วันที่ 31 มีนาคม 2554 เป็นวันที่ครอบครัวเราตื่นเต้นกันเนื่องจากเป็นวันที่สมาชิกคนสำคัญจะไปเรียนในต่างจังหวัด เตรียมทุกอย่างพร้อมสำหรับการเดินทางไปมอบตัวเพื่อเข้าเรียนที่โรงเรียนนครสวรรค์หลักสูตรโอลิมปิก
เอกสารทุกอย่างก็พร้อมแล้ว วางแผนว่าจะออกเดินทางไปแต่เช้า หกโมงเช้า
เจ็ดโมงครึ่งก็น่าจะพร้อมอยู่ที่บริเวณหน้าเสาธงแล้วล่ะ ในใจอยากรู้หลายอย่างนะ เขาจะได้เรียนห้องอะไร จะต้องใช้ตังค์ซื้อโน่นซื้อนี่ซักเท่าไร
พูดถึงจำนวนนักเรียนก็ประมาณ 500 คนรวมผู้ปกครองและรถยนต์อีก เบ็ดเสร็จก็เต็มโรงเรียนพอดี
ที่ต้องไปรวมกันก็คงจะเป็นการชี้แจงให้ทราบแนวทางและเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของคนจำนวนมากนะ เสร็จจากการมอบตัวเราก็จะไปพักผ่อนกัน
เมื่อมองดูลูกก็ทำให้นึกถึงอนาคตว่าเค้าจะเป็นแรงงานชั้นนำ(ต้องอยู่รอดก่อนจึงจะเจริญก้าวหน้าได้)ได้หรือเปล่านะ ทำให้นึกถึงรายการอินเทลลิเจนเมื่อคืนนี้...
เค้าบอกว่าแรงงานไทย เด็กไทยขาดทักษะด้านภาษาอังกฤษ ,ไอที ,ทักษะการแก้ปัญหา
ทั้งสามอย่างนี้สำคัญ เมื่อเราเข้าสู่ตลาดแรงงาน เมื่อทำงานเก่งแล้วชำนาญแล้ว
หากมีทักษะดังกล่าวจะเป็นตัวทำให้สามารถเลื่อนขึ้นไปเป็นผู้บริหารระดับกลางได้
คนไทยหลายคนไม่สามารถเลื่อนขึ้นไปได้ ทั้งที่ทำงานเก่งมาก
ก็จำต้องได้รับตำแหน่งระดับล่างต่อไป เงินก็กินระดับล่างไป
แรงงานหลายชาติเค้าพูดภาษาอังกฤษได้เค้าก็มีภาษีดีกว่าแล้ว ยิ่งเติมอีก 2 อย่างคือ ไอที และ ทักษะการแก้ปัญหาเข้าไป ก็ไปไกลกว่าเลย...
ฟังแล้วก็เข้าใจ เมื่อมองมายังระบบของเราซึ่งสร้างแรงงานนั้น ก็ยังเป็นอะไรที่เมื่อดูตามหลักการแล้วนี่ได้มาตรฐานนะ เชื่อได้ว่าผลิตแรงงานชั้นดีได้นะ
แต่เมื่อมามองตรงแรงงานที่ได้มาจริงๆ (สังเกตจากคนทำงานใหม่ๆ )
เมื่อมาทำงานทักษะทั้งสามยังพร่องอยู่มาก นี่เป็นสิ่งที่จะต้องขีดเส้นใต้นะว่าเป็นเพราะอะไรกัน
ในส่วนของคุณพ่อ เพื่อให้ลูกพร้อมด้วยทักษะทั้งสาม จะต้องให้ลูกไปเรียนเสริมอย่างไรน้า นี่เป็นคำถามเพื่อประวัติศาสตร์จะได้ไม่ซ้ำรอย คือ เรียนได้สอบได้แต่พูด ฟังไม่ค่อยได้ความน่ะ..
ง่ายที่สุดและเลือกทำก่อนก็คือการเติมเรื่องทักษะด้านภาษา
ซึ่งเป็นเรื่องที่ตระหนักและใกล้ตัวอยู่แล้ว
เมื่อให้ไปเรียนพิเศษ ทักษะที่ได้ก็เป็นทักษะด้านโครงสร้างภาษา การแปล ..มันใช่หรือเปล่านะ ?
หากทักษะด้านภาษาที่ว่านี้คือการสื่อสารกับผู้คนเหมือนเราพูดภาษาไทยใช้ภาษาไทยกับคนร่วมชาติแล้วละก้อ การฝึกทักษะด้านภาษาที่เรามีกันคงยังห่างจากจุดที่นายจ้างต้องการอีกโขทีเดียว

ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว ยากเยอะ!!
สวัสดีค่ะ'คุณเพชร'
อ่านเรื่องลูกชายแล้วก็ต้องอ่านเรื่องลูกสาวถึงจะครบนะคะ...ขอชมชื่นว่าเป็นคุณพ่อตัวอย่างค่ะ...
ขอเขียนถึงการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทยเสียเงินและเวลามากไปหรือเปล่า
วันก่อนดูรายการทำอาหารจานเดียว'ก๋วยเตี๋ยวผัดไท' คนสาธิตเป็นฝรั่งฟังแล้วมันไม่ใช่สูตร'ก๋วยเตี๋ยวผัดไท'ของเรา... คนละสูตรกันเลย
มาดูตำราอาหารไทยที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เล่มหนึ่งราคาพันกว่าบาทก็ไม่ใช่คนไทยแต่งอีก
ถ้าตัดความคิดที่ว่าเรียนภาษาอังกฤษเพื่อไปเป็นแรงงานต่างชาติออก
ลองคิดดูเล่นๆว่าเราจะเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการทำงานอะไรบ้างในประเทศของเรา...
ผมคิดว่าเปลี่ยนจากการใช้ภาษาไทย ภาษาท้องถิ่นเป็นพูดและใช้ภาษาอังกฤษกันเลย คนไทยจึงจะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้
ก็มีคนที่เก่งๆ และมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับคนต่างชาติมากมาย ไม่เพียงแต่ภาษาอังกฤษหรอกครับ เราไม่ควรมองข้ามภาษาแถวบ้านเรา ที่เราจะต้องเป็นประชาคมอาเซียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ หรือแม้แต่ภาษาไทยของเราเองยังเขียน อ่านและพูดกันไม่ค่อยจะถูกเลย
ผมเห็นด้วยว่าภาษามีความสำคัญและจำเป็น แต่บริบทต่างๆ รอบตัวเราละครับมันไปในทิศทางเดียวกันไหม
เรียนเถอะครับ ถ้าจำเป็นต้องใช้ในวันหนึ่งข้างหน้าเขาก็จะได้เปรียบคนอื่นที่ไม่ได้เรียน เรียนแล้วไม่ได้ใช้มันก็ค่อยๆลืมเลือนและหายไปเอง
ยังไงก็ยินดีด้วยนะครับที่มีลูกเก่ง