ภาระสร้างลูก..ปลูกสร้างอริยชน
ภาระนี้..มิสิ้นสุดบริสุทธิ์ยิ่ง
ภาระนี้..มิทอดทิ้งสิ่งที่ฝัน
ภาระนี้..คือสร้างลูกปลูกสร้างพันธุ์
“อริยชน”..คนดีนั้นฝันถักทอ
ใช่ภาระ..สูงส่งใดที่ใครหยัน
ใช่ภาระ..คู่ครองกันฝันฟุ้งขอ
ใช่ภาระ..หลงตัวมัวหมองรอ
ภาระคือ..ลูกแม่พ่อก่อเกิดมา
คือภาระ..ของพ่อแม่แท้เท่านั้น
คือภาระ..ยิ่งใหญ่ฝันวันข้างหน้า
คือภาระ..แม่เลี้ยงเดี่ยวเพียงเดียวมา
พ่อเจ้าอยู่บนฟากฟ้าลาโลกไกล
ภาระนี้..มิให้ใครไหนเยาะเย้ย
ภาระนี้..ขอเผยเฉลยไว้
ภาระนี้..แค่สร้างลูกสุขเป็นไท
ใช่ใครไหน..เพียงแม่แท้ที่ทำ
..
“กุลมาตา”
๕ มีนา ๒๕๕๔
..
ขอนำวิดิโอ English poem ชื่อ"Single Mom"
ประพันธ์โดย Angelica Hopes
หรือนามจริง Ana Angelica Abaya van Doorn
กวีนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของอเมริกา
กลอนบทนี้ได้รับรางวัล
"Best Poetry and Poet in 2004"
ที่ Washington,D.C.
ได้รับการพิมพ์เผยแพร่ทั้งในอังกฤษและอเมริกา
มาเป็น "แรงบันดาลใจและกำลังใจ"
แด่ "แม่เลี้ยงเดี่ยว" ผู้เสียสละทุกคนค่ะ
..
“แม่เลี้ยงเดี่ยว” ในปัจจุบันทั่วโลก
และในประเทศไทยมีสถิติสูงขึ้นมาก
ตามที่ได้ค้นคว้าข้อมูลมา
จากhttp://www.moc.moe.go.th/node/906ดังนี้
..
"ครอบครัวในสังคมไทยในปัจจุบันกำลังอ่อนแออย่างรุนแรง
และกำลังก้าวเข้าสู่วิกฤติ จากปัญหาการหย่าร้างของคนไทย
สูงขึ้นทุกปีถึง 100,000 คู่ หรือการเสียชีวิตของคู่สมรส
ทำให้เกิด "ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว"
มีแน้วโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามมาด้วย
ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรเด็ก
และเยาวชนอายุระหว่าง 11-22 ปี จำนวน 11.4 ล้านคน
อยู่ในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมากกว่า 2.5 ล้านครอบครัว
สาเหตุของการเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวอันดับ 1
เกิดจากการหย่าร้าง รองลงมาคู่สมรสถึงแก่กรรม
ที่สำคัญพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่วัยรุ่นและวัยเรียน
และต้องดูแลบุตรเฉลี่ย 1-2 คนซึ่งยังพบอีกว่า
1 ใน 3 ของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวสูญเสียความมั่นใจ
ในความมั่นคงของครอบครัว
เกรงว่าตนเองจะเลี้ยงลูกให้มีความสุขไม่ได้
สูญเสียความภูมิใจในตนเอง
ท้อแท้หมดหวังว่าชีวิตจะไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ
และที่สำคัญที่สุดการสูญเสียเหล่านี้
ส่งผลให้บุคคลดังกล่าวมีระดับความเครียด
ที่เกิดจากปัญหาครอบครัว
และการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น
ส่วนปัญหาที่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องเผชิญมากที่สุด
คือ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ การหารายได้ให้พอแก่ค่าใช้จ่าย
ทำให้มีเวลาดูลูกน้อยลง
นอกจากนี้ยังพบว่า พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมากกว่า ร้อยละ 80
ไม่ได้รับสวัสดิการ หรือสิทธิพิเศษจากที่ทำงาน
และภาครัฐบาลจนทำให้แม่จะมีปัญหาซึมเศร้าในอัตราที่สูง
ขณะที่พ่อจะมีปัญหาด้านพฤติกรรมติดเหล้า-บุหรี่
ขาดความใกล้ชิดกับ"ลูก"
อาจจะส่งผลถึง"สุขภาพจิตของเด็ก"
และเด็กอาจเติบโตมาอย่างขาดความอบอุ่น
กลายเป็นคนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว
ขาดคุณธรรมจริยธรรม
เพราะเด็กที่กระทำผิดมากกว่าครึ่งมาจากครอบครัวเดี่ยว"
..
เนื่องจากปัญหาการหย่าร้าง
ครอบครัวแตกแยกมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ
ส่วนที่พ่อหรือแม่ตายจากไป
มีสัดส่วนที่น้อยกว่าการหย่าร้างหรือแยกกันอยู่มาก
แต่ “แม่เลี้ยงเดี่ยว” หลายท่าน
ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถเลี้ยงลูกตามลำพัง
โดยไม่มีคู่คิดเคียงข้างได้อย่างดี
เทียบเท่าครอบครัวที่มีทั้งพ่อและแม่สมบูรณ์
เพราะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีความตั้งใจ
เลี้ยงลูกอย่างถูกหลักทั้งทางธรรม
และจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก
ได้อย่างมั่นคง เด็ดเดี่ยว แข็งแกร่ง
เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ของลูกได้ในเวลาเดียวกัน
..
ดิฉันเอง..แม้จะไม่มีคุณสมบัติเทียบเท่า
“แม่เลี้ยงเดี่ยว” ที่เป็นตำนานเหล่านั้น
แต่ดิฉันก็ยอมรับข้อบกพร่อง
และพยายามแก้ไขเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้
ไม่ว่าจะโดนดูถูกเย้ยหยันจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ
เช่น แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา
นักบำบัด ครูอาจารย์บางท่าน
พ่อแม่อัจฉริยะเก่งเลิศ คนใดก็ตาม
ไม่ว่าเพื่อนฝูงญาติมิตร ชาวบ้านร้านตลาดคนใด
จะเสียดสีถากถางด้วยขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง
หรือมองแต่ข้อบกพร่องของดิฉัน
ไม่ว่าผู้ชายสกปรกคนใดจะลามปามว่า
“ลูกไม่มีพ่อ” ไม่มีแบบผู้ชายจริงๆ
เพราะแม่ไม่รับผู้ชายที่ไม่พึงประสงค์
ที่แม่ไม่รักไม่ชอบและลูกไม่รับมาเป็นคู่ มาเป็นพ่อขอลูก
ไม่ว่าใครจะกลั่นแกล้ง ยุยงปลุกปั่น
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ดิฉันก็จะเลี้ยงลูกของดิฉันตามแนวทางที่ตั้งใจไว้
เท่าที่สติปัญญา ความสามารถของแม่คนนี้จะทำได้
คือ..อยากเห็นลูกเป็น “อริยชน” นั่นเอง
..
ขอปิดท้ายบันทึกด้วยธรรมะจากพระอาจารย์มิตซุโอะ
เรื่อง "เนื้อคู่: คู่แท้หรือคู่เทียม"
จากเวบ familynetwork.or.th
และ "20 แง่คิดบวก กำลังใจแด่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว"
จากเวบ kid.plearnkid.com ค่ะ
เนื้อคู่: คู่แท้หรือคู่เทียม
พระอาจารย์ มิตซุโอะ คเวสโก
"ชายและหญิง ที่ถือกันว่าได้เคยครองคู่กันมาแต่ปางก่อน
ชายและหญิงที่เหมาะสมเป็นคู่ครองกัน"
โดยส่วนใหญ่ชีวิตคู่มักเริ่มด้วยดี มีทั้งความรัก ความสุข
ช่วยกันประคับประคองชีวิตคู่ด้วยความพอใจทั้งสองฝ่าย
หลายคนมีชีวิตคู่ที่ราบรื่นไปตลอดรอดฝั่ง
แต่มีไม่น้อยที่ล้มเหลว บางคู่ต้องหย่ากัน บางคู่ถึงแม้อยู่ด้วยกัน
แต่ความรัก ความสุขที่เคยให้แก่กันไม่เหลือแม้แต่น้อย
ก็ต้องทนอยู่ด้วยกันอย่างเป็นทุกข์
การใช้ชีวิตร่วมกันของสามีภรรยาหลายๆ คู่
หากพิจารณาถึงการปฏิบัติต่อกันทั้งแง่ กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม
จะพบว่า ทางกายกรรม หมายถึง การกินด้วยกัน นอนด้วยกัน มีลูกด้วยกัน
ทำงานร่วมกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน
ถ้ามองจากภายนอกดูเหมือนเป็นคู่ที่มีความสุข
รักใคร่ปรองดองกันดีจนหลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกอิจฉา
แต่สำหรับเจ้าตัวจริง ๆ แล้ว การปฏิบัติต่อกันในทางวจีกรรม มโนกรรม
มีแต่ทะเลาะเบาะแว้งกัน โกรธกัน น้อยใจ เจ็บใจ มีแต่ความทุกข์ ไม่มีคำว่าสุข
แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้ ก็ยังต้องทนอยู่ด้วยกัน
เพราะความจำเป็นทางสังคม หรือเพราะเห็นแก่ลูก
ชีวิตคู่ที่เป็นเนื้อคู่ประเภทนี้ก็มีมาก คือชาตินี้
แม้จะมีความผูกพันกันทางกายกรรม แต่ทางวจีกรรม มโนกรรม
กลับเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่ดีแก่กัน
จึงดูเหมือนว่า ทางกายกรรมนั้นรักกัน โดยที่ความเป็นจริงแล้ว
ต่างฝ่ายไม่มีความรู้สึกรักกันเลย แต่ในสถานภาพทางสังคม
ที่เป็นสามีภรรยากัน ต้องอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน
จะเดินทางไปไหนก็ยังต้องร่วมรถคันเดียวกันเป็นครอบครัว
สามีภรรยาที่มีปัญหาเช่นนี้ บางครั้งต่างคนต่างตั้งจิต
อธิษฐานว่าชาติหน้าอย่าได้พบกันอีก ขอเจอชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย
แต่ด้วยอุปทานยึดมั่นถื่อมั่น ไม่ว่าจะรักกันหรือเกลียดชักกันก็ตาม
ไม่ว่าจะด้วยความพอใจหรือไม่พอใจต่อกันอย่างไร ในทางมโนกรรม
คือความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อกัน จะเป็นการดึงดูดเข้าหากันอยู่ตลอด ไม่ปล่อยวางจากกัน
ดังนั้นจึงเป็นไปได้อย่างมากที่ บุคคลทั้งสองเมื่อต่างคนต่างตายจากกันในชาตินี้
ถ้าชาติหน้าเกิดมา โตเป็นหนุ่มสาวได้พบกันเมื่อไร
ก็เกิดอารมณ์รักที่รุนแรง มีความดีใจ พอใจที่ได้เจอกัน
เพราะทางกายกรรมในอดีตชาตินั้น เคยใกล้ชิด ใช้ชีวิตร่วมกันมา
เกิดมาในชาติใหม่จึงเป็นเนื้อคู่กันอีก ที่เคยทุกข์ โกรธเกลียดกันก็ลืมไป
แต่คงต้องเรียกว่าเป็นเนื้อคู่เทียม
เพราะเป็นเนื้อคู่ที่เป็นผลของกรรมเก่า
คือกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมที่สร้างร่วมกันมา ทำดีต่อกันบ้าง
ทะเลาะกัน โกรธเกลียดกันบ้าง เป็นความรักที่หาความสุขแท้จริงไม่ได้
เพราะไม่ใช่เนื้อคู่แท้ที่ครองคู่กันด้วยความรัก ความเมตตา
ดังนั้น เมื่อต้องใช้ชีวิตคู่ด้วยกันในชาตินี้แล้ว
สามีภรรยาจึงควรสร้างกรรมที่ดีต่อกัน ทั้งกายกรรม
วจีกรรม และมโนกรรม แม้ว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น
ก็ควรรู้จักอดทน ปล่อยวาง ให้อภัยต่อกัน
ถ้าทำได้ก็จะเป็นอานิสงส์ให้มีความสุข
ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า
ขอบคุณที่มา http://community.thaiware.com/index.php/topic/319733-ueae-ueaoaa/?s=f7f5ccfdb34fe1a61602c5ccfeda5a62
20 แง่คิดบวก กำลังใจแด่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว
Posted by 2DaysAgoKid on มกราคม 5th, 2011
การ เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่ความต้องการของมนุษย์มีมากขึ้นทุกที ๆ การจะเลี้ยงลูกให้รอดเพียงลำพังควรได้รับกำลังใจอย่างมากจากคนรอบข้าง ซึ่งหากวันนี้ ท่านที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวเกิดท้อแท้ใจ ทีมงานมีแง่คิดเชิงบวกดี ๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ ส่วนจะเป็นอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลยค่ะ
1. คิดว่า “นี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่” มองการเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวในแง่บวก และให้คุณค่ากับช่วงเวลานี้ให้มาก ๆ รวมถึงกำหนดบทบาท และความรับผิดชอบตามที่ตนเองต้องการ แต่เมื่อใดก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือ ขอให้เอ่ยปากบอกใครสักคนทันที ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อน ไม่ควรเลี้ยงลูกอยู่คนเดียวโดยเด็ดขาด
2. มองว่านี่เป็นโอกาสสร้างความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับลูกที่ดีที่สุด
3. ใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเองที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังว่าจะต้องประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
4. ก่อนจะดูแลลูกให้ดีนั้น คุณเองก็ควรดูแลความรู้สึก – อารมณ์ของตนเองให้ดีก่อนด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ก็สำคัญสำหรับการประคับประคองครอบครัวให้อยู่รอด อย่าเมินเฉยต่ออารมณ์ของตนเองเด็ดขาด
5. พยายามมองทุกอย่างด้วยใจเป็นธรรม
6. จัดสรรเวลาให้ลูกเสมอ
7. ดูแลตัวเองให้ดี เพราะเมื่อคุณดูแลตัวเองดีแล้ว จะช่วยให้คุณมีแรงดูแลลูกและคนรอบข้างได้ดีกว่าเดิม
8. พยายามมองสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยมุมมองอื่นบ้าง หรือมองมันจากมุมของเด็กบ้าง อย่ามองจากมุมเดิม ๆ ของตัวเอง เพราะหากคุณมองมันในแง่ร้าย มันจะไม่มีทางกลายเป็นสิ่งที่ดีได้อีกเลย
9. มองหาสิ่งที่คุณและลูกต้องการร่วมกัน
10. หาเวลาหัวเราะด้วยกันกับลูกบ่อย ๆ
11. หากมีเวลาสบาย ๆ ปล่อยให้ลูกเป็นผู้นำบ้าง
12. รู้จักที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่น ๆ ในสังคม
13. เรียนรู้ที่จะรักคนที่คุณเกลียด อาจเป็นอดีตสามี/ภรรยา ครอบครัวของอดีตสามี/ภรรยา และลองหาเวลาทำสิ่งใหม่ ๆ ให้กับชีวิตบ้าง
14. หากเกิดการโต้เถียงขึ้นกับคนในครอบครัว หรืออดีตคนในครอบครัว พยายามทำใจให้มั่นคง
15. หาเวลาทบทวนสิ่งที่ทำลงไปบ้าง
16. พยายามพูดความจริงเสมอ
17. หากมีโอกาสควรเข้าร่วมกิจกรรมในสังคมอยู่เสมอ และให้ความเคารพในตัวตนของคนอื่น
18. แบ่งเวลาให้ตัวเองไปทำสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการ
19. ใช้ทุกโอกาสที่มีในการขอบคุณคนที่รัก และครอบครัว
20. เป็นตัวของตัวเอง การคาดหวังว่าจะต้องเป็นซูเปอร์มัม หรือคุณพ่อบ้าพลังอาจทำให้เหนื่อยมากเกินไป เพราะสุดท้ายแล้ว แค่เป็นพ่อหรือแม่ที่มีความรักให้ลูกอย่างที่ลูกต้องการและควรจะได้รับก็มาก เพียงพอค่ะ
เรียบเรียงจาก www.childdevelopmentinfo.com
ขอขอบคุณ:http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9530000148829
การ เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่ความต้องการของมนุษย์มีมากขึ้นทุกที ๆ การจะเลี้ยงลูกให้รอดเพียงลำพังควรได้รับกำลังใจอย่างมากจากคนรอบข้าง ซึ่งหากวันนี้ ท่านที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวเกิดท้อแท้ใจ ทีมงานมีแง่คิดเชิงบวกดี ๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ ส่วนจะเป็นอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลยค่ะ
1. คิดว่า “นี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่” มองการเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวในแง่บวก และให้คุณค่ากับช่วงเวลานี้ให้มาก ๆ รวมถึงกำหนดบทบาท และความรับผิดชอบตามที่ตนเองต้องการ แต่เมื่อใดก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือ ขอให้เอ่ยปากบอกใครสักคนทันที ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อน ไม่ควรเลี้ยงลูกอยู่คนเดียวโดยเด็ดขาด
2. มองว่านี่เป็นโอกาสสร้างความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับลูกที่ดีที่สุด
3. ใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเองที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังว่าจะต้องประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
4. ก่อนจะดูแลลูกให้ดีนั้น คุณเองก็ควรดูแลความรู้สึก – อารมณ์ของตนเองให้ดีก่อนด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ก็สำคัญสำหรับการประคับประคองครอบครัวให้อยู่รอด อย่าเมินเฉยต่ออารมณ์ของตนเองเด็ดขาด
5. พยายามมองทุกอย่างด้วยใจเป็นธรรม
6. จัดสรรเวลาให้ลูกเสมอ
7. ดูแลตัวเองให้ดี เพราะเมื่อคุณดูแลตัวเองดีแล้ว จะช่วยให้คุณมีแรงดูแลลูกและคนรอบข้างได้ดีกว่าเดิม
8. พยายามมองสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยมุมมองอื่นบ้าง หรือมองมันจากมุมของเด็กบ้าง อย่ามองจากมุมเดิม ๆ ของตัวเอง เพราะหากคุณมองมันในแง่ร้าย มันจะไม่มีทางกลายเป็นสิ่งที่ดีได้อีกเลย
9. มองหาสิ่งที่คุณและลูกต้องการร่วมกัน
10. หาเวลาหัวเราะด้วยกันกับลูกบ่อย ๆ
11. หากมีเวลาสบาย ๆ ปล่อยให้ลูกเป็นผู้นำบ้าง
12. รู้จักที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่น ๆ ในสังคม
13. เรียนรู้ที่จะรักคนที่คุณเกลียด อาจเป็นอดีตสามี/ภรรยา ครอบครัวของอดีตสามี/ภรรยา และลองหาเวลาทำสิ่งใหม่ ๆ ให้กับชีวิตบ้าง
14. หากเกิดการโต้เถียงขึ้นกับคนในครอบครัว หรืออดีตคนในครอบครัว พยายามทำใจให้มั่นคง
15. หาเวลาทบทวนสิ่งที่ทำลงไปบ้าง
16. พยายามพูดความจริงเสมอ
17. หากมีโอกาสควรเข้าร่วมกิจกรรมในสังคมอยู่เสมอ และให้ความเคารพในตัวตนของคนอื่น
18. แบ่งเวลาให้ตัวเองไปทำสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการ
19. ใช้ทุกโอกาสที่มีในการขอบคุณคนที่รัก และครอบครัว
20. เป็นตัวของตัวเอง การคาดหวังว่าจะต้องเป็นซูเปอร์มัม หรือคุณพ่อบ้าพลังอาจทำให้เหนื่อยมากเกินไป เพราะสุดท้ายแล้ว แค่เป็นพ่อหรือแม่ที่มีความรักให้ลูกอย่างที่ลูกต้องการและควรจะได้รับก็มาก เพียงพอค่ะ
เรียบเรียงจาก www.childdevelopmentinfo.com
ขอขอบคุณ:http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9530000148829
มีโอกาสดีที่ได้อ่าน ทำให้รับรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น ต้องขอขอบคุณอย่างมากครับ
คุณชลิต โตเจริญ ค.ห.๑
เป็นบันทึกจากใจเรื่องอุปสรรคของการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
ผู้คนรอบข้างที่ขัดแย้งกับแนวการเลี้ยงลูกของเรา
อ้างว่าของเขาดี ของเขามองบวก
แต่ทำไมไม่บวกที่เราทำของเรา ไม่ใช่แบบเขา พิกลค่ะบวกแบบไหน
ประกอบข้อมูลที่เป็น fact ธรรมะ ข้อคิดที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งประกอบบทกวีภาษาอังกฤษที่ได้รับรางวัล
และประกอบบทกวีที่แต่งเองค่ะ
เป็นถ้อยคำเล็กๆ จากแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งที่เลี้ยงลูกมา ๑๐ ปี
เพราะพ่อเขาตายจากไป ตอนเขาอายุเพียง ๓ เดือนค่ะ
เดี๋ยวนี้มีคนเลี้ยงลูกด้วยตัวเองมากมาย เนื่องด้วยผู้หญิงเรามีศักยภาพในตัวเองสูงพอ
ที่จะไม่ต้องพึ่งพาหัวหน้าครอบครัว
แต่...สามารถเป็นทั้งพ่อและแม่ได้ในตัวเสร็จและมีทีท่าว่าจะประสบผลสำเร็จอย่างดี
โดยไม่มีผลกระทบต่อเด็ก
เอาใจช่วยและเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ..
สวัสดีค่ะคุณกลมาตา
คุณkrugui Chutima ค.ห.๒
ขอบคุณข้อคิดดีๆและกำลังใจค่ะคุณครู
จริงๆครอบครัวสมบูรณ์ทั้งพ่อแม่ เป็นสิ่งที่ดีพร้อม และทุกคนปรารถนา
แต่ถ้าพ่อแม่ขัดแย้งกันเกินจะอยู่ด้วยกันได้
ส่วนใหญ่แม่ เป็นผู้แบกภาระเลี้ยงดูลูก ก็ต้องทำกันสุดใจค่ะ
ผลออกมาแล้วแต่ ความสามารถ คุณภาพ เหตุปัจจัย
กรณีพ่อเสียชีวิตเช่นของบ้านนี้ เป็นเหตุสุดวิสัย
แม่ก็ต้องเลี้ยงประคับประคองกันไป ตามความสามารถ สติปัญญาค่ะ
มีข้อบกพร่องที่รู้ตัว ยังต้องแก้ไขมากมายค่ะครู
ไม่ใช่แม่ที่สมบูรณ์แบบเลยค่ะ ยอมรับ..
คุณยาย ค.ห.๓
ขอบคุณคำชมและกำลังใจ รวมทั้งภาพดอกไม้งามเหมือนคุณยายเจ้าของภาพ
ที่มีให้แม่แก่ๆ คนนี้เสมอมาค่ะ
เรื่องที่นำมาเล่า กับการปฏิบัติตัวจริงที่ไม่ได้เล่า
ขอบอกว่า แม่บ้านนี้ยังต้องแก้ไขค่ะ เพราะยังปรี๊ดๆอยู่ค่ะ อิอิ
มาเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่เลี้ยงเดียว
ด้วยความยกย่องอย่างยิ่ง
เพราะคิดว่ามานานแล้วว่า
ประเทศเราน่าจะมีกองทุนสำหรับแม่และลูกทุกคน
ไม่ต้องให้เขาเหล่านั้นวิตกกังวล
เรื่องความเป็นอยู่ ไม่ว่าพ่อเลี้ยงคู่จะไปหรือจะอยู่
ก็ช่างมันเตอะ
สังคมคงดีกว่านี้มากนะครับ
คุณโสภณ ค.ห.๔
เป็นความคิดที่ดีมากเลยค่ะคุณโสภณ ในต่างปท.ไม่มีปัญหานี้
ไม่ว่าหย่า หรือเสียชีวิต คู่ต้องได้สวัสดิการ เงินช่วยค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงเด็ก
จากข้อมูล ในเมืองไทยยังไม่มีสวัสดิการให้แม่เลี้ยงเดี่ยวมีรายได้สำหรับเลี้ยงลูก
ใครพอมีเงินเดือนมากหน่อย ก็พอเลี้ยงลูกได้ หรือมีครอบครัวช่วยเหลือ
หรือพ่อของเด็กส่งเสียลูก(ทราบว่ามีพ่อที่ไม่รับผิดชอบเยอะ)
ตามข้อมูลที่โพสท์มา(สีส้ม) คนที่รายได้ไม่พอ ทั้งพ่อทั้งแม่เลี้ยงเดี่ยวจะซึมเศร้า
หรือติดเหล้า-บุหรี่ มีผลกระทบต่อการเลี้ยงลูกอีกต่างหากค่ะ
คุณโสภณ ค.ห.๕
ขอเสริมอีกนิดว่า กองทุนนั้นต้องให้แม่และเด็กโดยตรง
ต้องป้องกัน ญาติ เพื่อนหรือผู้ชายที่ทำเข้ามาชอบแม่ เพราะหวังเอาเงินตรงนี้
ต้องชัดเจนค่ะ เพราะมีปัญหาแน่นอน พวกหลอก โกง พวกมิจฉาชีพ
อยากได้เงิน ทั้งที่ผิดศีลธรรมและผิดกม.
คุณโสภณ ค.ห.๖
ภัยแม่เลี้ยงเดี่ยวจากผู้หญิงทั้งหญิงแท้และทอมๆ
พวกหลอกๆ ก็มีนะคะ หมู่นี้โดนทอมเหล่บ่อยค่ะ อิอิ
แม้แต่ครูผู้ชายในรร.ที่ลูกเคยเรียนบางคน ก็มีครูชั่วค่ะ