จากที่ได้ไปร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโรงเรียนเตรียมบัณฑิตพิชชาลัย อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมเอกชนแนวคิดใหม่ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 54 ที่ผ่านมา นอกจากจะทราบความเป็นมาของการก่อตั้งโรงเรียนแล้วยังได้ฟังการสนทนาเรื่อง การอ่าน การคิด สร้างชีวิตเป็นสุข โดยท่าน ว. วชิรเมธี ท่านมีเรื่องมาเล่าให้ฟังหลายเรื่องน่าฟังมากๆจึงอยากจะแบ่งปันให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านด้วยนะคะ
การอ่านหนังสือเป็นวัฒนธรรมของคนที่จะเป็นคนของโลกอนาคต
ตอนนี้พระอาจารย์ได้บันทึกรายการมอง CEO โลก รายการนี้มุ่งถอดบทเรียนจากบุคคลทั่วโลก 200 คน บันทึกไว้ได้ 12 คน ทั้ง 12 คนที่พระอาจารย์ได้ศึกษาค้นคว้าและสังเคราะห์ออกมาว่าทำไมกลายเป็นSuper CEO ของโลก พระอาจารย์ค้นพบว่าทั้ง 12 คน นั้นเป็นนักอ่านการอ่านหนังสือเป็นวัฒนธรรมของคนที่จะเป็นคนของโลกอนาคต ดังนั้นใครที่ไม่ชอบอ่านหนังสือก็อยู่ตรงนี้ไปแต่ถ้าใครรักการอ่านคุณกำลังเดินทางสู่การเป็นยอดคนไปแล้ว จากประสบการณ์การอ่านของอาตมาพูดได้เลยว่า การอ่านทำให้เราเป็นนักคิด และคิดอย่างมีความสุข คนทั่วไปที่อ่านหนังสือน้อยเป็นนักคิดไหม ? เขาก็เป็นนะ แต่คนที่อ่านมากจะคิดได้ดีกว่า ถ้าเราอ่านน้อย เห็นอย่างไรก็จะเชื่ออย่างนั้นแต่คนอ่านมากเขาจะคิดต่อไปว่านั่นมันคือ การโฆษณาชวนเชื่อ ฉะนั้นพอเราอ่านสิ่งที่เราได้คือศักยภาพการคิดจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ สมัยก่อนอาตมาตื่นตี 5 มาอ่านหนังสือแล้วค่อยไปบิณฑบาต ไปบิณฑบาตไม่สุดเส้นทางเพราะความคิดมันวูบขึ้นมาต้องเอาสมุดไปด้วยหรือไม่ก็เขียนตามมือ หรือพอเราอ่านแล้วเรานอนบางทีบางสิ่งที่อ่านไปเราคิดไม่ตก ตื่นขึ้นมา คำตอบมารอเลย มันมาได้ยังไง เพราะว่าตอนเราหลับนั้นสมองมันไปจัดระบบข้อมูล ทันทีที่เราอ่านความสามารถทางความคิดจะเกิดขึ้นมา ยิ่งอ่านยิ่งคิดได้ดีเพราะข้อมูลเราเยอะกว่าเพื่อนนะ ฐานข้อมูลเราเยอะมาก มีอยู่วันหนึ่งอาตมาได้รับนิมนต์ไปรายการโทรทัศน์ พิธีกรพูดเรื่องธรรมะอยู่ดีๆ เขาโผล่เรื่อง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขายกคำพูดว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ” เออใช่ (ทำไมพระอาจารย์รู้ ) เอาอีกกี่คนก็ได้ ฉันทำวิจัยอยู่ พอเราอ่านเยอะเราจะรู้ว่าไม่ใช่เฉพาะคนๆนี้ที่พูดประโยคนี้ พระพุทธเจ้า บอกว่า “ โลกหมุนไปเพราะจินตนาการ” เจ เค โรลิ่ง บอกว่า”ข้าพเจ้าเป็นหนี้จินตนาการ” มหาตมะ คานธี ก็บอกว่า “ถ้ามนุษย์สามารถปฏิวัติจินตนาการได้ มนุษย์ก็เปลี่ยนโลกได้ “ ฉะนั้นคนอ่านเยอะฐานข้อมูลเยอะ คิดได้กว้าง คิดได้ไกล คิดได้ลึก คิดได้รอบคอบ สำคัญที่สุดเวลาคิดอะไรไม่คิดซ้ำ สิ่งที่เราอ่านมันจะเป็นไฟล์ข้อมูลเต็มไปหมดนะ เอาไมค์มาจ่อปากเอาเลยจะเอาเรื่องอะไรมันจะไหลออกมาเลยเพราะสมองเราสุดยอดคอมพิวเตอร์เลยแต่ทุกวันนี้มนุษย์ใช้ศักยภาพนี้ 10% พอให้จำอะไรนิดอะไรหน่อย ปวดหัว นี่..ถ้าอ่านเยอะฐานข้อมูลเยอะและคิดได้ลึกพอคิดได้ลึกเราจะมีความสุขมาก อย่างชีวิตอาตมาเมื่อกี้โยมเอาหนังสือถวาย โยมบอกมีความสุขมากที่ได้ถวาย อาตมาก็เหมือนกัน เอารถ เอาอะไรนี่เอาไอโฟนมาถวายอาตมาเฉยๆ
ลืมแกะกล่องเลยแต่ถ้าเอาหนังสือมาถวายแกะต่อหน้าเลย มีความสุขมากพอเราเป็นนักอ่าน เราเป็นนักคิด ชีวิตมีความสุขตามมาทันทีโดยไม่ต้องขวนขวาย
รักแรกพบ หลงรักการอ่าน
อาตมาจำได้ดีว่าอาตมาหลงรักการอ่านมากครั้งหนึ่งไปสอบ Final ของพระสอบเสร็จแล้วจะเดินกลับวัดแวะร้านหนังสือไปซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง โอ้โฮ...ปกมันสวย นั่นคือรักแรกพบ หลงรักหนังสือเลยนะ พออ่านหนังสือเล่มนั้นทำไมมันมีความสุขจังเลย หลังจากนั้นมีความฝันอยากมีตู้หนังสือเป็นของตัวเอง ไปซื้อตู้หนังสือมาราคา 600 บาท พอได้มามีปัญหามีแต่ตู้หนังสือไม่เต็มแล้วก็ไปขอยืมหนังสือของหลวงพ่อเจ้าอาวาสหอบมาเต็มที่เลยมาใส่ตู้ของตัวเอง พอหนังสือเต็มตู้แล้ว ยืนมอง มีความสุขมาก คุณโยมเชื่อไหมอาตมาไม่รู้สักนิดว่าจะมาเป็นนักเขียนนะ แต่อาตมาเริ่มต้นมาจากนั่นจากตู้หนังสือตู้แรกจนกระทั่งปัจจุบันนี้อาตมามีหนังสือส่วนตัวพูดได้เลยว่าเกิน 1 หมื่นเล่ม เห็นไหมนี่คือชีวิตจริงของเณรน้อยรูปหนึ่ง จำได้ดีตอนมาอยู่กรุงเทพฯปีแรกทุกวันจะต้องแวะร้านหนังสือ เลือกหนังสือกองเป็นตั้งๆประมาณ 20 -30 เล่ม แล้วก็นั่งอ่านตรงนั้นก่อนจะออกจากร้านซื้อได้แค่เล่มเดียว
แรงบันดาลใจ กลายเป็นนักเขียน
มีอยู่วันหนึ่งกำลังจะเดินออกจากร้านหนังสือเห็นหนังสือขายดีวางเรียงกันเป็นตับเลยนะ ทำไมขายดีอย่างนี้ เดินไปเดินมาไม่ซื้อของเขานะแต่เณรน้อยรูปนั้นกำลังคิดการณ์ใหญ่ในหัวเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาว่าซักวันหนึ่งหนังสือของฉันจะต้องมาวางอยู่ตรงนี้ และพอองค์นักเขียนมันลงประทับแล้วเนี่ยนะกลับถึงวัดคืนนั้นเขียนเลย พร่างพรูเสร็จรวดเดียวนะ 29 ตอน ไม่เคยรู้หลักการเขียน เลยเสร็จแล้วเย็บเล่มไม่มีใครบอกนะ เอาต้นฉบับใส่ลงในบรรจุภัณฑ์ ส่งถึงสำนักพิมพ์แล้วก็เขียนว่าส่งต้นฉบับมาให้พิจารณาผลเป็นประการใดให้ตอบด้วย อาทิตย์เดียวได้เรื่องนะ บรรณาธิการมาหาอาตมาแล้วบอกว่าเขียนหนังสือดีมาก เราจะจัดพิมพ์หนังสือท่านๆจะว่าอย่างไร หัวใจหล่นตุ๊บเลย...(หัวเราะ)มันบอกตัวเองว่าฉันได้เป็นนักเขียนแล้ว แต่เรารักษาฟอร์ม เออ...อาตมาต้องคิดดูก่อนนะโยมนะ ถ้าเป็นสาวก็รับรักเขาไปแล้วแต่รักษาฟอร์มทำว่าชีวิตยุ่งเหลือเกิน
หนังสือเล่มแรกในชีวิต
หนังสือเล่มแรกเกิดขึ้นตอนที่อาตมาไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าการเขียนต้องทำยังไงแต่สิ่งที่ทำให้อาตมาเขียนคืออาตมามีความสุข สุขที่ได้เขียน สุขที่ได้อ่าน และสุขที่ได้คิด หนังสือเล่มนั้นกลายมาเป็นหนังสือที่พิมพ์ไปแล้ว 30 – 40 ครั้ง ชื่อหนังสือ “ ปรัชญาหน้ากุฏิ” เป็นเล่มแรกก่อนที่จะมาถึง “ธรรมะติดปีก” ตอนนี้มาพิมพ์ใหม่ชื่อ “ ธรรมะเกล็ดแก้ว” ปีนี้เดือนนี้มหาวิทยาลัย เวสเทิร์น เอเชีย ถวายดุษฎีบัณฑิตสาขาภาษาไทย ทางคณะผู้ถวายปริญญาสาขาวิชาการขอพิมพ์หนังสือและก็เจาะจงลงมาว่า ขอพิมพ์ “ปรัชญาหน้ากุฏิ”อาตมาถามว่าทำไมเขาบอกว่ามันเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตของพระอาจารย์
และชีวิตของโยมด้วย โยมเปลี่ยนเพราะอ่านเล่มนี้
เริ่มเข้าสู่วงการ ชีวิตเปลี่ยน
แล้วชีวิตอาตมาเปลี่ยนเพราะหนังสือ พออาตมาเตรียมเขียนเรื่องที่ 2 คือ “ธรรมะติดปีก”
จะไปเปิดตัวหนังสือซึ่งยังไม่มีหนังสือพระเล่มไหนมีการเปิดตัว เพื่อนอาตมาเตือนว่าไม่ควรไปเพราะมีแต่ดารา ป๊อด โมเดิร์นด๊อก , เชอรี่ เข็มอัปสร , แล้วท่านคือใคร เราก็คิด เราก็ โมเดิร์น มั้ง สิ (หัวเราะ) แต่เราไม่เชื่อเพื่อนไปเสวนาเปิดตัวเป็นปรากฏการณ์ใหม่ วันนั้นถูกสื่อรุมสัมภาษณ์ออกอากาศทางโทรทัศน์ทุกช่องแล้วหลังจากวันนั้นชีวิตไม่เหมือนเดิม จากที่ต้องการจะเขียนหนังสือคนเดียวเงียบๆก็กลายมาเป็นเบื้องหน้าจนกระทั่งทุกวันนี้
การอ่าน การคิด มีสิทธิ์เป็นนักเขียน
คุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ตรงนี้เอาไปเล่าให้ลูกให้หลานฟังว่าถ้าเด็กคนหนึ่งหลงรักการอ่านหนึ่งเขาจะเป็นนักอ่าน สองเขาจะเป็นนักคิด สามถ้าเขาไม่หยุดเขามีสิทธิ์เป็นนักเขียน แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้เขาไม่ได้เป็นนักคิดไม้ได้เป็นนักเขียนแต่เขาจะเป็นเด็กที่มีความสุขอาตมาเองโยมแม่เสียไปอาตมาบอกตัวเองว่าชีวิตต่อจากนี้จะเอายังไง ไม่มีใครเราก็กระโดดไปอ่านหนังสือให้หนังสือเลี้ยง ในที่สุดเราก็สามารถฟันฝ่านำพาชีวิตของเรามาจนกระทั่งทะลุออกอ่าวไทยและในเวทีโลกได้อย่างสบาย
ความสุขอยู่ที่ไหนบ้างนอกจากการอ่านและการคิดแล้ว
ความสุขมันมีที่มาอยู่หลายทิศทางแต่เกณฑ์ร่วมของมันมีอยู่เกณฑ์หนึ่งคือ ถ้าเราค้นพบว่าเรารักอะไร ความสุขของเราอยู่ตรงนั้น อาตมามีความฝันว่าอยากจะเป็นนักเขียน อาตมาก็เขียนเลยจึงมีความสุขไม่เคยเรียกร้องหาความสุขจากคนอื่น สำหรับอาตมามีหนังสือเล่มเดียวก็อยู่ได้ ขอให้มีเวลาเป็นของตัวเอง ความสุขของอาตมาคือหลงรักการอ่านเข้าก็เลยมีความสุขมาก
ฉะนั้นคนทุกคนมีวิถีทางที่จะค้นหาความสุขได้ทั้งนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องไปสุขอย่างที่คนอื่นเขาสุขอย่างที่เป็นตัวของตัวเอง ทุกๆคนมีรูปแบบความสุขเป็นของตนเองไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะๆก็ได้ แต่ถ้าเรารักอะไรแล้วได้ทำสิ่งนั้นความสุขจะเป็นของแถมขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ฉะนั้นเคล็ดลับความสุขมีอยู่ว่าคุณค้นหาว่าคุณจะทำอะไรถ้าค้นพบความสุขก็อยู่ตรงนั้นแล้ว
โรงเรียนเตรียมบัณฑิตพิชชาลัย”ตักศิลาของภาคใต้” โรงเรียนจะต้องทำอย่างไร
เด็กทุกคนมีศักยภาพอยู่ไม่มีมนุษย์คนไหนที่เกิดมาสู่โลกโดยที่ไม่มีความหมาย ไม่มี ถ้าโรงเรียนตระหนักรู้ตรงนี้เราจะค้นพบว่าไม่มีเด็กคนไหนที่เราต้องเฉดหัวทิ้งแต่เราต้องสอนเขาให้เป็น ต้องค้นให้พบว่าเขาก่งด้านไหน เช่น โชแปง เป็นนักเปียนโน ตายไปแล้วชื่อยังอยู่
เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่เรียกภาษาทางวิชาการว่า “ศักยภาพพิเศษ” ดังนั้นถ้าเรา
ปรารถนาจะให้เตรียมบัณฑิตพิชชาลัยเป็นตักศิลาของภาคใต้ของเรา เราต้องจัดการศึกษาโดยมีสภาพแวดล้อม มีกระบวนการเรียนการสอนที่เอื้อให้เด็กทุกคนค้นพบว่าเขาเกิดมาเพื่อจะเป็นอะไรจะต้องไม่มุ่งยัดเยียดวิชาการ จะต้องไม่มุ่งยัดเยียดกิจกรรม โดยไม่เปิดช่องว่างให้เด็กค้นหาตนเอง เพราะเรียนมากเกินไป อาตมาคิดว่าอันนี้สำคัญมากๆ ฉะนั้นกล่าวโดยสรุปก็คือถ้าเราปรารถนาจะให้เตรียมบัณฑิตพิชชาลัย เป็นตักศิลาของอนุภูมิภาคแห่งนี้
ประการที่ 1 คือ จัดสภาพแวดล้อมและการศึกษาของเราให้เด็กเอื้อต่อการค้นพบตนเอง
ประการที่ 2 เราจะต้องจัดระบบการเรียนการสอนของเราให้เด็กมีช่องว่างใช้ความคิดได้จินตนาการ
ประการที่ 3 เราจะต้องไม่เป็นผู้ใหญ่ที่ดับฝันเด็กเพราะเด็กทุกคนมีจินตนาการนะ
ผู้ใหญ่มี 2 ประเภทนะ ผู้ใหญ่ประเภทที่ ดับฝัน อีกประเภทหนึ่งเป็นผู้ใหญ่กระตุ้นต่อมฝัน
เด็กที่จะประสบความสำเร็จต้องทำอย่างไร
เด็กที่จะประสบความสำเร็จอย่างน้อยเขาต้องมีคุณสมบัติ 3 ประการ
1. ค้นพบว่าเขารักที่จะเป็นอะไร
2. เขาได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่
3. เขามีกัลยาณมิตรประเภทผู้ใหญ่กระตุ้นต่อมฝันอยู่ใกล้
บทสรุป
อาตมาคิดว่านี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลย ฉะนั้นจากปรัชญาของเตรียมบัณฑิตพิชชาลัยเท่าที่อาตมาภาพอ่านมาคิดว่าเรามาถูกทาง เป็นเทรนด์ของโลก แนวโน้มของโลกกระบวนการทางการศึกษาของโลกกำลังหันมาทางนี้เพราะการศึกษาที่ผ่านมาไปเน้นวัตถุมากเกินไปเด็กเรียนสูงแต่คุณภาพชีวิตต่ำเขาไม่มีความสุข