บทเรียนจากความจริง กับ ดร.จีระ

ติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่

http://www.naewna.com/allnews.asp?ID=97&HL=0&no=1

 

เยาวชนไทยและคนไทยต้องสนใจภาษาและวัฒนธรรมจีนมากขึ้น (บทเรียนจากความจริง กับดร.จีระ)
 
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเดินทางไปที่ปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นเวลา 4 วัน กลับมาถึงเมืองไทยก็พบก็บรรยากาศเก่าๆของเมืองไทย

* ทะเลาะกันระหว่างนักการเมือง

* ใครย้ายพรรคไปไหน?

* ใครจับขั้วการเมืองกับใคร?

* มองไปถึงการเลือกตั้ง

* ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรที่คน 64 ล้านคนได้ประโยชน์ เช่น รถไฟความเร็วสูงลงทุนกับจีนไปถึงไหน เพราะลาว พม่า เวียดนามมีแผนกับจีนสำเร็จแล้ว ขาดไทยประเทศเดียว

กลับมามีข่าวการเมืองของไทยไม่ต่ำกว่า 70% ในหน้า 1คำถามก็คือ ประเทศไทยมีนโยบายระยะยาวหรือไม่? เพราะประเทศอื่นๆก็ปรับตัวเพื่อให้ประเทศและประชาชนของเขา อยู่อย่างยั่งยืนในโลก ไม่ให้เกิดภัยธรรมชาติหรือภัยความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจ

ผมมีโอกาสไปประเทศจีนหลายครั้ง เริ่มครั้งแรกจริงๆสมัยที่ผมเป็นผู้บริหารใหม่ของสถาบันทรัพยากรมนุษย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว ต่อมาจนถึงครั้งล่าสุด ไปงาน Expro ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อปลายปีที่แล้ว จาก 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ช่วงแรกที่ไป...

* ผู้ชายทุกคนก็ใส่เสื้อแบบเหมา สีเทาๆ คล้ายกันหมด

* ในเมืองใหญ่ๆ เช่น ปักกิ่ง มีแต่จักรยานเต็มไปหมดยังไม่มีรถยนต์ แต่ตอนนี้ที่ปักกิ่งรถติดมาก

ศ.ดร.จีระ หงล์ลดารมภ์ ได้รับเกียรติให้ไป แสดงวิสัยทัศน์ เรื่อง ทุนมนุษย์ในประเทศไทยกับสถาบันวิจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ในจีน (China Center of Human Capital and Labor Research) ให้กับอาจารย์มหาวิทยาลัยฯและนักศึกษาของจีนที่มาร่วมกว่า 40 คน เมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม 2554 ณ ปักกิ่ง ประเทศจีน



* ระยะเวลาไม่ถึง 35 ปี จีนเปิดประเทศเป็นมหาอำนาจ ทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ

* คนไทยไปปรับตัวไม่ทัน เช่น เรื่องภาษาจีน ขณะนี้คนไทยต้องยอมรับว่า ต้องใช้ 2 ภาษา คู่กันไป คือ ภาษาจีนและอังกฤษ

ภาษาอังกฤษ คนไทยก็ไม่ค่อยจะเก่ง แต่ยังต้องสนใจภาษาจีนด้วย ซึ่งผมแนะนำพ่อแม่ที่มีลูกหลาน สนใจที่จะให้เยาวชนสนใจทั้งภาษาอังกฤษและภาษจีนไปด้วย

ภาษาอังกฤษถึงเป็นภาษาสากล การค้าขายในยุคต่อไปก็คงจะต้องใช้ภาษาจีนมากขึ้นแน่นอน ในทางเศรษฐกิจระยะเวลาไม่เกิน 20 ปี ก็จะเป็นอันดับหนึ่งของโลกทางด้านเศรษฐกิจแน่นอน

คุณลีนา พงษ์พฤกษา ทูตพาณิชย์อยู่ที่ปักกิ่ง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ผมที่ธรรมศาสตร์มาพบและพูดคุยกัน คุณลีนาเรียนภาษาจีนมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยพูดภาษาจีนได้ดี ทำหน้าที่ทูตการค้าในประเทศจีนได้ดี

มาครั้งนี้ น่าสนใจทั้งเศรษฐกิจ ทรัพยากรมนุษย์และพลังงาน

ครั้งนี้ได้รับเชิญจากตัวแทนของกึ่งรัฐบาลจีน จัดโปรแกรมได้สมบูรณ์ เช่น

* ได้ไปแสดงวิสัยทัศน์ เรื่อง ทุนมนุษย์ในประเทศไทยกับสถาบันวิจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ในจีน ซึ่งเป็นสถาบันที่เน้นการทำวิจัย โดยมีอาจารย์มหาวิทยาลัยและนักศึกษาของจีนมาร่วมกว่า 40 คน

* ได้พบว่า การทำงานของสถาบันแห่งนี้ยังมีแนวคิดแบบตะวันตก แบบธนาคารโลก และ OECD ที่วัดการลงทุนด้านทุนมนุษย์แบบการศึกษาและการฝึกอบรม เป็นที่น่าสนใจในระดับหนึ่ง

แต่ ในประเทศไทยการวัดคุณภาพทุนมนุษย์ เน้น

* ความสุขในการทำงาน

* การมีเครือข่าย (Network)

* มองความยั่งยืน

* การใช้ Wisdom

* การใช้ปัญญา (Intellectual Capital)

จีนเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจก็จริง แต่ยังมองทุนมนุษย์เป็นแค่ปัจจัยการผลิต ในอนาคตจะสมดุลและอยู่อย่างยั่งยืน นักวิจัยชาวจีน ถามผมหลายคำถามเรื่อง การวัดความสุขในการทำงาน

อย่างไรก็ดี การที่ผมได้ทำงานในด้านทุนมนุษย์มานานและก่อตั้งสถาบันทรัพยากรมนุษย์ที่ธรรมศาสตร์มากว่า 35 ปี น่าจะช่วยให้จีนมองทุนมนุษย์ในมิติที่วัดไม่ได้ เช่น

* ปรัชญาความเชื่อ ความศรัทธา

* คุณค่าของคน

* ค่านิยมของความสุขในชีวิตการทำงาน

* การมีศักดิ์ศรีของมนุษย์

คนรุ่นใหม่ของจีนก็ลืมปรัชญาความเชื่อของจนแบบที่สะสมกันมาแบบขงจื้อ ซึ่งในอนาคต คนไทยก็ต้องหันมาเรียนรู้เรื่องขงจื้อของจีนมากขึ้น โดยสอดคล้องไปกับศาสนาพุทธและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพราะวัตถุนิยมเกิดในประเทศจีนเร็วมากเกินไป คนจีนจึงขาด Intangibles (สิ่งที่วัดไม่ได้)

ในเรื่องทุนมนุษย์และนโยบายต่างๆ ของ 2 ประเทศ มีอะไรที่จะเรียนรู้แลกเปลี่ยนกัน

คุณลีนา พงษ์พฤกษา ทูตพาณิชย์ ให้เกียรติร่วมพูดคุยและรับประทานอาหาร พร้อมทั้งถ่ายรูปร่วมกับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์และคณะ ณ ปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันพุธที่ 23 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา



ไทย
1. ไทยมีเสรีภาพมากกว่า
2. นโยบายดี แต่ปฏิบัติให้สำเร็จยาก เพราะการเมือง แทรกแซง
3. คิดไม่เป็น ได้แต่ปริญญา
4. ขาดวินัยอย่างมาก

จีน
1. นโยบายระยะยาวดี แต่ควบคุมจากส่วนกลางมากไป
2. รัฐบาลโปร่งใส ไม่มีคอร์รัปชั่น
3. ขาดสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น เสรีภาพในการแสดงออก เช่น Internet รัฐคิดแทนประชาชนมากเกินไป
4. มีวินัย

การที่ผมได้รับเชิญจาก มหาวิทยาลัยเศรษฐกิจและการเงินช่วยคนจีนมีมุมมองที่ไม่ใช่ Hardware (วัดได้) แต่เป็น Soft ware (วัดไม่ได้) ทำให้ได้เห็นว่าคนไทยก็มีความสามารถแข่งขันให้จีนได้ แต่คนไทยที่เก่งๆ ไม่มีโอกาสได้แสดงออกมากนัก ในขณะที่จีนสนับสนุนนักวิชาการให้ทำงานให้ประเทศและให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง

ไปครั้งนี้ ผมก็มีนักศึกษาปริญญาเอก 2 คนที่เรียนกับผมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและมหาวิทยาลัยเกริก ร่วมเดินทางไปด้วย เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ได้ประสบการณ์ที่ดี และมีทีมงานของผมไปหาประสบการณ์อีก 3 คน

ผมตั้งใจว่าจะมี โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์กับจีนอย่างสม่ำเสมอ ปีละ 2 - 3 ครั้ง และจะเชิญนักวิชาการเก่งๆของจีนมาไทยด้วย

นอกจากการค้าแล้ว จะต้องมีเรื่องการแลกเปลี่ยนทรัพยากรมนุษย์ระหว่าง 2 ประเทศ ด้วย

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
[email protected]
www.gotoknow.org/blog/chiraacademy
แฟกซ์0-2273-0181