กราบเท้า   คุณลุงคุณป้า  ด้วยความเคารพรัก

              หลายเดือนแล้วนะคะที่หนูหน่อยไม่ได้คุยกับคุณลุงคุณป้า   ยังคงนิสัยเสียเหมือนเดิมปล่อยให้คุณลุงรออ่านจดหมายเสมอมา...

              ท้องฟ้าวันนี้งดงาม  จันทร์กระจ่างฟ้าดวงดาวระยิบแสง   ลมพัดกลิ่นดอกประดู่หอมรวยริน    ธรรมชาติในยามปกติมีมนต์เสน่ห์เสมอ   หากวันนี้มนุษย์ำยังคงทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากจนเกินทนจนรับไม่ได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ทั่วโลกต่างตื่นตะลึงที่ประเทศญี่ปุ่น... คุณลุงคุณป้าคงมองเห็นและรับรู้ด้วยหัวใจที่หดหู่ไม่แพ้กันนะคะ

               วันนี้อยากจะเล่าเรื่อง "มหัศจรรย์ศีลห้ากับภาวะรักเหนือรัก" ที่หนูหน่อยไปอบรมหลักสูตรครูสอนศีล ๕  เพื่อสร้างเมืองศีลห้าที่จังหวัดสุพรรณบุรี  ณ  ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรสุพรรณบุรี  อ.อู่ทอง  จ.สุพรรณบุรี  ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓  ซึ่งจัดโดยคุณจิรฐา  อารีย์  ประธานบ้านเกื้อรัก  สาขา  ๖๒   งานนี้อบรมโดยทันตแพทย์สีใบตอง  บุญประดับ  เป็นหลักสูตร "ครอบครัวรักเหนือรัก"  บ้านเกื้อรัก...

                คุณลุงคงนึกค่อนขอดอยู่ในใจนานผ่านปีแล้วค่อยเก็บมาเล่า   จริง ๆ แล้วมีเรื่องที่ไปอบรมอีกมากมายหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน  แต่ก็ไม่เขียนสักทีค่ะ  แต่เรื่องนี้ไม่เขียนไม่ได้ค่ะคุณลุง    เพราะมันยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ในความรู้สึกจริง ๆ ไม่เชื่อคุณลุง คุณป้าลองติดตามอ่านนะคะ

                  ก่อนอื่นมารู้จักกับทันตแพทย์หญิงสีใบตอง  บุญประดับ  กันก่อนนะคะ  ท่านเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรบ้านเกื้อรัก  ปัจจุบันอายุ ๖๗  ปี  ลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุเพื่อมาทำงานอบรมให้คนมีศีลห้า  ตามแนวโสดาปัตติมรรคเป็นเวลากว่า ๔๓ ปี  โดยไม่คิดค่าวิทยากรแต่อย่างใด      ใช้ทุนรอนจากเงินบำนาญเป็นค่ารถและค่าเดินทางโดยมีสามีอดีตวิศวกรอิสระ (สาขาโยธา)  เป็นผู้ช่วยดูแลเรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ ค่ะ

 
                   
                               อาจารย์ศักดา  บุญประดับ

               พวกเราต่างเรียกทันตแพทย์สีใบตองว่า อาจารย์แม่  ตามสรรพนามที่ลูกศิษย์ลูกหาเรียกขานกันค่ะ   ท่านกล่าวว่าศีลห้าเป็นศีลระดับครอบครัวเหมือนคนเล่นลิเก  ทำอะไรก็ได้ที่สนุกสนานเป็นพื้นฐานสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม   คนที่มีศีลห้าทำให้สง่างามต่อให้มีเงินเป็น ๑๐๐ ล้าน  จะสู้คนมีศีลห้าได้อย่างไร ?  น่าคิดนะคะคุณลุง

               ประเทศไทยในเวลานี้จะมีชาวพุทธสักกี่คนที่ไม่ตบยุง  และสามารถรักษาศีลห้าได้อย่างปกติสุข  เพราะศีลแปลว่าปกติ   คนที่ไม่มีศีลคือคนที่ไม่ปกตินะคะุคุณลุง

               ธรรมดาเมื่อพูดถึงศีลห้าพวกเราต่างท่องจำได้  และรู้แต่ว่าห้าม ๆ  ๆ แต่การอบรมครั้งนี้ต่างจากที่เคยศึกษามาเป็นเรื่องของการปรับพฤติกรรมค่ะคุณลุง  เราไม่เคยได้ยินใครสอนแบบนี้  เราจึงมองไม่เห็นความมหัศจรรย์ของศีลห้านะคะ...

               ทำไมเราต้องมีศีลห้า  ทำไมเราต้องเลิกตบยุงและฆ่าสัตว์  อาจารย์แม่บอกว่าร่างกายของคนเรามีโรงงานอยู่สองโรงงาน... แต่ตอนนี้ง่วงเกินทนแล้วค่ะ  ค่อยต่อใหม่วันหน้านะคะ   ลิเกเพิ่งจะออกแขกคนเล่นก็ง่วงเสียแล้ว

 

                                                                           ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณลุง
                                                                                หนูหน่อย