ผู้อาวุโสแห่งความพอเพียง

          ผมขึ้นบล็อกใหม่ เป็นบล็อกที่จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความพอเพียง โดยเน้นไปที่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นศาสตร์ของ "ในหลวง" ผมเรียกว่าศาสตร์ของพระราชา

 

          ผมจะนำเสนอบุคคล หรือองค์กร ที่นำหลักการนี้มาใช้ จะสำเร็จหรือไม่ ผมไม่ติดใจ แต่ผมจะเน้นที่ความตั้งใจ บันทึกแรกนี้ ผมขอเริ่มกับสิ่งที่เป็นมงคล ของคนที่ยีดหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนบัดนี้ก็ยงทำสิ่งนี้อยู่ ผมขออนุญาตแนะนำว่าหากท่านที่ไม่เคยอ่านบันทึกเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ของผมเลย หากจะให้เข้าใจเรื่องที่ผมจะเขียนถึง เสียเวลาเล็กน้อย ไปอ่านบันทึกข้างล่างนี้นะครับ 

 

http://gotoknow.org/blog/somdejmas/418627

http://gotoknow.org/blog/somdejmas/372535 (ความฝันของ อ.แกะ)

http://gotoknow.org/blog/somdejmas/335633 (วันแห่งความรักไม่รู้คลาย)

http://gotoknow.org/blog/somdejmas/335874 (วันแห่งความรักไม่รู้คลาย2)

http://gotoknow.org/blog/somdejmas/336334 (วันแห่งความรักไม่รู้คลาย3)

          เมื่อมีพื้นเรื่องนี้พอสมควร ผมจะพาท่านไปรู้จัก บุคคลตัวอย่างสองท่านที่ความรู้ก็แค่ ป. 4 เป็นคนชนบท มีอาชีพทำไร่ทำนา อยู่อย่างยากจน ยึดความเป็นอยู่แบบพอเพียงมาโดยตลอด แต่ส่งเสียลูกจนกำลังจะเป็นดอกเตอร์ นั้นคือคุณพ่อสมนึก และคุณแม่คำหม่าย ภูเด่นแดน ครั้งนี้ผมกลับมาเยี่ยมท่านอีกครั้งหนึ่ง ในยามค่ำคืน ท่ามกลางอากาศหนาวกลางเดือนมีนาคม คุณพอสมนึกยืนยิ้มแบบคนอารมณ์บริสุทธิ์ รอต้อนรับผม วันนี้ผมเห็นรอยยิ้มของคุณพ่อที่เปื้อนไปด้วยความสุข แบบพอเพียง แม้ใบหน้าท่านจะกร้านจากการทำงานหนักก็ตามที


          หากจะย้อนไปในอดีตหลายๆสิบปี สองสามีภรรยาคู่นี้ ได้ต่อสู้กับสภาพที่ยากลำบาก เพื่อที่จะนำพาลูกๆให้ถึงฝั่งให้ได้ อดมื้อกินมื้อ... คงน้อยไปสำหรับสองท่านนี้ ถ้าบอกว่าอดหลายมื้อกินมื้อคงพอได้ สิ่งที่ทั้งสองท่านนี้ยึดมาโดยตลอดก็คือความขยัน อดทน ซื่อสัตย์ และพอเพียง


          จากวันนั้นถึงวันนี้ ต้องบอกว่าท่านอายุก็มากแล้ว ทั้งสองท่านยังคงทำงานหนัก และไม่มีวันหยุด ดูแล้วท่านมีความสุขกับการทำงาน ท่านทำมาหากินประกอบอาชีพโดยไม่ต้อง ใช้ใบความรู้แต่อย่างใด สะสมความรู้จนเป็นภูมิปัญญา ที่นักวิชาการสมัยนี้จะต้องมาเรียนรู้ของจริงจากท่าน


          ด้วยสองแรงแข็งขัน จนกระทั้งได้สร้างพื้นแผ่นดินที่ไร้ค่า ให้กลายมาเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ที่มีลูกๆหลานๆคอยรับไม้ต่อ อิทธิพลของแนวคิดแบบพอเพียงของสองท่านนี้ ได้ซึมซับไปยังลูกๆและหลานๆแม้ว่าจะเรียนสูงเพียงใด แต่ทุกคนก็พร้อมลงสู่ดิน ใช้ชีวิตเยี่ยงพ่อแม่ปู่ย่าตายายได้เคยปูพื้นทำแนวไว้ให้ จนกลายมาเป็น "ภูมิพัฒน์ฟาร์ม" เป็นไม้ที่รับต่อมาจากคนรุ่นพ่อ และทุกวันนี้คุณพ่อสมนึก และคุณแม่คำหม่าย ภูเด่นแดน ก็ยังเป็นทั้งกำลังกายและกำลังใจให้กับภูมิพัฒน์ฟาร์ม อยู่ตลอดเวลา


          ไม่ว่าเราจะก้าวเข้ามาที่ฟาร์มนี้เวลาใดก็ตาม หากไม่เห็นทั้งสองท่านนี้ กำลังคิดว่าเรามาถูกที่หรือไม่ จึงไม่แปลกที่ผมกล่าวว่า คุณพ่อสมนึก และคุณแม่คำหม่าย ภูเด่นแดน คือแบบอย่างของคนที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนส่งลูกๆถึงฝั่งกันหมดทุกคน และอีกไม่นานก็จะมีลูก ที่มีคำนำหน้าว่าดอกเตอร์กลับมาให้ชื่นใจ และว่าที่ดอกเตอร์ท่านนี้ก็ยังซึมซับแนวคิดของพ่อแม่ไว้ทุกกระเบียดนิ้ว จะเป็นดอกเตอร์แบบพอเพียง ที่ตั้งใจว่าจะเป็นทายาทความพอเพียงของพ่อแม่ไว้ต่อไป


          บันทึกนี้จึงขอยืนยันอีกครั้งว่าคุณพ่อสมนึก และคุณแม่คำหม่าย ภูเด่นแดน คือ"ผู้อาวุโสแห่งความพอเพียง"อย่างแท้จริง


          เนื่องจากผมไปที่ภูมิพัฒน์ฟาร์ม แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงนี้ค่ำแล้ว ภาพที่ได้มาจึงไม่ชัดเจนมากนักนะครับ

 

(ภาพนี้เป็นภาพเดิม)

 

 

พลูแหล่งรายได้ประจำวันของครอบครัว

 

คุณแม่คำหม่าย แม่ที่ไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย

..............................................................................................................................................

สภาพยามค่ำคืน

 

ครอบครัวพอเพียง(ลูกชาย,ลูกสาว,ลูกเขย,หลาน)ที่ถือคือของฝากทั้งนั้น

 

 

ทุกวันคุณพ่อสมนึก ต้องนำแพะไปกินหญ้า

 

 

หลานสาวที่สืบทอดแนวคิดต่อ

 

 

คอกได้รับการดูแลอย่างดี

สมาชิกใหม่(คลอกแรกของฟาร์ม)

ลูกใหม่จากฟาร์ม(คลอกที่สอง)

 

 

 

 

 

ใช้น้ำหมักชีวภาพ ในการเลี้ยงหมู มูลไม่มีกลิ่น

 

เด็กรุ่นใหม่ที่ต่างจากเด็กรุ่นใหม่อื่นๆ

 

 

 

 

 

 

เฝ้าลูกวัวออกใหม่

 

ตัวนี้แหละครับ

 

 

เลยต้องปลูกทุกอย่าง

ตรงนี้ตัดขายแล้ว

บัวบก

 

หลานสาวคนนี้เรียนก็เก่ง ช่วยพ่อแม่ทุกอย่าง ผมจะเขียนถึงในบันทึกต่อไป