ป่ากับการแก้ปัญหาน้ำ

บทความเรื่อง

การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ มาเล่าสู่กันฟัง

ว่าด้วย การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

เกี่ยวข้องกับการสร้างป่าไม้กับการแก้ไขปัญหาน้ำ <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">---------------------------------</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">หัวข้อที่จะมาเล่าสู่กันฟังเรื่องน้ำนี้ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีข้อมูลข่าวสาร หรือการศึกษาค้นคว้าทางอินเทอร์เน็ต  รวมทั้งการติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือการเข้าค้นหาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งหัวข้อนี้เป็นเรื่องที่ 25 ของผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2546 (http://www.thaigov.go.th) </p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">โดยการนำเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ไปร่วมการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 9</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ในเรื่องนี้มีผลอย่างไรต่อประเทศไทย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ผลที่เกิดขึ้นกับสภาวะแวดล้อมของโลก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อภูมิอากาศของโลก  ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง  ความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วม  ฝนกรด  ชั้นโอโซนถูกทำลาย  และการเกิดอากาศร้อนขึ้นทั่วโลกหรือภาวะเรือนกระจก  ความแห้งแล้ง  การขยายตัวของทะเลทราย  การขาดแคลนทรัพยากรน้ำ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ในการนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทราบนั้น เป็นเรื่องที่ได้เป็นการเร่งรัดให้ประเทศที่พัฒนาแล้วเร่งรัดดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมตามพันธกรณีที่มีอยู่ภายใต้อนุสัญญา  เน้นให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การลดและป้องกันผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ  เสริมขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนา</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">โดยประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของคณะผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่ในการเร่งรัดให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศพัฒนาแล้วสู่ประเทศกำลังพัฒนา (Expert Group on Technology Transfer : EGTT)  และคณะผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่ในการให้คำแนะนำในการพัฒนาการจัดทำรายงานแห่งชาติของประเทศกำลังพัฒนา (Consultative Group of Expert on Non-Annex I National Communication : CGE)  เป็นสมัยที่สอง  นั่นคือจุดที่จะเป็นโอกาสทองหรือเพชร  สำหรับประเทศไทยให้สามารถผลักดันให้ผลประโยชน์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายใต้คณะผู้เชี่ยวชาญทั้งสองชุดให้เกิดกับประเทศไทย  เราควรรีบดำเนินการก่อนที่ประเทศอื่นจะฉกโอกาสนี้ไปก่อนเรา</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ผลที่เกิดขึ้น  หากมีการดำเนินการที่ต่อเนื่องจริงจัง  ประเทศไทยเราจะมีโอกาสสร้างความเจริญทางด้านเศรษฐกิจอย่างฉุดไม่อยู่  ทั้งด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม  แต่ท่านคงเข้าใจว่าจะทำอะไรต้องมีทุนก่อน  ทุนเบื้องต้นของเรื่องนี้คือปัญญาความรู้ที่จะไปนำเสนอ นำแนวคิดไปหาผลประโยชน์จากกลุ่มพัฒนาแล้ว  ทุนต่อมาคือน้ำ  น้ำที่เป็นต้นทุนของชีวิต  สรรพสิ่งในโลกจะอยู่ได้ต้องอาศัยทุนคือน้ำ  ข้อเสนอเรื่องนี้ว่ากันมาหลายครั้งแล้ว ก็ต้องพูดซ้ำอีก</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ประการต่อไปที่ประชุมดังกล่าวได้พิจารณาในเรื่องกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism : CDM)  ในการกำหนดคำจำกัดความ กฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการดำเนินการโครงการปลูกป่า  เห็นชอบให้มีการดำเนินโครงการปลูกป่าขนาดเล็ก (Small Scale Project)   อันเป็นกระบวนการที่ง่ายต่อการดำเนินการ มีการกำหนดแนวทางการกำหนดเครดิตคาร์บอน ซึ่งจะมีการดำเนินการตามพิธีสารเกียวโต ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาผลดี ผลเสีย การดำเนินการที่ชัดเจนต่อไป  แต่ท่านจะปลูกป่าได้นั้น  ปัจจัยหลักที่ต้องมีคือทุน  และทุนที่จะพูดในที่นี้คือน้ำ นี่แหละ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">จากข้อมูล มติ ค.ร.ม. ดังกล่าว  ประเทศที่เป็นตัวตั้งตัวตีที่จะช่วยเหลือมากที่สุดน่าจะเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันในการดำเนินการ CDM  และการเปลี่ยนแปลงภาวะของภูมิอากาศโลก</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ย้อนมาพูดกันเรื่องสิ่งแวดล้อมของชาติดีกว่า ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง  และผลที่จะเกิดจากการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เมื่อประชากรของโลกเกิดมามากขึ้น มีมันสมอง คิดเอาแต่ตัวเอง ก็ช่วยกันคิดทำลายธรรมชาติกันอย่างไม่รู้คุณค่าของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  คนเมื่อต้องการดำรงชีวิตอยู่ ก็เบียดเบียนธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตอื่น  การแข่งขันกันเพื่อความอยู่รอดก็เกิดขึ้น  ความเห็นแก่ตัวก็มากขึ้น ทำลายผู้อื่นตลอดเวลา โดยเฉพาะธรรมชาติ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ย้อนมาดูประเทศไทย  ความต้องการพัฒนาเศรษฐกิจให้ประเทศก้าวหน้า นั่นก็ย่อมต้องอาศัยทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นเครื่องมือ ป่าไม้ ลดลงจนเป็นปัญหาสำคัญของชาติ  ปัญหาการใช้ที่ดินที่ขาดการวางแผน การดำเนินการเกษตรเพื่ออุตสาหกรรมที่ทำลายดินจนเสื่อมสภาพ จนยากที่จะเยียวยากลับมา  รวมถึงการใช้พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการทำเกษตรกรรมไปสร้างเป็นที่อยู่อาศัย  การทำลายต้นน้ำลำธาร  สร้างน้ำเสียจากชุมชน  โรงงาน  หรือแม้แต่ภาคเกษตรกรรมเองก็ตาม  อากาศเป็นพิษ  ยิ่งพูดยิ่งเห็นแต่ปัญหาที่รอการแก้ไขในคนรุ่นเรานี่แหละ  จะทิ้งภาระไปให้อนาคตนั้นคงไม่ดีแน่</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">เมื่อพูดถึงปัญหา  ถ้ารู้ต้นเหตุก็ย่อมมีทางแก้  ถ้ารู้ว่ามันเกิดจากอะไร  ย่อมคิดทางแก้ได้  ซึ่งปัญหานี้เป็นระดับชาติและระดับโลก  ที่จะต้องช่วยกัน ช่วยอะไรเราเป็นประเทศเล็กๆ เท่านั้น  ข้อนี้คิดผิดแล้ว  ประเทศไทยเราสามารถช่วยโลกได้ในการสร้างแนวคิดและในแบบของการดำเนินการของโลก  ความเชื่อ ความศรัทธา  ถ้ามีแล้วอะไรก็ขวางไม่ได้  แต่แนวทางนั้นต้องเป็นจริง ถูกต้อง พิสูจน์ได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ก่อนอื่นต้องมีการดำเนินการสร้างทัศนคติ  สร้างความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนของเราให้รู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ว่ามีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเขาอย่างไร  ต้องทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย  และต้องทำเรื่องง่ายให้ทุกคนรู้เรื่องง่ายๆ ขึ้น  ซึ่งไม่มีใครทำได้ดีเท่ากับรัฐบาลที่มีทรัพยากร  มีข้าราชการ  มีสื่อสารมวลชน  มีเงิน  และอื่นๆ  เรามาช่วยกันสร้างทุนทางปัญญาให้แก่ประชาชน  ทุนที่ให้เขา เข้าใจว่าการรักษาตนองนั้นต้องรักษาธรรมชาติให้ได้ด้วย  ผลจะเกิดแก่ตัวเขา ถ้าเขาทำ ได้กับได้ไม่มีเสีย  เราหาทางแก้ปัญหาให้ได้  ท่านอย่าทำเรื่องง่ายให้ยากก็แล้วกัน  ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการที่จะได้ประโยชน์  เมื่อพื้นฐานได้ผลรวม หรือ (outcomes) ก็จะได้แก่ประเทศชาติเป็นส่วนรวมแน่นอน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">เมื่อเรารู้อะไรมาต้องให้ประชาชนรู้  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ส่งผลกระทบอะไรต่อประชาชนของเรา  ภาวะเรือนกระจก  การเกิดก๊าซคาร์บอนและตัวที่จะมากำจัดก๊าซคาร์บอนคืออะไร  มีอะไรเป็นสาเหตุ  การเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นเกิดจากทั้งที่มีเองตามธรรมชาติและจากฝีมือของมนุษย์  เมื่อรู้ว่าคนเป็นต้นเหตุก็มาหาทางแก้ที่เหตุ  การเผาไหม้เชื้อเพลิง  โรงงานอุตสาหกรรม  การตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า  ซึ่งในหลักวิชาการนั้นถือว่าเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด เพราะต้นไม้และป่าไม้มีคุณสมบัติ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนจะลอยสู่ชั้นบรรยากาศ  เมื่อป่าไม้ของโลกน้อยลง  การสกัดกั้นคาร์บอนไดออกไซด์ก็น้อยลง ก็เป็นปัญหา  ภาวะเรือนกระจก อันส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก  อันนี้มีข้อมูลทางวิชาการมากมายที่ท่านจะค้นหาได้เอง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">พูดมาพอควร เดี๋ยวจะไม่รู้ว่ามันมีผลอะไร ทำไมต้องไปสนใจมันกันทั่วโลกในเรื่องปัญหานี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ในวงการวิทยาศาสตร์มีการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมากมาย เช่น ระดับน้ำทะเล</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">-          อุณหภูมิผิวโลกสูงขึ้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">-          มีเมฆบนท้องฟ้ามากขึ้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">-          การระเหยของน้ำในมหาสมุทร</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">-          หิมะน้อยลง น้ำแข็งขั้วโลกละลาย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">-          ป่าไม้เปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโต</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">-          ระบบนิเวศชายฝั่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ซึ่งต้องพูดกันเป็นเรื่องเฉพาะอีกหัวข้อหนึ่ง ซึ่งเน้นเรื่องน้ำทะเลสูงขึ้น</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ก็ต้องคิดอย่างภูมิปัญญาชาวบ้านมาช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ว่าจะประสานสอดคล้องกับการดำเนินการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ว่าจะเข้ามามีบทบาทอย่างไร  ต้องสัมพันธ์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องร่วมมือกันสร้างเครือข่าย  การแก้ปัญหาเรื่องการลดลงของจำนวนป่าไม้ และการเพิ่มจำนวนป่าให้เป็นไปตามหลัก CDM เพื่อสร้างเครดิตคาร์บอน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">เมื่อธรรมชาติถูกทำลายไปแล้ว  การจะไปหาหรือเรียกร้องให้คืนมาคงทำไม่ได้แล้ว  เพราะใหญ่แล้ว เป็นทรัพยากรที่ถูกทำลายแล้วไม่อาจกลับคืนมาได้  แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เรามีทางแก้ให้  นั่นคือต้องหาสิ่งทดแทน  ทดแทนอะไรก็ต้องพูดกลับย้อนว่าเราต้องการอะไร  เราก็ทดแทนสิ่งนั้น  แม้สิ่งนั้นขาดหายไปคืออะไร  อะไรคือสิ่งที่ต้องการ  คำตอบ ป่าไม้เพื่อช่วยโลกแก้ไขปัญหาภาวะเรือนกระจก  แล้วป่าไม้จะมาจากไหนในเมื่อถูกทำลายไปแล้ว  ถูกแย่งพื้นที่ไปเป็นที่ทำมาหากินไปแล้ว  ย้อนไปอีก ถ้าปลูกป่าแล้วไม่มีน้ำ  ป่าก็จะตาย  ไฟป่าก็จะคุกคาม  นั่นก็เข้าประเด็นแล้วว่าน้ำคือทุนของชีวิต  เราก็ต้องมาสร้างน้ำกันก่อน  แล้วสิ่งมีชีวิตต่างๆ จะตามมา  ถ้าคิดออกอย่างนี้จะสร้างน้ำกันอย่างไร  น้ำมาจากไหน  วัฏจักรของน้ำเกิดจากอะไร มาจากไหน  บทบาทของน้ำมีเช่นไร  ถ้าไม่พูดเดี๋ยวจะไม่เข้าใจ  ต้องอธิบายพอเป็นสังเขป</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">น้ำนั้นมีการหมุนเวียนเป็นทรัพยากรที่ไม่สูญไปไหน  เป็นน้ำแข็ง  เป็นน้ำเหลว  เป็นไอน้ำ  น้ำนั้นมีบทบาทในการรักษาอุณหภูมิของโลกให้พอเหมาะ  และเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งทั้งหลาย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">น้ำที่เราได้นั้นเกิดจากฝน  เพราะเมืองไทยไม่มียอดเขาไหนที่สูงจนมีหิมะเกาะแล้วละลายกลายเป็นธารน้ำลงมาให้เราใช้  ฝนจึงเป็นทางเดียวที่ก่อให้เกิดน้ำทั้งน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ฝนในประเทศไทย  เกิดจากลมมรสุม  เริ่มประมาณพฤษภาคม ตุลาคม  ข้อนี้อาจไม่เป็นจริงแล้ว  เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เดือนกุมภาพันธ์ฝนก็ตกแล้วรวมทั้งฝนหลงฤดูก็มีบ่อยขึ้น  ลุ่มน้ำของไทย 25 ลุ่มน้ำ สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 72,000 ล้านลูกบาศก์เมตร  จากปริมาณ 800,000 ล้านลูกบาศก์เมตร   หายไปจากการไหลลงทะเล  ระเหย  และอื่นๆ  ไปมากเท่าใด  เรื่องนี้เราต้องช่วยกันหาทางนำน้ำมาใช้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">เหตุใดเรากักเก็บไว้ไม่ได้  พูดอีกก็ได้   ปัญหาของเราอยู่ที่ไร้แหล่งกักเก็บมากกว่าปัญหาน้ำแล้ง  จึงมีแต่ข่าวน้ำท่วม  ทำความเสียหายมาอย่างต่อเนื่องทุกปี  และเพิ่มความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ  เพราะการทำลายป่า  การทำเกษตรแบบใหม่  การทำลายหน้าดิน ฯลฯ  ทำให้เกิดปัญหาต่อแหล่งกักเก็บ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">เมื่อรู้สาเหตุแล้วว่า ป่าไม้ถูกทำลาย  บ่อ คลอง สระ ลำธาร  ตื้นเขินไป  เราต้องมาแก้ไข  ถ้าจะให้ทันสมัยล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.46  มีการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ในการสืบชะตาแม่น้ำปิง  ซึ่งเราจะต้องดูผลของการดำเนินการต่อไปว่า ภูมิปัญญาชาวบ้านจะช่วยกันป้องกันการทำลายและอนุรักษ์ไว้ได้เพียงใด</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">เมื่อเรารู้แหล่งที่มาของน้ำและปัญหาแล้ว  เราก็มาสร้างสิ่งทดแทนกันทุกบ้าน  ทุกพื้นที่ที่มีที่พื้นดินเป็นของตนเอง หรือหาที่เช่าก็มาทำแหล่งกักเก็บน้ำ  ทำบ่อจิ๋ว (Nano-Cistern)  ที่กว้าง 6 เมตร  ยาว 15  ลึก 5 เมตร  ก็เก็บน้ำได้อย่างน้อย 200 ลูกบาศก์เมตร  แล้วคิดแค่ครึ่งเดียว  คำถามว่าขุดแล้วไม่มีน้ำเป็นบ่อแห้งจะทำอย่างไร  อันก็ดีไปอีกแบบ เพราะจะรองรับน้ำเมื่อมีฝนหรือน้ำป่ามาก็จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม  ก็อีกนั่นแหละ หากเกิดคาดผิด ขุดลงไปทำบ่อจิ๋วบนทรายและลูกรังชนิดไม่ขังน้ำเลย ก็คือเป็นข้อดีอีกว่าจะเป็นแหล่งช่วยให้เกิดน้ำใต้ดินเป็นอย่างดี  เพราะทันทีที่น้ำไหลลงไปก็จะซึมลึกลงไปเป็นทุนให้น้ำใต้ดิน  ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้อีกเช่นกัน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">เมื่อเห็นคุณค่าของบ่อน้ำ สระน้ำ  หรือแหล่งกักเก็บน้ำนี้แล้ว  ต้องรีบมาช่วยกัน  ใครมีเงินออกเงิน  ใครมีที่ต้องสละที่ดินเพื่อทำบ่อน้ำ โดยเฉพาะผู้นำคือรัฐต้องเริ่มเอื้ออาทรต่อบ่อน้ำจิ๋วได้แล้ว ซึ่งต้องเน้นย้ำว่าทำเพื่อตัวเองแท้ๆ  มิใช่เพื่อใคร บ่อน้ำในที่ของเราก็นำมาใช้ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ โดยทำให้เพียงพอต่อการใช้ตลอดปี  รัฐบาลก็ต้องช่วยมาดูปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหลายๆ จังหวัด เช่น นครศรีธรรมราช หรือใกล้ๆ กรุงเทพฯ ก็มาดูที่จังหวัดเพชรบุรีกันบ้าง  ท่ายาง ชะอำ หรือแม้แต่ตัวจังหวัด เป็นปัญหาจากแก่งกระจานหรือเขื่อนเพชรที่ปล่อยน้ำออกมา เรื่องนี้แก้ไขได้โดยการใช้พลังงานธรรมชาติ คือแสงแดดหรือลมช่วยผันน้ำ ก็ต้องลงทุนกันหน่อยเพราะทำอะไรไม่ลงทุนก็ไม่เกิดผล  อยากให้ร่างกายสมบูรณ์ก็ต้องออกกำลังกายฉันใด เมื่อต้องการใช้น้ำป้องกันน้ำท่วมก็ต้องลงทุนฉันนั้น  ทำแอ่งน้ำหรือถังน้ำขนาดใหญ่ เช่น ถังประปาบนสันเขารอบๆ เขื่อนดูทำเลที่จะทำอ่างน้ำสูบน้ำขึ้นไปต่อท่อขนาด 1-2 เมตร  วางบนพื้นดินต่อท่อเข้ามาทางราชบุรี นครปฐม ออกปทุมธานี ส่งมาแก้ปัญหาน้ำเน่า น้ำเสียในกรุงเทพฯ ได้สบาย ปัญหาน้ำท่วม จ.เพชรบุรี ก็ไม่เกิด  ระหว่างเส้นทางส่งน้ำใครไม่มีก็ต่อท่อออกไปใช้ได้  กรุงเทพฯ ก็สะอาด  หลักการนี้ทำได้แน่นอนเชิญทำดู มีแต่คุณประโยชน์ โทษไม่มี  หากคัดค้านก็ประชาสัมพันธ์การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสัตว์ที่ต้องทรมานจากน้ำท่วม เมืองเพชรบุรี กุศลผลบุญมาแค่ไหน แค่ทางผ่านที่ดินต้องช่วยกันสร้างโลกให้เขียวก็จะช่วยโลกให้พ้นวิกฤต ปัญหาโลกร้อนกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์ของโลก มีการทำมาหากินเสริมด้านการเกษตร แล้วไทยเราจะไม่รวยได้อย่างไร</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">คิดแล้วเสนอทางออกให้แล้วเราต้องช่วยกันรวมน้ำใจให้เป็นน้ำจริง  น้ำจะเป็นทุนของประชาชนที่รัฐต้องเป็นพื้นเพื่อทุกคน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">เกือบลืมไป ฉบับหน้ามาว่ากันด้วยเรื่อง    การจัดทำบ่อจิ๋วเพื่อกุศล</p>