เรื่องเล่ายามบ่าย...โอเค เบตง : กับการติดตามเยี่ยมบ้านของคนไข้ใส่บอลลูน....ศูนย์โรคหัวใจ
ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้พาสปอตร์เดินทางไปจังหวัดในประเทศไทย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วกับพวกเรา เมื่อวันนึงพวกเรามีหมายกำหนดการกันว่า อยากไปเยี่ยมเยียนคนไข้ที่ใส่บอลลูนใน รพ.กรุงเทพหาดใหญ่กันซักครั้ง...และเราก็เลือกเดินทางไปเยี่ยมคนไข้ที่เบตง เมืองแห่งหุบเขา ซึ่งเป็นเมืองที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของอำเภอตัวเอง ...เบตง...และก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของ Eureka_au ที่จะได้เดินทางไปเมืองเบตง และ 1 คืนก่อนออกเดินทาง ดิฉันนอนก็ไม่ค่อยจะหลับ ยอมรับเลยว่ามีความกังวลต่อการเดินทางเป้นอย่างมาที่จะได้ไปเบตง เพราะอะไรนั่นเหรอ ก็เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเมือง 3 จังหวัดชายแดนไงคะ ภาพต่างๆมันลอยไปลอยมาให้เราคิดจินตนาการไปเรื่อยๆจนเผลอหลับไป และในเช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราก็ได้ออกเดินทาง โดยผ่านทางด่านตรวจคนเข้าเมืองประกอบ ด่านใหม่อีกด่านหนึ่งซึ่งกำลังสร้างเพื่อการรองรับสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปประเทศมาเลเซีย

และนี่คือ ด่านฝั่งมาเลเซีย นำทัพการเยี่ยมเยียนคนไข้ โดย ผู้อำนวยการ รพ. ซึ่งท่านเป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิด และเพิ่งจะเดินทางไป 3 จังหวัดชายแดนเป็นครั้งแรกกับทริปนี้ และพวกเราก็ถูก จนท.ด่านมาเลเซียสอบถามว่า เดินทางไปไหน ทีมมองหน้ากันแล้วตอบว่า...เดินทางไป เมืองเบตง !!! ( ในใจก็คืดว่า อืม เดินทางไปเบตง บ้านเมืองของเราแท้ๆ นะเนี้ย ต้องไปอาศัยทางผ่าน ประเทศเพื่อนบ้าน และได้แต่คิดต่อว่าแล้วเมื่อไหร่วันเก่าๆ ที่มีแต่ความสงบจะกลับคืนมาสู่ 3 จังหวัดชายแดน ปักษ์ใต้บ้านเีราเสียที )

เมื่อไปถึงเมืองเบตง เราก็ออกเยี่ยมบ้านของคุณลุงเปรย คุณลุงเป็นคนไข้ที่มาด้วยอาการจุกแน่นหน้าอก และคุณหมอได้ตัดสินใจให้ทำการฉีดสีและใส่บอลลูนค่ะ ในวันนี้ที่พวกเราไปเยี่ยมถึงบ้านคุณลุงมีสีหน้าที่สดชื่นมากค่ะ ครอบครัวของคุณลุงให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง เปรียบเสมือนเราเป็นญาติและได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ท่านนึงนั่นเอง

ส่วนชายหนุ่มท่านนี้คือ คุณหมออภิรักษ์ หรือที่พวกเราเรียกกันสั้นๆว่าหมอหนุ่ยๆเป็นหมอผ่าตัดหัวใจที่ รพ.ค่ะ ท่านได้ร่วมทริปนี้ไปกับพวกเราทุกๆครั้ง และในครั้งนี้ได้เปิดถุงยาดูกันเลยทีเดียว ว่าคุณลุงได้ทานยาถูกต้องหรือป่าว เรียกได้ว่านับเม็ดยากันเลยค่ะ

คุณลุงเล่าเรื่องราวต่างๆให้กับพวกเราฟังอย่างสนุกสนาน และก่อนจะกลับคุณลุงให้ความกรุณาต่อทีมงานเป็นอย่างมาก เรียก 3 หนุ่ม 3 มุม เข้ามามอบหลวงปู่ทวดให้กันคนละองค์ คุณลุงบอกว่าเป็นรุ่นที่หายากเหมาะสำหรับหนุ่มๆ และก็เรียกสาวๆที่เหลือเข้ามารับหลวงปู้ทวดรุ่นสำหรับลุกๆนะ คุณลุงบอกว่า เดินทางกลับจะได้มีพระคุ้มครอง มาถึงตอนนี้พวกเรามีสีหน้ายิ้มออกกันได้อย่างแช่มชื่น เพราะว่าเมื่อพวกเรานับจำนวนหลวงปู่ทวดที่คุณลุงมอบให้ มีจำนวนมากกว่าสมาชืกที่มาเยี่ยมคุณลุงเสียอีก( ในใจดิดว่า หากกลับทางเมื่อไทยก็ไม่กลัวแล้ว ได้หลวงปู่ทวดไปเต็มคันรถ อุ่นใจแล้วพวกเรา.... )

และอีกท่านที่เราได้เข้าไปเยี่ยมเยียน ท่านคือนายกเทศมนตรีของชาวเบตงค่ะซึ่งท่านได้รับการใส่บอลลูนเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้วค่ะ ท่านเป็นนายกมาเป็นเวลายาวนาน ในวันนี้ ท่านเป็นนักพัฒนาตัวยงคนหนึ่งทีเดียวเลยค่ะ พวกเราสังเกตได้จากบ้านเมืองในเบตงเป็นเมืองที่น่าอยู่ สงบ สะอาด ร่มรื่น พวกเราลงความเห็นว่า พวกเราตกหลุมรักเมืองเบตงเข้าแล้วค่ะ และในช่วงที่สนทนาเราได้สอบถามเรื่องการรับประทานยาของท่าน และท่านก็หัวเราะเสียงดัง และพูดออกมาว่า ขึ้นอยู่กับที่บ้านจัดยาให้ทาน บางวันก็ลืมบ้าง เพราะงานยุ่ง!!! ( Eureka_au ได้ยินแล้วคิดต่อเลยว่า งานเข้าแล้วพี่น้อง.....การบ้านแล้วล่ะสำหรับทีมของเรา ในการดูแลคนไข้อย่้างต่อเนื่องเราต้องทำอย่างไรเมื่อคนไข้กลับมาอยุ่ที่บ้านแล้วสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม....) หลังจากที่ได้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ก็ได้เวลาอำลาท่านนายก เพื่อไปตระเวนดูบ้านเมืองในเมืองเบตงและหาอาหารอร่อยๆที่สมคำร่ำลือกันต่อไปค่ะ

และนี่คือ ตู้ไปรษณีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสร้างขึ้นมาทดแทนตู้ตัวเก่าค่ะ ขอบอกว่าใหญ่จริงๆค่ะ
........และเมื่อถึงเวลาออกเดินทางกลับ เราก็เลือกที่จะเดินทางกลับทางประเทศไทยของพวกเราเอง และบรรยากาศในเส้นทางที่เรากลับ ยอมรับเลยค่ะ ว่าน่ากลัวเลยทีเดียว บ้านเมืองดูเงียบเหงา ในบางจุดที่เป็นชุมชนก็จะมีชาวบ้านมาจับกลุ่มคุยกันหน้าบ้าน แต่ในบางเส้นทางที่เป็นสายเปลี่ยว เมื่อมีรถมอเตอร์ไซค์ขับมาใกล้ๆกับรถตู้ของพวกเรา ก็อดนึกในใจไม่ได้ก็ได้แต่นั่งก้มๆหลบๆกันไป และในบางจุดคนขับรถก็ชี้ให้พวกเราดูร่องรอยกระสุนปืนจากการยิงต่อสู้กัน ช่างเป็นเส้นทางที่ชวนให้พวกเราตื่นเต้นดีแท้ แต่พวกเรายังคงอุ่นใจได้ เพราะพวกเรามีหลวงปู้ทวดคอยคุ้มครองพวกเราให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยนั่นเองค่ะ....พวกเราอยากบอกคุณลุงเปรยนะคะ ว่าพวกเราขอขอบคุณที่เป็นห่วงพวกเรา ขอบคุณมิตรภาพของชาวเบตงที่ดูแลต้อนรับพวกเราอย่างเป็นอย่างดีค่ะ และพวกเราจะกลับไปเยี่ยมอีกครั้งนะคะ...โอเค เบตง....