
อานิสงส์ของการฟังธรรมตามกาล ก็คือได้ยินสิ่งที่ไม่เคยได้ยิน หรือได้ยินสิ่งที่เคยได้ฟังแล้ว แต่ลืมเสียแล้ว เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนท่านอาจารย์โชติกะสอนธรรมะหลังจากการปฏิบัติกรรมฐานประมาณครึ่งชั่วโมง มีคำหนึ่งที่ท่านพูดแล้ว คิดว่าเคยได้ยิน ท่านพูดว่า
พาเฮีย ท่านพาเฮีย เป็นพระสาวกที่บรรลุอรหันต์ได้เร็วที่สุด เพียงแต่ได้ยินคำสอนของพระพุทธเจ้าครั้งเดียวเท่านั้น
ท่านพูดเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงชาวอังกฤษ ลูกสาวที่ไปด้วยบอกว่า ไม่รู้ว่าพ่อฟังรู้เรื่องได้อย่างขนาดลูกสาวเจ้าของภาษายังฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง คงสงสารพ่อ บางครั้งต้องอธิบายให้พ่อแม่ฟังเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกาให้ป้าๆ พ่อแม่ฟัง ครั้งได้ฟังท่านอาจารย์สอนแล้วคิดไม่ออก จำไม่ได้ คุ้นๆหูแต่จำไม่ได้จริงเพราะไม่ได้ยินเรื่องนี้มานานร่วมสามสิบปีแล้ว โชคดีที่มีคนจำได้ พูดออกมาว่า ท่านพาหิยะ อย่างไง
เลยต้องไปค้นหาทางอีเทอรเน็ต จึงได้รู้ว่าเคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้วจริงๆ
พาหิยะเป็นคนหนุ่ม แล่นเรือไปกลางมหาสมุทร เจอคลื่นลมแรง เรือแตก คนบนเรือ จมหายไปหมด พาหิยะเจอกระดานเลยเกาะลอยมา ในที่สุดมาถึงเมืองชื่อสุปปารกะ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยตามน้ำไปหมด จึงเอาไม้แห้งผูกปอมัดปกปิดร่างกาย แล้วหลับไปในเทวาลัย พอตื่นขึ้นมาก็เอาจานที่คนเขาใช้ใส่ของบูชา ไปขอข้าวชาวบ้าน
ชาวบ้านเห็นก็แตกตื่น นึกว่าเป็นพระอรหันต์ คือ กล้าสละทุกอย่าง ไม่นุ่งผ้า ความจริงเขาไม่คิดจะหลอกใคร แต่มีข้าวกิน ก็เลยปล่อยเลยตามเลย
พอคนมาเคารพบูชามากๆ เข้า ก็เผลอถามตัวเองว่า เอ.. หรือเราจะเป็นพระอรหันต์จริงๆ แต่จิตสํานึกยังบอกว่าไม่ใช่หรอก เราไม่ใช่อรหันต์ พระก็ไม่ได้เป็นด้วย จึงคิดว่าจะทําอย่างไรดี ตอนนั้นข่าวของพระพุทธเจ้าแพร่ไปทั่ว พาหิยะตัดสินใจไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
คืนนั้นขณะที่พาหิยะเดินทางจากสุปปารกะ เดินทางอย่างไม่นึกถึงความเหน็ดเหนื่อย เมื่อพบพระพุทธเจ้า ก็ลงกราบแทบพระบาท แล้วขอให้แสดงธรรม พระพุทธเจ้าตรัสว่า “พาหิยะยังไม่ใช่เวลานะ เวลานี้เรากําลังบิณฑบาต” พาหิยะเป็นคนใจร้อน ก็ตอบว่า “พระองค์ผู้เจริญ ไม่มีใครที่ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฎนี้แล้วจะไม่ได้รับอาหาร แต่ที่ไม่รู้คือ ไม่รู้ว่าอันตรายจะเกิด กับชีวิตเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นขอพระองค์จงแสดงธรรม แก่ข้าพเจ้าเถิด” พระพุทธเจ้าตรัสอีกว่า “เวลานี้ไม่ใช่เวลา แสดงธรรม” พาหิยะโอดครวญบอกว่า “ข้าพระองค์เดินทาง มาโดยไม่ได้คิดถึงอันตรายของชีวิต เดินทางมาตลอดคืนไม่ได้พักเลย ไม่ได้หยุดยืน ไม่ได้นั่ง เพื่อฟังธรรมของพระองค์ ขอพระองค์แสดงธรรมเถิด เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ ข้าพระองค์ตลอดกาลนาน”
ความจริงพระพุทธเจ้าเห็นว่า พาหิยะพอได้พบพระองค์แล้วเกิดปีติมาก คนที่กําลังมีปีติล้นเหลืออย่างนี้ ฟังธรรมก็ไม่บรรลุ เพราะตื่นเต้น มันไปอยู่ที่ดีใจเสียหมด ท่านจึงชะลอไว้ด้วย การตรัสห้าม พอพาหิยะทูลขอเป็นครั้งที่สาม พระองค์เลยแสดงธรรมดังนี้
“พาหิยะ จงสําเหนียกว่าจงสักแต่ว่าเห็นในสิ่งที่ ได้เห็น จงสักแต่ว่าได้ยินในสิ่งที่ได้ยิน จงสักแต่ว่ารู้ในสิ่งที่ได้รู้ ( ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย - มุตเต มุตะ มัตตัง) จงสักแต่ว่า รู้ในสิ่งที่ได้รู้ ( รู้ทางใจ - วิญญาเต มุตะ มัตตัง)”
ดูกรพาหิยะ เพราะเหตุนั้นแล ท่านพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อเห็นจักเป็นสักว่าเห็น เมื่อฟังจักเป็นสักว่าฟัง เมื่อทราบจักเป็นสักว่าทราบ เมื่อรู้แจ้งจักเป็นสักว่ารู้แจ้ง
ดูกรพาหิยะ ท่านพึงศึกษาอย่างนี้แล
ดูกรพาหิยะ ในกาลใดแล เมื่อท่านเห็นจักเป็นสักว่าเห็น เมื่อฟังจักเป็นสักว่าฟัง เมื่อทราบจักเป็นสักว่าทราบ เมื่อรู้แจ้งจักเป็นสักว่ารู้แจ้ง ในกาลนั้น ท่านย่อมไม่มี ในกาลใด ท่านไม่มี ในกาลนั้น ท่านย่อมไม่มีในโลกนี้ ย่อมไม่มีในโลกหน้าย่อมไม่มีในระหว่างโลกทั้งสอง นี้แลเป็นที่สุดแห่งทุกข์ ฯ
พอพระพุทธเจ้าตรัสจบพาหิยะก็บรรลุ เป็นพระอรหันต์เลย พระพุทธเจ้าตรัสยกย่องว่า พาหิยะเป็นพระสาวกที่ตรัสรู้ได้เร็วกว่าสาวกทั้งหลาย พอพาหิยะได้บรรลุเป็นอรหันต์แล้ว จึงขอบวชกับพระพุทธเจ้า พระองค์จึงให้ไปหาเครื่องบริขาร สําหรับบวช เมื่อทูลลาไป ก็ถูกวัวขวิดตายก่อนจะได้บวช เพราะวัวที่มาขวิดเป็นยักษิณีแปลงร่างมา มาขวิดตายด้วยความแค้น มีเวรต่อกันมาจองเวรไว้ เรื่องมีอยู่ว่า
ในอดีตชาติ มีลูกชายเศรษฐี 4 คน พาหญิงโสเภณี ไปเที่ยว ก็มีความสุขกับหญิงคนนั้นไปทั้งวัน พอตกเย็น ก็กลับซุบซิบกันว่าน่าจะฆ่าหล่อนเสีย แย่งเอาเงิน 1,000 กหาปณะ และเครื่องประดับ ฝ่ายโสเภณีตอนที่ถูกฆ่าก็เลยผูกอาฆาตไว้ว่า ชาติต่อไปขอให้เป็นยักษิณี สามารถฆ่าคนพวกนี้ได้ เวรที่ผูกไว้นี่แหละพานางมาเกิดเป็นยักษิณี ตามฆ่าผู้ชาย 4 คนนี้มาหลายร้อยชาติ 1 ใน 4 คนนี้ก็คือ พาหิยะ ซึ่งเมื่อตอนที่ฆ่าโสเภณีตาย ก็ไปตกนรกอยู่นานมาก พอใช้กรรมเสร็จ ก็ยังมาถูกยักษิณีฆ่าตายอีกหลายร้อยชาติ จ่ายหนี้เวรเสร็จแล้ว จึงจะได้กลับมารับบุญที่เคยบําเพ็ญมา มาเกิดเป็นพาหิยะได้ฟังธรรมต่อในชาตินี้ แล้วได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
จาก: นิทานธรรมะ โดย ขวัญ เพียงหทัย
แล้วท่านพาหิยะจะเกี่ยวข้องกับกามนิตหนุ่มอย่างไร
ก็ต้องติดตามตอนต่อไปครับ
เรื่องจาก นิทานธรรมะ โดบขวัญ เพียงหทัย
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ เคยอ่านผ่านตามาแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกดีที่ได้อ่านอีกที จะรอติดตามนะคะ
“พาหิยะ จงสําเหนียกว่าจงสักแต่ว่าเห็นในสิ่งที่ ได้เห็น จงสักแต่ว่าได้ยินในสิ่งที่ได้ยิน จงสักแต่ว่ารู้ในสิ่งที่ได้รู้ ( ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย - มุตเต มุตะ มัตตัง) จงสักแต่ว่า รู้ในสิ่งที่ได้รู้ ( รู้ทางใจ - วิญญาเต มุตะ มัตตัง)”
ขอบคุณบันทึกดี ๆ ค่ะ
คุณหมอ
ยังอยู่ที่อังกฤษหรือเปล่า
ถ้าอยู่ก็ต้องแย่แน่ๆ เพราะอากาศเริ่มหนาวแล้ว
มีบันทึกจากคุณหมอศิริราชดีมากๆ แล้วจะนำมาฝากครับ