ใต้หล้าฟ้าเมืองไทย

 

 

             

คุณมะเดื่อมีโอกาสล่องใต้ไปยังเมืองที่เคยได้ชื่อว่าฝนตกชุกตลอดปี คือ" ระนอง"ด้วย เส้นทางสายพะโต๊ะ - ระนอง ซึ่งมีบางช่วงบางตอนที่ดูแล้วเหมือนเส้นทางสายเหนือแถว ๆ แม่ริม - ปาย  หรือไม่ก็สายเวียงสา - น่าน ดูในภาพข้างบนละกัน

เมื่อเสร็จภารกิจ มีเวลาแวะไปยัง บ่อน้ำร้อน " รักษะวาริน" ซึ่งอยู่ในตัวเมืองนั่นเอง  อยู่ที่เชิงเขาอะไรคุณมะเดื่อจำชื่อไม่ได้ และอยู่ห่างจากศาลากลางระนองเพียง 2 กม.ตามถนนชลระอุ การเดินทางสะดวกมาก

    

ที่นี่เป็นบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ  และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของระนอง มีบ่อน้ำแร่ร้อนอยู่  3 บ่อ คือ บ่อพ่อ บ่อแม่บ่อลูก ทั้ง 3 บ่อมีอุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียส แต่ตอนที่คุณมะเดื่อไป ระนองไม่มีฝน เข้าหน้าแล้ง ทำให้บ่อลูก บ่อแม่ น้ำน้อยมาก  มีแต่บ่อพ่อที่ยังมีน้ำร้อนเต็มปริ่ม

 

      

บริเวณบ่อน้ำร้อน จัดเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ร่มรื่นสวยงามด้วยพรรณไม้นานาชนิด  อากาศชื้นเหมือนฝนตก แต่ไม่มีฝนเลย 

     

               1                                 2                              3

เพลิดเพลินใจทั้งดอกไม้ป่า  ดอกไม้ปลูก  คุณมะเดื่อเก็บภาพมาให้ดูเท่าที่จะเก็บภาพได้ ( ภาพ 1 )  หน้าตาคล้าย ๆ ดาหลา แต่ต้นไม่ใช่ ต้นเหมือนว่านสี่ทิศ ไม่ทราบว่าชื่อดอกอะไร  ( ภาพ 2 ) ดอกศรีตรัง  กำลังสะพรั่งเต็มต้น แต่ต้นสูงมากถ่ายภาพไม่ได้ อาศัยที่ร่วงอยู่ใต้โคน  (ภาพ 3 ) ดอกสารภี  ร่วงพรูเวลาลมพัด แต่มองหาที่มาของต้นไม่เจอ เพราะต้นสูงใหญ่ ได้แต่เก็บภาพดอกที่ร่วงลงพื้นเหมือนกัน

     

ลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านบ่อน้ำร้อนรักษะวารินนี้ ชาวบ้านบอกว่า เป็นลำธารที่ไหลมาจากหาดส้มแป้นซึ่งอยู่ขึ้นไปปกติจะมีน้ำเต็มฝั่ง แต่วันที่คุณมะเดื่อไปเยือน มีแค่ที่เห็นในภาพ  (แล้งกว่าเมืองสับปะรดหวานอีกนะเนี่ยะ)

 

  

ตรงลำธารจากบ่อน้ำร้อน มีสะพานข้ามฟากไปอีกฝั่งหนึ่ง  บนเชิงเขามีบันได้ให้ขึ้นไปกราบพระสังกัจจายน์ที่อยู่บนเชิงเขา  หลาย ๆ คนที่เพิ่งเคยไปอาจจะมองไปเห็น แต่คนที่เคยไปหรือคนแถว ๆ นั้นจะทราบ หากท่านไปที่นี่ก็ไม่ควรพลาดการไปกราบขอพรจากท่านนะ

 

คุณมะเดื่อเดินขึ้นบันได้จะไปกราบพระ ไม่กี่ขั้นนักก็หอบแล้ว ก็มันชันนี่นา พักหอบถี่ ๆ ก็พลันเหลือบไปเห็นเจ้าลูกอะไรสีม่วงน้ำเงิน ๆ สวยแปลกตาอยู่ขึ้นอยู่ข้าง ๆ บันใด ต้นเหมือนกล้วยไม้ดิน แต่ไม่เห็นดอก เพราะกลายเป็นผลแล้ว จึงถ่ายภาพมาอวดเพื่อน ๆในโกทูโน นี่แหละ  ใครพอจะรู้จักบ้างไหมเอ่ย ?

 

ที่เชิงเขา  ยังอุดมไปด้วยเจ้าต้นไม้ในภาพข้างบนนี้ ใบใหญ่สีเขียวเข้มเป็นมัน  คุณมะเดื่ออยากจะเข้าใจว่าเป็น " ย่านลิเภา"  เถาวัลย์ที่สร้างสรรค์งานสานได้สวยงามยิ่ง  แต่ก็เกรงว่าจะผิดชื่อ  จึงไม่กล้ายืนยันจ้ะ

      คุณมะเดื่อมีเวลาอยู่ที่รักษะวารี ไม่ถึงชั่วโมงต้องรีบกลับ จึงได้ภาพกับเรื่องราวมาฝากทุก ๆ คนแค่นี้และจ้ะ เสียดายที่ไม่ได้ไปถึงหาดส้มแป้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ ๆ กับรักษะวารี  (แต่ก็มีน้ำแร่จากบ่อพ่อติดมือมาฝากญาติโยมแถวบ้านด้วยนะ)  หากใครมีโอกาสก็ลองไปพักผ่อนหย่อนใจ อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนกันดูนะจ๊ะ

 

   (ขนาดฝนแล้ง ที่นี่ก็ยังมีใบไม้แตกอ่อน ให้ชม แสดงถึงความชุ่มชื้นของป่าจริง ๆ นะ )

................................................