ในหลักสูตร ธรรมาภิบาลเพื่อพัฒนาอุดมศึกษา รุ่นที่ ๓ โมดูล ๒ : บทบาทสภามหาวิทยาลัยในกำกับการจัดการศึกษา : การอนุมัติการเปิดสอนหลักสูตรการศึกษา (วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔  เวลา ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น.) ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์   สินลารัตน์ (รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต) เป็นวิทยากรจัดกระบวนการเรียนรู้  สรุปสาระสำคัญ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ TQF ได้ดังนี้

 

          TQF เป็นเทคนิค หรือกระบวนการทางวิชาการที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถผลิตเด็ก หรือบัณฑิตของตัวเองได้อย่างมีคุณภาพ   แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมักเข้าใจผิดว่า TQF เป็นเรื่องของแบบฟอร์ม (แบบฟอร์ม มคอ.)


 

หลักของ TQF ประกอบด้วย ๙ ข้อ คือ
     ๑. สถาบันต้องคิดให้ชัดและเข้าใจตรงกันว่าต้องการบัณฑิตอย่างใด
     ๒. การจะสร้างให้ได้บัณฑิตดังกล่าวต้องมีกระบวนการอะไรบ้าง
     ๓. จะจัดหลักสูตรแบบใดให้ได้บัณฑิตดังกล่าว
     ๔. จะสอนอย่างไรให้ได้บัณฑิตในแต่ละลักษณะ
     ๕. จะมีกิจกรรมอื่นๆ อะไรบ้างที่จะให้ได้บัณฑิตอย่างที่ต้องการ
     ๖. เขียนออกมาเป็นรูปธรรม (มคอ.) ว่าจะทำอย่างไร
     ๗. ทำแล้วบอกได้ว่าเป็นอย่างไรและจะปรับปรุงอย่างไร
     ๘. สามารถทดสอบได้ว่าได้ตามที่เราต้องการ
     ๙. บอกคนได้ว่ามหาวิทยาลัยของเราเป็นอย่างนี้


 

          ดังนั้นการทำความเข้าใจจากแนวคิด TQF สู่กระบวนการปฏิบัติจึงเป็นเรื่องสำคัญ อธิบายโดยย่อได้ดังนี้คือ  พิจารณาจากทิศทางของสถาบัน มาสู่มาตรฐานคุณวุฒิของระดับ/สาขา (มคอ.๑) มาสู่รายละเอียดของหลักสูตร(มคอ.๒), รายละเอียดของรายวิชา (มคอ.๓) และประสบการณ์ภาคสนาม (มคอ.๔) มาสู่กระบวนการเรียนการสอน  ซึ่งสิ่งต่างๆ นี้ต้องมีรายการปรับปรุงและพัฒนา (มคอ.๕,๖,๗) อยู่ตลอดเวลาเพื่อยกมาตรฐานคุณวุฒิของระดับและสาขาวิชาเอาไว้ 

 

          นอกจากนี้ การพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่แต่เดิมนั้นมักจะมองในเชิงทฤษฎี หรือความรู้ ขาดการมองในด้าน “นวัตกรรม/นอกกรอบ” อาทิเช่น

 

มุมมอง “เดิม”

 

มุมมอง “นวัตกรรม/ นอกกรอบ”

 

มองแต่ในสถาบัน

 

มองออกนอกสถาบัน/ชุมชน

 

เน้นทฤษฎี/ความรู้

 

เน้นปฏิบัติ/ชีวิตจริง


 

สอนแบบความจำ/ แยกส่วน

 

สอนเน้นความคิด/กระบวนการ

 

ผู้สอนเป็นตัวตั้ง

 

มองผู้เรียนเป็นหลัก

 

สอนอดีต/สิ่งที่ผ่านมาแล้ว (สอนจากตำรา) 

 

สอนโดยมองปัจจุบัน และอนาคต


 

ผลิตคนไปรับใช้คนกลุ่มน้อย/ธุรกิจ 

 

ผลิตคนเพื่อรับใช้เพื่อนมนุษย์

 

สอนให้คิดออกนอกตัวเอง (ออกข้างนอก)

 

สอนให้รู้จักตัวเอง/จิตใจตัวเอง (เข้าข้างใน)

 

 

          Bergquist, (๑๙๘๑) ได้เสนอว่าในการจัดทำหลักสูตรนั้น มีประเด็นที่ควรพิจารณา ๖ ข้อ คือ (๑) เวลา: จะสอนอย่างไร ใน/นอกเวลา ระยะเวลาที่มีคุณภาพ (๒) สถานที่: สอนที่ไหน ใน/นอกที่ตั้งมหาวิทยาลัย (๓) ทรัพยากรหาจากแหล่งไหน (๔) องค์กรที่จะดูแลเป็นอย่างไรบ้าง (๕) กระบวนการสอน และ (๖) ผลผลิต หรือบัณฑิตที่จบออกไปมีลักษณะอย่างไร
 
 

วิจารณ์ พานิช
๘ มี.ค. ๕๔