ผู้ให้เช่าจำเป็นหรือไม่ที่ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
จำเป็นหรือไม่
ผู้ให้เช่าจะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ให้เช่าเสียก่อน
ปัจจุบันธุรกิจการเช่าทรัพย์สิน
เป็นธุรกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมของผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน
เพราะการเช่าถือว่าเป็นธุรกิจการค้าในการให้บริการประเภทหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นการเช่าที่ดิน การเช่าอาคารตึกแถว การเช่ารถยนต์
หรือทรัพย์สินอื่น ๆ
ที่เจ้าของทรัพย์สินนั้นประสงค์ที่จะออกให้เช่า
และโดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน
ในบางกรณีคิดแล้วคิดอีกว่าจะขายทรัพย์สินของตนเองดีหรือเปล่า
เพราะถ้าขายไปแล้ว ถึงแม้จะได้เงินเป็นค่าราคาทรัพย์สินจากผู้ซื้อ
แต่เงินจำนวนนั้นอาจหมดไปภายหน้าได้
และที่สำคัญทรัพย์สินนั้นก็ถูกโอนกรรมสิทธิ์ไปยังผู้ซื้อด้วย
ดังนั้น
ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินจึงอาจตัดสินใจมาทำธุรกรรมการให้เช่าทรัพย์สินของตนแทนการขายก็ได้ หรือตรงกันข้ามทางฝ่ายผู้เช่านั้น
อาจจะไม่ต้องการซื้อทรัพย์สิน
หรือถึงแม้มีความสามารถที่จะซื้อทรัพย์สินนั้นก็ตาม
แต่เมื่อเจ้าของทรัพย์สินไม่ยอมขาย
สุดท้ายก็ต้องยอมที่จะทำการเช่ากัน
เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สินนั้น
ผู้เช่ามีเพียงการได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินที่ตกลงเช่าเท่านั้น
จะไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเลย
ตัวอย่างเช่น ถ้ามีการเช่าที่ดินกัน
ผู้เช่าก็จะต้องนำที่ดินแปลงนั้นไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของตนเองที่เช่ามา
หรือเช่ารถยนต์ เพื่อใช้ขับขี่
ผู้เช่าก็จะนำรถยนต์นั้นไปใช้อย่างอื่นไม่ได้
มิฉะนั้นถือว่าผิดสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าอาจบอกเลิกการเช่าได้
และถึงแม้ผู้เช่าจะตกลงเช่ากันเป็นระยะเวลายาวนานเท่าใดก็ตาม
ก็ไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เช่านั้นได้เลย
เนื่องจากกฎหมายถือว่าผู้เช่านั้นได้ครองทรัพย์สินที่เช่ามาแทนผู้ให้เช่าเท่านั้น
ซึ่งผู้เช่าจะมาอ้างว่าได้ครอบครองปรปักษ์ในทรัพย์สินนั้นก็ไม่ได้เหมือนกัน
แต่ก็มียกเว้น
ในกรณีผู้เช่าได้เปลี่ยนการแสดงเจตนาของตนที่จะเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เช่านั้นกับผู้ให้เช่า
แต่ก็ต้องไปดูกฎหมายในเรื่องการครอบครองปรปักษ์ว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม
สำหรับบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายผู้ให้เช่าจะเป็นใครนั้น
เมื่อพิจารณาตามกฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการเช่าทรัพย์สินแล้ว
จะเห็นว่า การเช่าทรัพย์สินนั้นไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ฝ่ายผู้เช่าเลย
เพียงแต่ฝ่ายผู้เช่ามีสิทธิได้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่ให้เช่าเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้
จึงต้องพิจารณากันว่าผู้ให้เช่าจำเป็นหรือไม่จะต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าเสียก่อน
ซึ่งถ้าไม่สังเกตหรือตามความเข้าใจของบุคคลทั่วไป
จะเห็นว่าผู้ให้เช่านั้นก็ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ให้เช่าก่อน
จ้าของทรัพย์สินที่ให้เช่ากัน
จึงจะนำทรัพย์สินนั้นออกให้บุคคลอื่นเช่าได้
และคงคิดกันว่าจะนำทรัพย์สินของบุคคลอื่นมาทำการเช่ากันได้อย่างไร
เพราะอาจส่งผลกระทบถึงฝ่ายผู้เช่าเป็นแน่
เนื่องจากคงจะไม่ยอมตกลงเช่าทรัพย์สินนั้น
เพราะเกิดความไม่มั่นใจและไม่มั่นคงในทรัพย์สินที่เช่ากัน
โดยเฉพาะถ้ามีการกำหนดระยะเวลาเช่ากันเป็นเวลานานและก็ได้มีการเสียค่าเช่าให้กันแล้ว
เมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าฝ่ายผู้ให้เช่าจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่านั้นให้แก่ฝ่ายผู้เช่า
จึงทำให้ผู้ให้เช่าไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นเสมอไป
ซึ่งจะไม่ เหมือนกับการซื้อขาย หรือการให้ทรัพย์สินหรือการเช่าซื้อ
ที่ฝ่ายผู้ขาย หรือผู้ให้ หรือผู้ให้เช่าซื้อ
จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นก่อนเสมอ ไม่เช่นนั้น
จะโอนทรัพย์สินนั้นให้กับอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้
หรือถ้าได้ธุรกรรมหรือสัญญาเหล่านั้นก็จะไม่สมบูรณ์แน่นอน
เพราะธุรกรรมเหล่านั้น
มีการโอนกรรมสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง
จึงมีความแตกต่างกับเรื่องการเช่าทรัพย์สิน
ตามที่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ในลักษณะการเช่าทรัพย์ (มาตรา
537 )
อย่างไรก็ดี
ถึงแม้ผู้ให้เช่าไม่จำเป็นจะต้องเป็นเจ้าของในทรัพย์สินที่ให้เช่ากันก่อน
แต่ผู้ให้เช่าก็จะต้องมีสิทธิหรืออำนาจตามที่กฎหมายกำหนดหรือตกลงไว้ตามสัญญาเช่าทรัพย์สินกันก่อน
เช่น ในสัญญาเช่าทรัพย์สิน มีข้อความตกลงว่า
“ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่านำทรัพย์สินที่ตนเช่ามานั้นไปให้บุคคลภายนอกเช่าต่ออีกทอดหนึ่งก็ได้
“ กรณีเช่นนี้ ถือว่า
ผู้เช่ามีสิทธิตามสัญญาเช่าทรัพย์สินที่ตกลงไว้ให้นำทรัพย์สินที่เช่ามานั้นออกให้บุคคลอื่นเช่าต่อไปอีก
ดังนี้ เมื่อผู้เช่าได้นำทรัพย์สินที่ตนเช่ามาก่อนและนำไปให้ผู้อื่นเช่าต่ออีกทอดหนึ่ง
เช่นนี้
ก็จะเห็นว่าผู้เช่านั้นมีสิทธิหรือมีอำนาจเกิดขึ้นแล้วที่นำทรัพย์สินที่ตนเช่ามาออกให้เช่าได้
โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นก่อนเลย
และส่งผลให้การเช่าที่ผู้เช่าเดิมออกให้ผู้อื่นเช่านั้นเป็นการเช่าช่วงโดยชอบ
และผูกพันไปถึงเจ้าของทรัพย์สินที่มีการให้เช่าครั้งแรกในฐานะผู้ให้เช่าเดิมด้วย
(มาตรา 544 ประกอบกับมาตรา 545) นอกจากนี้
ยังมีตัวอย่างอีกเช่น บิดามารดาของผู้เยาว์ซึ่งถือเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองก็มีอำนาจตามกฎหมายที่จะนำทรัพย์สินของบุตรผู้เยาว์ออกให้บุคคลอื่นเช่าทรัพย์สินนั้นได้
หรือแม้กระทั่งตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจจากตัวการซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
อาจได้รับมอบอำนาจมาให้นำทรัพย์สินนั้นออกให้บุคคลอื่นเช่าทรัพย์สินนั้นได้เหมือนกัน
ในทางตรงกันข้าม
ถ้าผู้ให้เช่าไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือไม่มีสิทธิหรืออำนาจตามกฎหมายหรือตามสัญญาใด
ๆ เลย
การที่นำทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งเป็นเจ้าของไปให้บุคคลภายนอกเช่า
การเช่าทรัพย์สินถึงแม้จะเกิดเป็นสัญญาเช่ากัน
แต่การเช่าทรัพย์สินที่เกิดขึ้นก็ไม่ผูกพันกับเจ้าของทรัพย์สินเลย
และเจ้าของทรัพย์สินยังมีสิทธิหรืออำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าคนนั้นได้
โดยกฎหมายได้กำหนดถึงความคุ้มครองหรือรับรองสิทธิของผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน
(มาตรา 1336)
สำหรับตัวผู้เช่านั้น
ก็เพียงแต่จะเรียกร้องให้ผู้ให้เช่าที่ไม่มีสิทธิหรืออำนาจนั้นรับผิดต่อตนได้ตามสัญญาเช่าทรัพย์สินนั้นในเรื่องของการรอนสิทธิ
นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว
ยังมีตัวอย่างอีกหลายกรณีที่ผู้ให้เช่าไม่จำเป็นจะต้องเป็นเจ้าของในทรัพย์สินที่เช่านั้นก่อน
แต่เพียงขอให้มีสิทธิหรืออำนาจบางอย่างตามที่กฎหมายกำหนดหรือมีข้อตกลงกันไว้ในสัญญาก็ได้
นี่และสัญญาเช่าทรัพย์สินที่ไม่เหมือนกับสัญญาที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน
Thanks for this useful info.
Are there legal conditions of use that may be placed on leases?
thank you for visited my block
I hope you follow me every day krup
Yes lease property term are with the Commercial Code