เรื่อง ขอให้ทบทวนแผนการก่อสร้างและดำเนินการโรงไฟฟ้า พลังงานนิวเคลียร์ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

เรื่อง ขอให้ทบทวนแผนการก่อสร้างและดำเนินการโรงไฟฟ้า พลังงานนิวเคลียร์ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

กราบ เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผ่านสื่อมวลชน

            ก่อน อื่นเครือข่ายคนไทยไม่เอานิวเคลียร์ จังหวัดอุบลราชธานีขอแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อความสูญเสียของประชาชนชาว ญี่ปุ่น ที่ได้รับภัยพิบัติจากภัยธรรมชาติและการระเบิดของเตาปฏิกรณ์จากโรงไฟฟ้าพลัง นิวเคลียร์ฟูกูชิมะ

            อุทาหรณ์จากประเทศ ญี่ปุ่น อันเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผนวกกับภัยพิบัติอันเกิดจากน้ำมือมนุษย์เกี่ยวแก่นโยบายด้านพลังงาน กล่าวคือ การเกิดคลื่นสึนามิ ที่ส่งผลถึงการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ถือได้ว่า เป็นการซ้ำเติมเหตุการณ์ให้เลวร้ายยิ่งขึ้น จากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถจำแนกภัยพิบัติได้ ดังนี้ คือ

๑) ภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ เป็นภัยอันไม่อาจแก้ไขได้ สิ่งที่ทำได้มีเพียงการป้องกัน เพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด

๒) ภัยจากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ เป็นภัยอันสามารถแก้ไข และป้องกันได้

            สำหรับประเทศไทย การที่รัฐบาลได้อนุมัติแผนพีดีพี ๒๐๑๐ โดยมีพลังงานนิวเคลียร์อยู่ในแผน  ๕,๐๐๐ เมกะวัตต์  ในช่วงปี ๒๕๕๔-๒๕๗๓ มีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  ๕ โรง โรงไฟฟ้าถ่านหิน ๑๐ โรง  และ โรงไฟฟ้าก๊าซ  ๒๐ โรง  โดยการ ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ว่าจ้างบริษัทปรึกษาให้คัดเลือก ๕ พื้นที่ ได้แก่  อุบลราชธานี    นครสวรรค์   ตราด    สุราษฎร์ธานี    ชุมพร  ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี ถูกเลือกเป็นอันดับหนึ่ง โดยพิจารณาจากด้าน วิศวกรรม สิ่งแวดล้อม  และการประมาณต้นทุนก่อสร้างของโรงไฟฟ้า ซึ่งการดำเนินการด้านข้อมูลได้แล้วเสร็จ และได้จัดส่งให้ สพน. แล้ว ต่อจากนี้ กฟผ. จะจัดเตรียมร่างเงื่อนไขการประกวดราคา  (ที โออาร์) ว่าจ้างที่ปรึกษากำหนดคุณสมบัติ (สเปค) ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หาก ครม. อนุมัติให้ก่อสร้าง ก็จะใช้เวลาในการประกวดราคาก่อสร้างประมาณ ๓ ปี และใช้เวลาก่อสร้างอีก ๖ ปี และจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าได้ในปี ๒๕๖๓

             แผน การก่อสร้างและดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานีดังกล่าว กำลังนำพาประเทศและประชาชน ทั้งประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงไปสู่ความหายนะ และฝ่ายนโยบายกำลังดูเบาเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งแม้แต่นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นยังยอมรับว่า ภัยพิบัติครั้งนี้เท่ากับความสูญเสียของญี่ปุ่นที่เกิดจากสงครามโลก ครั้งที่ ๒ นั่นหมายถึงว่า ภัยพิบัติครั้งนี้ความสูญเสียอันสำคัญ เกิดจากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ซึ่งเทียบได้กับการทิ้งระเบิดปรมาณูของฝ่ายสัมพันธมิตรที่บริเวณ ๒ เกาะของญี่ปุ่น เนื่องจากความสูญเสียจากนิวเคลียร์มิได้สิ้นสุดเพียงเหตุการณ์ยุติ หากแต่จะยังลุกลาม และยังความทุกข์ทรมานแก่ผู้ประสบภัยไปอีกนาน มิพักต้องพูดถึงความสูญเสียทางขวัญและกำลังใจ

            หายนะ ภัย อันจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นจากแผนพีดีพี ๒๐๑๐ เป็นสาเหตุ ถือได้ว่าเป็นภัยพิบัติที่ ฯพณฯ สามารถยุติได้ เนื่องจากยังไม่มีการก่อสร้าง

            จากเหตุการณ์ใน ญี่ปุ่นครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่า ระบบความปลอดภัยภายในประเทศของญี่ปุ่นมีความเคร่งครัดรัดกุมอย่างยิ่ง เนื่องจากญี่ปุ่นต้องเผชิญกับปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่เป็นนิตย์ แต่กระนั้น ก็ยังเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงอย่างที่ประจักษ์ หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งระบบการเตือนภัย และมาตรฐานด้านความปลอดภัยยังมีปัญหา ตลอดจนประชาชนชาวไทยยังไม่คุ้นชินกับมหันตภัยอันเกิดจากพลังนิวเคลียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ๆ จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ล้วนอยู่ในเขตชนบทห่างไกล ประชาชนยิ่งห่างไกลการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เป็นที่เชื่อได้โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากเกิดภัยพิบัติ จะต้องเกิดความสูญเสียอันไม่อาจคาดการณ์ได้

            อนึ่ง การสำรองพลังงานของประเทศเป็นที่รับรู้อยู่แล้วว่า เป็นการคาดการณ์ที่เกินจริง ดังได้กราบเรียนมาแล้ว และถึงแม้ประเทศจะมีความต้องการพลังงานจริง มาตรการอันไม่ก่อให้เกิดภัยพิบัติยังมีอีกหลายวิธี เช่น มาตรการการประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นวิธีที่นอกจากจะทำให้แก้ไขปัญหาด้านพลังงานแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยแก่คนในชาติ อันจะส่งผลถึงการแก้ไขปัญหาในมิติอื่นๆ ตามมาอีกด้วย

            เครือข่ายคนไทยโรง ไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ จังหวัดอุบลราชธานี  และภาคี เครือข่ายภาคประชาชน จังหวัดอุบลราชธานี ขอกราบเรียนมายัง ฯพณฯ ว่า เครือข่ายฯ ยังยืนยันจุดยืนเดิม คือ คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ในประเทศไทย  และ ได้โปรดพิจารณายกเลิกแผนพีดีพี ๒๐๑๐เสียแต่ยังไม่ได้ดำเนินการมากกว่านี้

จึงเรียนมาเพื่อโปรด พิจารณาโดยด่วน จักขอบพระคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

นัก ศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี

      นักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

      กลุ่มเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา

      คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

เครือ ข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมืองจังหวัดอุบลฯ

(คป.สม.)

เครือ ข่ายคนฮักน้ำของ

กลุ่ม สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล

กลุ่ม สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนสิรินธร

กลุ่ม ผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีวมวล บ้านคำสร้างไชย

ต.ท่า ช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ อุบลราชธานี

พ่อ ค้าประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี

ณ ศาลากลางหลังเก่าจังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๔