เมื่อชาวนาเกี่ยวข้าว เขาย่อมเลือกเอาแต่รวงข้าว ส่วนต้นหญ้า หรือ ซังข้าวเขาไม่สนใจ และเมื่อชาวนาสีข้าวเขาก็คัดเลือกเอาแต่เมล็ดที่สมบูรณ์ที่ไม่ป่น ไม่ลีบ ฉันใด...ธรรมะที่ลึกซึ้งของพระพุทธเจ้าก็เหมาะสมกับผู้มีปัญญาดีแล้วฉันนั้น

 

 

 

 

 

อย่าข่มเขาโคขืนกลืนกินหญ้า

ต่างนานาจิตตังยังรั้งฝืน

เขาไม่ทำความชั่วยั่วไม่คืน

เขาไม่ผิดคิดขืนฝืนให้ยอม

.

อย่าข่มเขาโคขืนฝืนให้ชั่ว

ให้เมามัวชั่วหยาบช้าฆ่าถนอม

ไม่คิดชั่วมัวเมาเอาตรมตรอม

สิ่งแวดล้อมมอมเมาไม่เอาเลย

 

..

"กุลมาตา"

๓ เมษา ๒๕๕๔

..

 

จากสุภาษิต คำพังเพย สำนวนไทย มาเป็นบทกลอน

สำนวนไทยสำนวนนี้คือ"ข่มเขาโคขืน"

ซึ่งมีความหมายว่า..
"บังคับขืนใจผู้อื่นให้ทำตามที่ตนต้องการ"

เช่น จะจัดแจงแต่งตามอารมณ์ให้กินหญ้าเรา
      เหมือนข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า

(อ้างอิงจากhttp://www.thaigoodview.com/node/48944)

ส่วนสำนวนภาษาอังกฤษเขาก็มีเหมือนกัน

"You can lead a horse to the water

but you can't make it drink."

คนไทยเราใช้โค กระบือทำการเกษตร
เป็นยานพาหนะ

ส่วนฝรั่งเขาใช้"ม้า" ก็ต่างกันแค่ตัวสัตว์ที่เปรียบเทียบ

ความหมายตรงกันเป๊ะเลยนะคะ

(อ้างอิงจากhttp://guru.google.co.th/guru/thread?tid=220c217f887995aa)

..

 

ขอฝากข้อคิดทางธรรมในหัวข้อนี้

เรื่อง"ต่างคน...ต่างความคิด...ต่างความเข้าใจ"

จากเวบ http://www.numsai.com

คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ ๒๖๐๐ปีมาแล้ว

ซึ่งถ้าทุกคนปฎิบัติกันได้ แม้เล็กน้อย

คดีความ ปัญหาต่างๆ คงลดลงมากค่ะ

..

การจะทำให้คนเข้าใจถูกต้อง ตรงกัน หรือราบเรียบเสมอกันนั้น
ย่อมเป็นไปไม่ได้ พระพุทธเจ้าเองก็ทรงตรัสรับรองในเรื่องนี้
เหตุนั้นก็เพราะกรรมเป็นตัวจัดสรรค์ ทำให้เราเกิดในสิ่งแวดล้อม
ที่แตกต่างกัน จึงเกิดคววามคิดความเข้าใจต่างกันเป็นธรรมดา


เมื่อชาวนาเกี่ยวข้าว เขาย่อมเลือกเอาแต่รวงข้าว ส่วนต้นหญ้า หรือ ซังข้าวเขาไม่สนใจ และเมื่อชาวนาสีข้าวเขาก็คัดเลือกเอาแต่เมล็ดที่สมบูรณ์ที่ไม่ป่น ไม่ลีบ ฉันใด...ธรรมะที่ลึกซึ้งของพระพุทธเจ้าก็เหมาะสมกับผู้มีปัญญาดีแล้วฉันนั้น