เรียนรู้ผ่านการสอนน้องฝึกงาน
เคยถามตนเองไหมค่ะว่า
“หากมีใครสักคนหยิบยื่นโอกาสมาให้แล้วคุณเลือกที่จะเดินเลยผ่านไปหรือ หยิบมันมาพิจารณาแล้วก็รับมัน หรือ รับมันไว้เลยโดยไม่พิจารณา”
สำหรับติ๋วแล้ว อยู่ที่เหตุและปัจจัยแต่โดยส่วนใหญ่ได้รับการบ่มเพาะมาว่า
“อย่าละทิ้งโอกาส ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือ การฝึกตน”
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่กระโดดลงมาดูแลน้องฝึกงานจากคณะเภสัชศาสตร์แบบเต็มตัว เพราะโอกาสอำนวย เป็นบททดสอบเรียนรู้หลักของ “พรหมวิหารสี่”
กับน้อง ๆ สามคนที่ดูจะรักคณะกว่าคนอื่น ๆ ในชั้นปี เพราะเลือกที่จะเรียนอยู่ในคณะนาน ๆ ก่อนที่จะอาสารับน้องมาดูแล นั้นมีคำถามกับตนเองว่า
“เราจะรับฝึกงานแค่เด็กเก่ง ๆ เท่านั้นหรือ แล้วเด็กที่เหลือหล่ะจะไปไหน ถ้าทุก ๆที่คิดแบบนี้ ในรุ่นหนึ่งจะมีคนเก่งสักกี่คน แล้วที่เหลือหล่ะ การสอบไม่ผ่าน การติด F หรือการเรียนซ้ำชั้น ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่า เขาหรือเธอเหล่านั้นไม่มีปัญญา
เราจะไม่รับฝึกงานเพียงเพราะว่า เราจัดการงานในองค์ไม่ได้ นี่ใช่เหตุผลรึ หรือข้ออ้าง”
โดยส่วนตัวเชื่อว่า “เหตุผลมาทีหลังเสมอ”
“แค่น้อง ๆ คิดไม่เหมือนคนออกข้อสอบ หรือคนให้คะแนน หรือบางคนก็ไม่มีความสนใจในสิ่งนั้น ๆที่อาจารย์ถาม เกิดสภาวะการณ์ต่อต้าน หรืออะไรอีกหลายเหตุและปัจจัย”
ณ ขณะที่เขียนบันทึกนี้ดูแลน้องมา ๙ วัน จะว่าไปก็ประมาณสองอาทิตย์ได้ค่ะ เห็นพัฒนาการของน้อง ๆ อย่างชัดเจน ความสดใส ความตั้งใจ การยอมรับในตนเอง เมื่อสอนจนเข้าใจเรียนรู้จนเกิดทักษะ การวิเคราะห์หาการละลายตัวของยา (Dissolution) ก็เป็นเรื่องไม่ยาก การร่วมกันลงพื้นที่ แม้เป็นงานที่ไม่เคยได้เรียนรู้ผ่านตำรา อย่างงานเขียนต่าง ๆ น้อง ๆ เขียนออกมาได้ น่ารักทีเดียว
หากเราไร้ซึ่งการห่วงพะวงกับความคาดหวังที่เกิดขึ้นในเรา
ไม่มีการยัดเยียดความคิด ความเห็นของตนเข้าไปในน้อง
สิ่งที่หยิบยื่นให้ นั้นมีเพียงความรัก ความเข้าใจและการเอาใจใส่
กับองค์ความรู้แห่งวิชาชีพ เท่าที่พอจะถ่ายทอดได้
กับการได้ดูแลน้อง ๆ ทำให้ได้หันมองตนเองกับ
“วิถีแห่งความเป็นเภสัชกร” กับคำกล่าวที่ถูกเรียกขานว่า “เภสัชกร” แท้ที่จริง นิยามนี้แทบตอบไม่ได้ว่า
“เภสัชกร คือ ใคร ต้องทำอะไรได้บ้าง”
แปลกใจไหมค่ะ
เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในบทบาทภารกิจ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็คือ “หน้าที่”
การหายใจอยู่ ณ ขณะนี้ก็คือ หน้าที่
การดูแลน้องก็คือ หน้าที่
การทำ Lab ก็คือ หน้าที่
ออกไปคุยกับหมออนามัย คุยกับหมอพื้นบ้านหรือ อสม.ก็คือ หน้าที่
หรือ แม้กระทั่งลงไปช่วยดูแลเรื่องยาของคนไข้ก็คือ หน้าที่
หากใครพยายามจะบีบเค้นว่า เภสัชกร ในนิยามของติ๋ว คือ อะไร คงจะตอบให้ว่า “ไม่มี”
เพราะไม่ได้ทำงาน โดยยึดคำว่า “เภสัชกร”
แต่ที่ทำงานอยู่ ณ ห้วงเวลานี้
“ทำงานด้วย สำนึกแห่งความเป็นมนุษย์”
สุดท้ายขอขอบคุณน้อง ๆ ฝึกงานทั้งสามคนที่ช่วยมาสอนเรื่อง “การดูแลน้องฝึกงาน” พร้อม ๆ กับทำความรู้จัก “พรหมวิหารสี่” ไปพร้อม ๆกัน