การเปลี่ยนแปลงเพื่อความร่มเย็น
การที่ได้คุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้าน “วงน้ำพริกผักต้ม” เสมอว่าแต่ละวันพวกเราต้องจับจ่ายสิ้นเปลืองกับค่าผักสด ไม่สด ทั้งผักพื้นบ้านและผักทั่วไป นับวันราคาผักในท้องตลาดก็สูงขึ้น ประมาณว่าแต่ละครอบครัวจ่ายค่าผักรายเดือนไม่ต่ำกว่า ๖๐๐ – ๑๐๐๐ บาท
ต้นหอม ผักชี กระเพรา โหระพา ตะไคร้ ใบมะกรูด ราคาก็แพงขึ้นด้วย หรือบางแห่งก็ราคาเดิมแต่ปริมาณลดลง แต่ละครั้งก็ใช้ไม่หมด เหลือเก็บใส่ตู้เย็น เน่าเสียและทิ้งไป นอกจากนี้ความปลอดภัยก็ลดลงด้วย นอกเสียจากผักที่มาจากโครงการหลวง ราคายิ่งสูงขึ้นและก็ไม่สดทันใจเหมือนเก็บจากต้น
จากบันทึกการเรียนรู้ในบันทึกที่แล้ว เป็นประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวได้ภายในเวลา ๕ เดือน ใคร่ครวญแล้วว่าน่าจะตั้งหลักปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้มีการพัฒนาขึ้นให้ดีกว่านี้ จากเหตุผลที่สมควรหลายอย่างและแอบเขย่ากระเป๋าใบจิ๋วว่ายังมีเสียงกระทบหูอยู่บ้างไหม ด้วยนึกถึงคุณค่าทางใจต่อไปนี้
มุมสบาย ทั้งเช้า สาย บ่าย และเย็น ฉันมักจะมาซุกตัวอยู่แถวนี้ ดูผัก ต้นไม้ มองดูนกบินโฉบไปมา และรับลมเย็น ๆ
มุมหลบร้อน หากอยู่บนบ้านก็ต้องเปิดแอร์หรือพัดลม เพราะเข้าสู่ฤดูร้อน และตามปกติอากาศในสภาวะปัจจุบันมีความเย็นน้อยลง
เพื่อน้องหมา ในการรักษาความสะอาด น้องหมาชอบความเย็น เห็นน้ำเลอะเทอะมักจะลงไปนอนเกลือกกลิ้ง ทำให้ขนเปียกชื้นและสกปรกไปด้วย
การจัดการ
๑. จ้างเหมาช่างมาก่อสร้างทำแปลงผักถาวร คิดแล้วคุ้มกับการจ่ายค่าซื้อผักได้ทั้งปี ตัดอกตัดใจควักกระเป๋าใบจิ๋วเพื่อการนี้
การจ้างคนอื่นทำอะไรก็แล้วแต่ และเราทำไม่เป็นด้วยแล้ว ต้องทำใจ แต่ช่างรายนี้เขาคำนวณค่าวัสดุและค่าแรงงานให้เราประกอบการตัดสินใจ การออกแบบก็สำคัญ เมื่อเราออกแบบแล้วไม่ลงตัวกับวัสดุก็เป็นไปไม่ได้ การนี้ตกลงเอาแบบใช้ประโยชน์ได้ในพื้นที่คับแคบ
เมื่องานเริ่มขึ้นทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามข้อตกเลง ขาดนั่นเกินนี่ ซึ่งเราก็ต้องรับผิดชอบในการใช้จ่าย แม้ว่าก่อนหน้านี้ซักถามกันอย่างละเอียดคิดว่ารอบคอบแล้วก็ตาม หรือว่าเป็นเทคนิคของผู้รับเหมาก่อสร้าง
๒. ใส่ดินลงไปในกระถางเป็นชั้น ๆได้แก่ดินทรายแบบใช้ในการก่อสร้าง ดินท้องนา ดินผสมใบไม้ และดินปุ๋ยคอก
ช่างคิดค่าขนดินใส่ในกระถางด้วย ตอนแรกจะซื้อดินที่เขาขุดขายเป็นรถ แต่ต้องรอคิวดินนานมาก จึงตัดสินใจซื้อดินทรายสำหรับการเทพื้นก่อสร้างมาลงชั้นล่าง และขอดินจากเพื่อนบ้านที่เขาซื้อมากองไว้ให้ลูกเล่น มาเทใส่
ส่วนดินปุ๋ย ขอเล่าผ่านบันทึกให้กับผู้อ่าน ด้านหน้าของถุงจะติดป้ายโฆษณาส่วนประกอบไว้อย่างดี ตอนแรกซื้อมา ๖๐ ถุง เมื่อนำมาเทพบว่าส่วนมากเป็นใบไม้มากกว่าดินและปุ๋ยคอก ครั้งที่สองไปซื้ออีก ๔๐ ถุง มองดูดินมีสีดำคิดว่าน่าจะเป็นดินดี เมื่อรดน้ำไปสองสามครั้ง สีดำหายไปเหลือแต่สีแดงแบบดินลูกรังไว้แทน
๓. ประกาศให้เพื่อนบ้านมาถอนผักกาด ผักชี และต้นหอม รวมทั้งผักอื่น ๆ จากกระถางไปทำอาหารให้เกลี้ยง เพื่อนบ้านมีความสุขตอนที่ถือตระกร้า มีด กรรไกรมาตัดผัก
๔. แจกจ่ายกระถางไปให้กับเพื่อนบ้าน เพราะหากเก็บไว้ก็เลอะเทอะสกปรกและไม่ได้ใช้ทำประโยชน์ เพื่อนบ้านมารุมช่วยกันเคาะดินออกจากระถาง เพื่อต้องการกระถางที่ว่างเปล่า ดินหายากนั่นเอง
๕. เก็บต้นไม้บางอย่างไว้ รวมทั้งไม้ประดับเป็นบางส่วน มีต้นไม้ประดับขนาดใหญ่ เพื่อนบ้านต้องจับสลากเป็นเจ้าของและนำไปไว้บ้านตนเอง เสนอแนะแบบนั้นแบบนี้ ทุกคนมีความสุขมาก เป็นความรู้สึกดีที่หายาก
ผลของการเปลี่ยนแปลง
๑. มีแปลงผักถาวร กำลังเพาะเมล็ดพันธุ์ และจัดวางผักแต่ละประเภทอย่างเป็นสัดส่วน เริ่มเรียนรู้ขั้นตอนต่อไป
๒. มุมสบาย ได้ทำให้เพื่อนบ้านรู้สึกสบายไปด้วย ยามว่างจะเข้ามานั่งพักผ่อนคุยกัน ไม่ต้องออกไปแสวงหาความสบายนอกบ้าน เสียเงินและเสียเวลา
๓. มุมหลบร้อน ได้รับความสะดวกมากขึ้น ประหยัดค่าไฟฟ้า ไม่ต้องอาศัยพัดลมหรือแอร์ มีเสียงนกร้องจิ๊บ จ๊าบ และกระพัดกระพือปีกให้ได้ยินทั้งวัน
๔. น้องหมาสบายขึ้น เกลือกกลิ้งนอนตรงไหนก็ได้ คนก็ไม่ต้องเสียเวลาในการดูแลน้องหมา
ปลูกผักแล้วได้อะไร
ปลูกผักแล้วได้งานเพิ่มคือการรดน้ำ การดูแล และการจดบันทึกข้อสังเกต ไว้เป็นความรู้คุยกับคนปลูกผัก ส่วนความมุ่งหวังในการนำผักมาเป็นอาหาร ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ทานผักสดและปลอดสารพิษ
แต่ฉันปลูกผักเพื่ออยากจะปลูกในยามว่าง ปลูกแทนไม้ดอกไม้ประดับเพื่อสร้างบรรยากาศภายในบ้าน ผลพลอยได้คือการแจกจ่ายเพื่อนบ้านที่ต้องการ และนำมาปรุงอาหารเป็นบางเวลา หากฉันอยากจะเด็ดผักมาทานบ้าง รู้สึกสงสารและเสียดายความเปล่งปลั่งสวยงามของผักเป็นอย่างมาก
ฉันไม่มีความรู้เรื่องการเพาะปลูก แต่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการแลกเปลี่ยนในบล็อก การได้รับคำแนะนำจากนักการเกษตรใน GotoKnow และการอ่านจากป้ายหน้าซองเมล็ดพันธุ์ และการทดลองแบบสุ่มหกสุ่มเจ็ดมากกว่าบางคนที่เขาสุ่มสี่สุ่มห้า
ผลการปลูกผักได้นำเสนอในบันทึกที่แล้ว และบันทึกนี้ซึ่งยังไม่ชัดเจน ตั้งใจจะเขียนเล่าเป็นรายละเอียดของผักแต่ละชนิด รวมทั้งข้อคิดที่เกิดขึ้นเองอย่างธรรมชาติ
คุณค่าหมายถึงการที่เรามองเห็นความสำคัญ หากเป็นคุณค่าอย่างถาวรที่เกิดขึ้นทางจิตใจ จากการที่ได้สัมผัสด้วยตนเอง ประกอบกับการเรียนรู้จากหลักธรรมะ รวมทั้งธรรมชาติที่มีอยู่ในตัวตน สิ่งแวดล้อม และการปรุงแต่งภายนอกให้กลายเป็นธรรมชาติเพื่อความร่มเย็น
สวัสดีครับพี่คิม
ผมว่าเขียนในสไตล์เดิมของพี่น่าอ่านกว่าแยะเลยครับ (ฮิ ฮิ...)
ที่บ้านดอยมูเซอปลูกผักไว้หลายอย่าง เวลาไปเก็บผักแล้วมาทำกับข้าวสด ๆ เดี๋ยวนั้นให้ความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ครับพี่
รู้สึกดีทุกคร้ังที่ลงไปเก็บพืชผักที่ปลูกไว้มาทำกับข้าว แม้บางคร้ังเป็นเพียงพริกขี้หนูแค่ ๑๐ กว่าเม็ด หรือกระเพราเพียงหนึ่งกำมือ บางทีก็เป็นตะไคร้ไม่กี่ต้น มะกรูดไม่กี่ใบ ฯลฯ
พี่คิมคะ
อ่านแล้วอยากจะไปเยี่ยมชมแปลงผักของพี่คิมจังเลยค่ะ นอกจากนี้ยังประทับใจวิธีการแบ่งปันผักและแจกกระถางของพี่คิมด้วย
พี่คิมใจกว้างมากๆ เลยค่ะ
ขอบคุณมากๆ นะคะ ^_^
จริงๆแล้วถ้าคนไทยขยันแบบพี่คงไม่อดตายนะครับ
ครูคิมครับ กระผมจะพาเด็กไปให้ครูบ่มเพาะต้นกล้าที่บ้านครับ ในห้วงอาทิตย์หน้าถ้าครูว่างนะครับ ประสงค์ให้ครูช่วยอบรมให้เป็นคนดี ดั่งที่ครูได้ปลูกต้นไม้ด้วยความรักครับ
ความตั้งใจจริงประกอบกับความขยันทำให้พี่ไม่หยุดนิ่ง
ทั้งความคิดและการปฏิบัติ
ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ดีต่อจิตใจทั้งเราทั้งเขา
แสดงว่าพี่ได้นำเอาปรัชญาที่ว่า...รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง...
มีความสุขกับสิ่งที่ทำเสมอนะคะ
ฝันดีค่า..จุ๊บจุ๊บ
สวัสดีค่ะหนานเกียรติ
สวัสดีค่ะมะปรางเปรี้ยว
สวัสดีค่ะชำนาญ เขื่อนแก้ว
สวัสดีค่ะ✿อุ้มบุญ✿
สวัสดีค่ะเบดูอิน
สวัสดีค่ะเนิ่ม ขมภูศรี
สวัสดีค่ะkrugui Chutima
สวัสดีค่ะพี่คิม
บรรยากาศบ้านน่าอยู่จัง
ความคิดดีจังค่ะ ปลูกผักสวนครัว
น้ำใจคนไทยมีทุกที่ มีอะไรแบ่งกันกันเสมอ
ตามมาอ่านอีกด้วยความประทับใจของความร่มรื่นชื่นบานในบ้านของเรา ..สวนผักสวยด้วยมือของเราค่ะ..
สวัสดีค่ะkruposong
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ