วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

 

 

เธอรู้ไหม ? ...ว่าฉันอยากพบเธอมากแค่ไหน ?

ฉันทิ้งอะไรมากมาย...เพื่อจะได้เจอเธอในวันนี้

ข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามปฐพี

ฉันยอมแลกโอกาสดีดีเพื่อมาพบเธอ

 

เธอรู้ไหม ? …ถ้าเมื่อฉันหมดลมหายใจ

ฉันต้องข้ามสะพานชำระจิตใจเพื่อเกิดใหม่

จะไม่ขออะไรมากมายและสิ่งใดใด

ฉันขอเกิดเป็น ‘ต้นสนใหญ่’ ใกล้บ้านเธอ

 

ฉันรู้ว่า...แม้เสี้ยวนาทีเธอไม่เคยรักฉัน

แต่นั้นไม่สำคัญไม่เท่าฉันรักเธอ

‘ ซุปสาหร่าย ‘ ที่ฉันอยากลิ้มลองและพร่ำเพ้อ

โอกาสที่จะพบเจอน่าจะตอนฉันสิ้นลม

 

ฉันและเธอเหมือนจักรวาล

ที่มาพบพานกันเหมือนวงกลมสองวงกลม

แล้วก็หลุดออกจากกันและผ่านพ้น

เยื่อใยถูกเทียนลนให้ขาดกัน

 

คิดถึงกันบ้างนะ...

แม้จะไม่มีรูปถ่ายเธอกับฉัน…

ฉันจะจดจำเธอตราบชั่วกัลป์

แม้จะไม่ได้พบกันอีกชั่วชีวิต…

 

 

เวลาประมาณสามโมงเช้า อากาศอบอุ่นกำลังดีในรถ   แต่พอลงจากรถเท่านั้น ใบหูและมือของผมเริ่มชาด้วยความหนาว จนแทบรีบสวมหมวก และถุงมือ

 

ผมรอเรือเฟอร์รี่ที่จะมาเทียบท่า สายลมเกลียวกรูอย่างต่อเนื่อง จนรู้สึกว่า เวลาที่รอนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน  และแล้วเรือก็มาถึง...เพื่อข้ามฟากไปยังเกาะนามิ

 

เกาะนามิ...มีรูปร่างเหมือนใบไม้ที่ลอยอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำฮัน

เป็นสถานที่โรแมนติคอีกแห่งหนึ่งสำหรับคู่รักคู่หนุ่มสาว ครอบครัว เพื่อน ๆ   เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำละครเกาหลี  Winter Love Song หรือ เพลงรักในสายลมหนาว 

 

ผมได้มีโอกาสแต่งบทกวีกะทันหันที่นั้น  ไม่มีโอกาสได้ขัดเกลาภาษา และอรรถรสในการสัมผัสนอกและในของรูปแบบฉันทลักษณ์  ท่ามกลางสัมผัสความงามของทิวสนและทิวต้นเกาลัดที่สูงเสียดฟ้าที่ทอดตัวเหยียดยาวตลอดแนวสองข้างทาง

 

ทิวสนเรียงรายเป็นแนวสองข้างทางเหยียดยาว ทำให้ผมเกิดความคิดที่ยาวไกลว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง ผมอยากเกิดเป็นต้นไม้  และอยากเลือก ณ เวลานี้ว่า อยากเกิดเป็นต้นสน เพราะยามฤดูหนาว และลมแรง ต้นสน มีความแข็งแกร่งในการยืนหยัด อวดใบไม้ ซึ่งต่างกับต้นไม้อื่น ๆ ที่หัวโล้นในยามนี้

 

หิมะกำลังเริ่มละลาย... แต่ก็ยังสามารถสร้างความหนาวเย็นให้กับผม ผู้ที่ไม่เคยเห็นหิมะด้วยสายตาของตนเองมาก่อน

 

ผมไม่สามารถหยั่งรู้วันเวลาของหน้าของชีวิต...

 

เกานามิ...คิดถึงกันบ้างนะ...แม้จะไม่ได้พบกันอีกชั่วชีวิต….