทวน
การเข้าร่วมกิจกรรมสกัดความรู้กลุ่มคนปลูกผักกินได้ ก่อนหน้านี้ ๒ บันทึก ได้เล่าความเคลื่อนไหวของบล็อกปลูกผักเพิ่มอีก เพื่อเป็นข้อมูลให้สมาชิกได้มาเก็บความเป็นมา
การค้นหาบันทึกที่มีคำสำคัญว่า กลุ่มคนปลูกผักกินได้ พบว่ามี ๑๔ รายและไปหาเพิ่มเติมจากที่เคยอ่านผ่านตาอีก ๔ ราย รวม ๒๑๒ บันทึก จากสมาชิกที่มีรายนามต่อไปนี้
อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง ๒๐ บันทึก
คุณมดตะนอยต่อยต้นพริก ๓ บันทึก
คุณหนูรี ๙ บันทึก
คุณ✿อุ้มบุญ✿ ๓๔ บันทึก
คุณครู ป.1 ๒ บันทึก
คุณต้นกล้า ๑๐ บันทึก
คุณนาง นงนาท สนธิสุวรรณ ๔ บันทึก
คุณอ.ดาธิณี ๑ บันทึก
คุณtemus ๑๕ บันทึก
คุณพล็อกพร้าว ๓๔ บันทึก
คุณชนันท์ ๑ บันทึก
คุณแสงแห่งความดี ๑ บันทึก
คุณKRUDALA ๒ บันทึก
คุณคิม นพวรรณ ๑๕ บันทึก
คุณหนานเกียรติ (เฌวา) ๗ บันทึก
คุณเพชรน้ำหนึ่ง ๒๕ บันทึก
คุณมะเดื่อ ๒๐ บันทึก
อาจารย์ Handy ๑๒ บันทึก
คาดว่าอาจจะมีสมาชิกอีกหลายท่านที่ไม่ได้ใส่คำสำคัญ "กลุ่มคนปลูกผัก" ทำให้ไม่สามารถติดตามค้นคว้าได้ในระยะเวลาสั้น ๆ เช่นนักการเกษตรอีกกลุ่มหนึ่ง ต้องอภัยด้วย
ตอนแรกพิมพ์เสร็จแล้วแต่เน็ตล่มตอนส่ง ทำให้ข้อความหายไปทั้งหมด จึงรวบรวมสติที่เกือบแตกร้าว ให้กลับมาเขียนใหม่อีกครั้ง ได้นิดหน่อยและทดลองส่ง ปรากฏว่าคุณหนานเกียรติ เข้ามาเม้นท์ให้กำลังใจ และคงลุ้นระทึกอยู่ด้วยว่ามันจะออกมาไม้ไหนแน่ ทำให้นึกได้ว่า หนานเกียรติเคยเขียนบันทึกการปลูกผักของน้องเฌวา จึงไปหามาเพิ่มเติมได้อีก ๗ บันทึก และเจ้าของบันทึกได้ช่วยหามาส่งให้ในเม้นท์อีกด้วย คุณเอื้องแซะเข้ามาอ่านเป็นคนต่อมา คิดว่าคงจะงงมากกับการอ่านบันทึกที่ไม่ได้เรื่องของฉัน
นั่งคิดไม่นาน และตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการปิดบันทึกไว้ก่อน ขอเวลาเข้านอนก่อน เช้าวันนี้หลังตื่นนอน มีความจำเป็นต้องออกมาลุยต่อ
อาจารย์ขจิต ฝอยทอง ผู้คิดริเริ่มให้สมาชิกที่เล่าเรื่องการปลูกผัก มาจัดกลุ่มและเสนอให้มีการเขียนคำสำคัญ "กลุ่มคนปลูกผัก" จากการค้นหาข้อมูลการปลูกผักของสมาชิกนับว่าจำนวนมาก ต้องกลับไปอ่านอย่างละเอียดและจำกัดด้วยเวลา จึงขอเสนอที่ละท่านตามลำดับ
อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง ได้ถ่ายทอดเรื่องเล่าของการปลูกผักไว้ ๒๐ บันทึกจากบรรยากาศในความเป็นธรรมชาติของ "บ้านไร่พนมทวน" แม้ว่าจะเคยอ่านผ่านมาแล้วทุกบันทึกรวมทั้งการแสดงความคิดเห็นด้วย แต่คราวนี้ต้องกลับไปอ่านอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง และจดบันทึกสาระสำคัญออกมาใส่สมุดไว้ก่อน
บ้านไร่พนมทวน เป็นบ้านที่ครอบครัวของคุณแม่อาจารย์ขจิต อาศัยอยู่ ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอาจารย์ขจิตมีแฟน (คุณพ่อ) ที่ขยันมาก ๆ ประกอบกับพื้นที่ไร่อันกว้างใหญ่ มีผลหมากรากไม้ แหล่งข้าวปลาอาหารที่อุดมสมบูรณ์จนนึกอิจฉาและอยากไปเที่ยวชมบ้าง พวกเราชาว GotoKnow น่าจะนัดรวมกลุ่มกันไปบุกรุกกันบ้างก็ดี ข้าวปลาอาหารเพียบพร้อมสมบูรณ์จะกลัวอะไร
"ปลูกผักแล้วได้อะไรและผักที่ปลูก" เขียนไปเขียนมา ไม่มั่นใจว่าความคิดจะเตลิดไปไหนบ้าง นึกขอบคุณผู้ตั้งประเด็น ที่มีส่วนช่วยให้สมองของฉันไม่ฝ่อไปตามวัยและสังขาร
อันแรกนึกถึงความตั้งใจในการถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ เป็นแบบอย่างที่ดีของสมาชิก GotoKnow เพื่อให้เห็นว่าการเรียนรู้มีความสำคัญ เกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่งและตลอดเวลา โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อม และเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวรอบ ๆ ข้าง ชีวิตของคนเราจะต้องเรียนรู้ไปตลอดชีวิตพร้อมกับการดำรงอยู่ขณะที่มีลมหายใจ เมื่อตายไปแล้วก็อาจมีความดีงามหรือบทเรียนรู้ฝากไว้ให้คนรุ่นหลัง
เรื่องเล่าและภาพที่เก็บมาจาก สิ่งละอันพันละน้อย ที่บางคนอาจจะมองข้ามว่าเป็นเรื่องธรรมดา ในความเป็นธรรมดานั่นแหละจะทำให้ลืมเพราะไม่ใส่ใจและคิดว่าไม่สำคัญ โดยเฉพาะพืชผักพื้นบ้านและวิถีชีวิตที่บรรพบุรุษปฏิบัติมาด้วยภูมิปัญญา
พืชผักจากบ้านไร่พนมทวน ไม่ใช่สวนสาธิต หรือแปลงทดลองทางการเกษตร แต่ส่วนมากเป็นพืชผักพื้นบ้าน และมีการเจริญเติบโตแบบพึ่งพาอาศัยกับสิ่งแวดล้อม เป็นแบบธรรมชาติจริง ๆ หาความงดงามที่สัมผัสได้จากความรู้สึกของแต่ละบุคคล เพียงแค่มองจากภาพประกอบตัวหนังสือยังมีเสนห่์ดึงดูดใจได้เพียงนี้
ประเภทผักสวนครัว ชนิดลำต้นไม่โต ได้แก่ พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู มะเขือ มะเขือเทศ และมะอึก ที่สังเกตได้คือพริกขี้หนูสวน มะเขือเทศลูกเล็กเป็นพวงและมะอึก ไม่ต้องลงมือปลูกหรือดูแลมากมาย เพราะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่นกบางชนิดกินแล้วทิ้งหรือถ่ายเทออกมาพร้อมกับของเสีย
ภูมิปัญญาบอกว่าพริกขี้หนูที่ปลูกเองจะไม่เติบโตเหมือนกับต้นพริกขี้หนูที่นกนำมากินแล้วทิ้ง ฉันได้พบว่าที่ข้างบ้านมีต้นพริกขี้หนูอยู่ ๒ ต้น จึงทดลองแยกย้ายออกไปปลูกที่ใหม่ ๑ ต้น ยังไม่ได้ผลการเรียนรู้ เด็ก ๆ เตะฟุตบอลทับทำให้ต้นหักตาย ส่วนอีกต้นเจริญงอกงามและมีเม็ดพริกแล้วด้วย ทำให้นึกถึงชาวสวนที่ปลูกพริกขี้หนูขาย ก็คงแค่ได้เก็บเม็ดพริกไปขายแล้วก็ปลูกทดแทนครั้งใหม่ และข้างบ้านมีต้นมะเขือเทศเกิดขึ้นจากการช่วยเหลือของนก เพราะที่บ้านนกเยอะ
ผักพื้นบ้านเหล่านี้แหละ ที่คนบางกลุ่มอาจจะมองข้ามว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่มีความสำคัญ กลับไปให้ความสนใจกับพืชพันธุ์ใหม่ ๆ ในความเล็กน้อยก็จะสูญหายไปตามกาลเวลา
ประเภทผักสวนครัวที่เป็นเถาว์เลื้อย ได้แก่ถั่วพลู บวบหอม บวบเหลี่ยม น้ำเต้า บวบงู น้ำเต้า ฟักทอง ถั่วครูคิม มะระขี้นก และฟักข้าว ทุกอย่างปลูกแล้วเลื้อยขึ้นตามต้นไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเสียเวลาทำร้านให้มันเกาะ โดยเฉพาะมะระขี้นกจะเลื้อยไปเป็นพุ่มบนพื้นดินรวมกับยอดหญ้าอื่น ๆ ส่วนฟักข้าวเพิ่งเคยเห็นจากบันทึกของอาจารย์ขจิตเป็นคร้ังแรก
นอกจากนี้ได้ทำให้ทราบว่าน้ำเต้า ฟักแฟง บวบหอม และถั่วพลู เป็นพืชที่ทนแล้งได้ จึงสามารถปลูกได้ดีในฤดูหนาวหรือฤดูร้อน ต่างกับพืชประเภทอื่นที่เติบโตได้ดีในฤดูฝน แสดงถึงความเป็นธรรมชาติของพืชแต่ละชนิด ต่างกับคนที่ต้องทนเติบโตได้ทุกฤดูกาล
ฟักแฟงเลื้อยขึ้นไปบนต้นมะพร้าว และเกาะเกี่ยวกับใบมะพร้าว เป็นธรรมชาติที่ทำความน่าทึ่งและงดงามได้อีกอย่างหนึ่ง อย่างน้อยก็ทำให้เราหัวเราะได้ หากจะแตกฉานไปเรื่องของความคิดเตลิดบ้าง นับว่าความมีอิสรเสรี หรือได้รับการปลดปล่อย ไม่มีการจำกัดเสรีภาพ ไม่ถูกริดรอนด้วยอำนาจใด ๆ น่าอิจฉาทีเดียว และกิ่งมะพร้าวก็ไม่คิดค่าเช่าหรือเรียกเก็บประโยชน์จากฟักแฟง เหมือนคนรวยบางคนที่เก็บค่าเช่าขายของบนฟุตบาธหน้าบ้านของตนเองจากคนจนรายได้น้อย
ยอดฟักทอง ได้รับความรู้จากพ่อครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์เช่นเดียวกันว่า "เมื่อมีต้นอ่อนขึ้นมา และกำลังมียอด ให้เด็ดยอดทิ้งไป จะทำให้มันแตกกิ่งก้านมีเถาว์แตกยอดออดไปได้รวดเร็ว"
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ไปกราบคารวะพ่อครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ทำให้ได้ทราบว่าน้ำเต้ารับประทานสด ๆ ได้ โดยปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นเหมือนแตงกวา จิ้มน้ำพริกได้แสนอร่อยและมีกลิ่นหอม ที่นั่นมีพันธุ์น้ำเต้าถึง ๕๐ กว่าสายพันธุ์
อาจารย์ขจิตได้อนุเคราะห์เมล็ดพันธุ์บวบหอมให้ประมาณ ๑๒ เมล็ด ได้ลูกไว้นอกรั้วข้างบ้าน ผลที่ยาวที่สุดยาวถึง ๘๐ ซม. แขกไปใครมาก็แจกจ่ายทั้งลูกสดและเมล็ดพันธุ์ ปลูกโดยปล่อยให้มันเกาะกับต้นสะเดาตามธรรมชาติ ลูกที่ยาวไม่มีอะไรกีดขวางก็เติบโตสวยงาม ส่วนที่มีสิ่งกีดกวางก็งอ คดเคียวบ้าง
ไม่กี่วันมานี้ได้ไปปั่นจักรยานออกกำลังกาย พบว่ามีพุ่มมะระขี้นกใหญ่มากอยู่ข้างทาง มียอดดกสวยงามน่าเด็ดมาลวก แต่ไม่กล้ากลัวจะมีเจ้าของ จึงลงไปสำรวจดูไม่เห็นมีลูก กลับมาเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง จึงทราบว่า "ลูกของมะระขี้นกอยู่กับเถาว์ใต้ใบ" เมื่อกลับไปอีกทีลองดึงเถาว์มันขึ้นมาพบว่ามีลูกอ่อนดกเต็มต้น มีคนบอกว่าเก็บลูกและถาว์ได้ แต่เมื่อเห็นแล้วก็ไม่กล้าเก็บลูกมะระเพราะนึกสงสารมัน
ประเภทพืชผักยืนต้นได้แก่ ผักอินูนใช้ดอกนำมาจิ้มน้ำพริก แคขาวแคแดงลวกจิ้มน้ำพริกและแกงส้มได้ ต้นยอใช้ใบอ่อนห่อหมกและแกงปลาดุก ขนุนทานได้ทั้งสุกและนำลูกอ่อนมาแกงส้ม แกงคั่ว และต้มจิ้มน้ำพริกได้ มะรุมทานได้ทั้งยอด ฝักอ่อน และเมล็ดข้างในเมื่อแก่แล้ว มะม่วงอกร่องที่เกือบจะสูญพันธุ์ ถ้าปีไหนมะม่วงช่อยาวภูมิปัญญาบอกว่าน้ำจะมาก
ผักอินูนฉันยังไม่เคยเห็นของจริง ส่วนมะรุมไม่สามารถทานฝักได้เพราะแพ้บางอย่างที่อยู่ในเปลือกมะรุมถึงกับนอนให้น้ำเกลือหลาย ๆ วัน เพราะการหมั่นไส้ตัวเอง ทานอะไรก็แพ้จึงทานลงไปทีเดียวมาก ๆ ตอนหลังได้พยายามทานทีละน้อย เพื่อให้หายแพ้สามารถหายได้แล้วกับผักบางชนิด
คราวที่ไปพบอาจารย์ไร้กรอบ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ ที่สวนป่ามหาชีวาลัยอิสาน อาจารย์ได้ให้ทดลองทานเมล็ดมะรุมที่แห้ง โดยแกะเปลือกและเยื่อที่หุ้มเมล็ดออกก่อน เคี้ยวให้ละเอียด รู้สึกว่ามีรสขมมาก ภายหลังดื่มน้ำตามจึงรู้สึกว่ามีรสหวาน
"มะม่วงช่อยาวน้ำจะมาก" ได้ออกไปสังเกตดูช่อมะม่วงโชคอนันต์ข้างบ้านพบว่ามีช่อยาวมากทุกช่อ ซึ่งสมัยก่อนบรรพบุรุษไม่ได้เป็นยุคของการศึกษา แต่อยู่ด้วยการสังเกต นับว่าเป็นภูมิปัญญา ไม่ว่าฟ้าจะร้อง ฝนจะตก แดดจะออก อาศัยการสังเกตเท่านั้น
มะม่วงอกร่อง เป็นมะม่วงพื้นบ้านพันธุ์ดีประเภทหนึ่ง รับประทานเวลาสุกจะมีรสหอมและหวานเป็นพิเศษ และกำลังจะสูญพันธุ์ วันก่อนไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วง หากเป็นน้ำดอกไม้ก็ราคาปกติ (แพง) แต่สำหรับอกร่องแพงมากกว่าขึ้นไปอีกเท่าตัว
การขยายพันธุ์ไผ่ เข้าใจว่าขยายเป็นกอที่ขุดจากใต้ดิน แต่เพิ่งทราบจากบันทึกของอาจารย์ขจิตว่าทำการตอนกิ่งได้ กำลังลุ้นให้อาจารย์ขจิตตอนกิ่งมะพร้าว และมะละกอดูบ้าง น่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ระดับโลกเลยทีเดียว
ต้นไผ่ที่บ้านไร่พนมทวน ให้หน่อไม้สด ๆ ทั้งนำมาต้ม แกง ผัด จิ้มน้ำพริกและสามารถถนอมไว้ให้รับประทานนาน ๆ ได้อีกด้วย เห็นกอไผ่นึกถึงวัยเด็กที่คุณปู่ที่เล่านิทานอิสปเรื่องความสามัคคีให้ฟัง จะเห็นได้ว่า "ธรรมชาติเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าต่อมนุษย์"
ระยะหลังอาจารย์ขจิตได้แจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ให้กับเพื่อนมิตรที่ต้องการนำไปปลูกที่บ้านของตนเอง ทำให้เกิด "กลุ่มคนปลูกผัก" ขึ้นใน GotoKnow ฉันได้รับแจกเมล็ดพันธุ์อีกครั้งหนึ่งมีหลากหลายพันธุ์ แต่ได้นำไปมอบให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง รอความหวังในการรับแจกพันธุ์มะพร้าวและกิ่งตอนของมะพร้าว หรือกิ่งตอนมะละกออยู่ค่ะ
ความรู้ที่ได้รับจากการถ่ายทอดผ่านหน้าบันทึกของอาจารย์ขจิต ฝอยทอง มีมากกว่าที่จะค้นพบด้วยตนเอง หากท่านใดสนใจที่จะเรียนรู้กรุณาติดตามที่บันทึกที่มีความสำคัญของคำว่า "กลุ่มคนปลูกผัก" ขอขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ และทุกท่านในครอบครัวของอาจารย์ขจิต ฝอยทอง ที่ได้ปลูกพืชผัก รดน้ำ พรวนดิน ดูแลให้พืชผักสวยงาม ทำให้อาจารย์ขจิต (เพราะไม่เชื่อว่าอาจารย์ขจิตปลูกเอง ได้แต่ทอดแหหาปลาและเลี้ยงวัว) นำเรื่องและภาพมาถ่ายทอดเป็นความรู้และประสบการณ์ที่เกิดประโยชน์อย่างมีคุณค่า
บันทึกนี้ขอกล่าวถึง บทสวดภาวนาสำหรับพุทธศาสนิกชนร่วมสมัย เรื่อง “การปลูกต้นไม้หรือพืชอย่างอื่น” หลวงปู่ติช นัท ฮันห์สอนว่า “ข้าเข้าถึงพระแม่ธรณี พระแม่ธรณี เข้าถึงข้า ข้าเข้าถึงพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเข้าถึงข้า”
การหวานพืชหรือปลูกต้นไม้ลงบนดิน เท่ากับเข้าถึงแผ่นดิน ต้นไม้ต้องถือเอาพระแม่ธรณีเป็นสรณะ ต้นไม้จะเติบโตได้ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับดิน
หลายชั่วอายุคนมาแล้วที่พืชผักงอกงามได้เพราะอาศัยแดดและฝนที่ช่วยให้พื้นดินชุ่มฉ่ำ พื้นดินจะช่วยพืชผักอีกหลายต่อหลายชั่วอายุคนต่อไป
พืชผักที่ปลูกลงไปนั้นแลจะช่วยให้ดินอุดม งดงาม สดชื่น จนเขียวชอุ่ม หาไม่ก็ทำให้ต้นไม้ต้องเหี่ยวและเฉาตาย
พืชพึ่งแผ่นดิน แผ่นดินก็พึ่งพืช เพื่อชีวิตของกันและกัน
เวลาเราเข้าถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ ก็เพื่อสาระแห่งความงอกงามของเรา เราถือเอาพุทธเกษตรเป็นเนื้อนาแห่งการตรัสรู้ จะได้มีความเมตตา ความกรุณา
พระพุทธเจ้าทรงเข้าถึงเรา เพราะถ้าปราศจากเรา ความรู้ ความรัก จักแสดงออกได้อย่างไร
ต่างพึ่งพาอาศัยกันและกัน ถ้าเราเข้าใจความข้อนี้ก็จะช่วยให้โลกนี้มีดอกไม้งามอยู่เรื่อยไป
เรามักแต่ขอเข้าถึงพระพุทธเจ้า ขอให้สังเกตว่าพระพุทธเจ้าย่อมเข้าถึงเรา ดังนั้นพื้นพิภพกับต้นไม้อันเขียวขจีต้องพึ่งกันและกัน ฉะนั้น
สวัสดีครับพีี่
โห...จริงจังมากเลยนะครับเนี่ย
รู้สึกว่าผมจะมีบันทึกเกี่ยวกับการปลูกผักอยู่บ้าน เดี๋ยวลองค้นดูก่อนนะครับ
สวัสดีค่ะ
แหม่พี่คิมก็
ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้
ทำแบบสนุก ๆ ขำ ๆ
ผมไปค้นดูบันทึกเกี่ยวกับปลุกผัก มีเยอะเหมือนกันครับ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเฌวา มีบันทึกนึงพูดถึงการปลูกถั่วของพี่คิมด้วย
ต้นไม้เฌวา
เตรียมปลูกพืชให้สี สำหรับ เฌวา
เฌวาปลูกถั่วยักษ์ของคุณป้าครูคิม และพืชผักนานาพรรณของคุณอา ดร.ขจิต
เฌวาปลูกบวบ ที่ป้าไก่-ประกาย พิทักษ์ ส่งมาให้จากขอนแก่น
พาเฌวาปลูกผักบุ้ง
ห้องเรียนวิชาธรรมชาติศึกษาของเฌวา
พาเฌวาปลูกข้าว (๒) ข้าวงอกแล้ว ๖ ต้น
พาเฌวาปลูกข้าว
สวัสดีค่ะหนานเกียรติ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะเอื้องแซะ
สวัสดีครับพี่คิม...
เห็นไหม เวลาพี่คิมสบาย ๆ เรื่อย ๆ และสนุกขำ ๆ
เขียนงานแล้วน่าอ่านแยะเลย
แหะ แหะ เขียนตอนเครียด ๆ เนี่ย คนอ่านพลอยเครียดไปด้วย...
บันทึกนี้ยอดเยี่ยมเลยพี่...
อยากไปเที่ยวบ้านแฟนอาจารย์ขจิตจังเลยค่ะ
ไปกันมั้ยพี่คิม อิ..อิ..อิ...
สวัสดีค่ะหนานเกียรติ
สวัสดีค่ะอิงจันทร์ ณ. เรือนปั้นหยา
ฮ่า ฮ่า เห็นด้วยความเหตุผลนี้ครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านสะสมไว้ก่อน เผื่อแก่มาจะได้ปลูกจริงๆ บ้างค่ะพี่ครูคิม^^
ประทับใจความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการถอดบทเรียนครั้งนี้ของน้องคิมมากๆค่ะ..
สวัสดีครับเกลอ หาข้อมูลได้เยอะมาก คนทำเกษตร อ่านแล้วได้ความรู้มากมาย
สบายดีครับเกลอ ฝนก็หยุดตกแล้วครับ
สวัสดีค่ะพี่คิม ก้าวหน้าไปมากเลยค่ะกลุ่มนี้
เยี่ยมจริงๆ
สวัสดีค่ะน้องอิงชาดา ~natadee
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
สวัสดีค่ะวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--