หมดไปอีกหนี่งเทอม (มหาโหด)..หลังจากส่งงานชิ้นสุดท้าย ได้มีเวลามานั่งทบทวนชีวิต กับเพลงโปรด..Landslide
เป็นเพลงที่ฟังตอนแรกชอบเสียงกีตาร์..ครั้งที่สอง ชอบเนื้อหา..ครั้งที่สาม หลังจากทราบที่มาของเพลง..ร้องไห้ (จิตปรุงแต่ง..แต่เพราะอะไรจะเล่าให้ฟังทีหลัง)
ฟังเพลงและดูเนื้อภาษาอังกฤษได้ที่นี่คะ
ฉันแบกความรักมา..แล้วฉันได้พักมันลง
ฉันปีนเขา แล้วหันกลับมามองรอบตัว
แล้วฉันได้เห็นเงาตัวตน สะท้อนในหิมะที่ปกคลุมเขา
แผ่นดินที่เคลื่อนไหว ได้พาฉันลง
ฉันเห็นเงาตัวเองบนท้องฟ้า
แล้วถามตัวเองว่า..อะไรคือรัก
หัวใจอ่อนเยาว์จะเติบโต..ได้หรือ
ฉันจะพายเรือท่ามกลางกระแสน้ำที่ปรวนแปร..ได้หรือ
ฉันจะจัดการกับฤดูกาลที่ผันแปรในชีวิต..ได้หรือ
ฉันกลัวการเปลี่ยนแปลง..
เพราะตลอดมามีเธอเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
แต่เวลา..ทำให้ฉันแกร่งกล้า
เช่นเดียวกับเด็กที่ต้องเติบโต
ฉันเอง ก็ต้องเติบโตขึ้นเช่น
ดังนั้น..รับรักนี้ไว้..แล้วพักวางมันลงเถิด
หากเธอได้ปีนเขา และหันมองรอบตัว
เธอก็คงได้เห็นพื้นหิมะ ที่สะท้อนตัวตนฉัน
กับพื้นแผ่นดินเคลื่อนที่พาฉันลงมา
บางที..บางที
แผ่นดินเคลื่อนอาจพาตัวเธอลงมาเช่นกัน..
************
เนื้อเพลงแฝงปรัชญา..ตีความได้หลากหลาย..แต่ฉันตีความดังนี้..
เหมือนคนที่มีความทะเยอทะยานในชีวิต แบกความรักความหวัง "ขึ้นภูเขา"
เพื่อให้ถึงยอด อันหมายถึงชัยชนะ..มองแต่ภาพเบื้องหน้า เดินหน้าลุยอย่างเดียว..
แต่ถึงจุดหนึ่งก็ฉุกคิดขึ้นมา แล้วหันไปมองรอบๆ ตัว
ได้ "reflection" ว่าสิ่งที่เรากำลังเอาชนะอยู่นี้คืออะไร..
ยอดภูเขาที่เราหมายไปถึง ไม่ได้ตั้งอยู่เช่นนี้ตลอดไป
เมื่อแผ่นดินโลกขยับ..ภูเขาก็อาจพังทลายกลายเป็นพื้นราบในสักวัน
แล้วนับประสาอะไร กับความรักความหวัง
หากเรายึดมั่นถือมั่น..
จะรับกับความแปรปรวนของห้วงมหรรณพได้ไหวหรือ
...
ดังนั้น..ปล่อยวาง..
ให้จิตวิญญาณได้อิสระ..และเติบโต
***************************
ตอนนี้ขอเล่าถึงที่มาของเพลงคะ..เพลงนี้เป็นเพลงอมตะ ตั้งแต่สมัยยุคบุปผาชน 70's ที่แต่งโดยนักร้องสาว Stevies Nicks ในช่วงที่เธอพบกับจุดหักเหในชีวิต หลังจากงานเพลงไม่ประสบความสำเร็จ และมีปัญหากับคู่รักซึ่งเป็นคนเล่นกีตาร์ด้วยคือ Lindsay Buckingham..เธอแต่งในขณะมองผ่านหน้าต่างที่พัก ไปยังที่ Rocky mountain ..สุดท้าย เธอได้เลิกรากับ Lindsay แต่ยังทำงานเพลงต่อจนมีชื่อเสียง..เวลาผ่านไป เธอกับ Lindsay กลับมาแสดงดนตรีร่วมกัน..รู้สึกดีๆ ต่อกัน..แต่ต่างคนต่างมีสามีภรรยากันแล้ว..เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีคำนิยาม..เศร้า..แต่งดงาม
ขอบคุณครับ คุณหมอ ;)
ขอบคุณคะ อาจารย์ขจิต รอเรียนเพลงภาษาอังกฤษจากอาจารย์นะคะ :-)
เข้าไปแวะชมบล็อกของอาจารย์ wasawat แล้วคิดถึง ภาพชนบทเชียงใหม่ ตอนออกหน่วยกับคณะแพทย์คะ..ไปไม่บ่อย แต่ทุกครั้งที่ได้ออกไป..ประทับใจบรรยากาศ สดชื่น สะอาด สงบ..ทุกครั้งหน่วยจะไปให้บริการโดยใช้สถานที่ของโรงเรียนในพื้นที่
นึกนิยม คุณครูที่สอนเด็กๆ เช่นเดียวกับคุณหมอที่รักษาคนไข้ ชนบทห่างไกล..ขอบคุณอีกครั้งคะ ที่ทำให้สำนึกการเป็น ."คนของแผ่นดิน"