เพื่อนสุดเลิฟของฉันคนหนึ่งอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเพื่อนที่เราคบกันมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา และมีความผูกพันจนเหมือนเป็นญาติหรือคนในครอบครัวเดียวกัน เพราะคำพูดของเธอส่งเสียงมาทางโทรศัพท์ว่า "ใย..สตรอเบอร์รีตอนแก่..เชอะ ! นังคิม"   จึงทำให้มีเรื่องเล่าผ่านบันทึกอีกแล้ว

 

        วันนี้ตอนบ่ายฉันได้ไปซื้อผลไม้ที่ตลาด  เพราะต้องรีบทานข้าวมื้อเย็น  และทานผลไม้ก่อนสามทุ่ม  หลังจากนั้นต้องงดน้ำและอาหาร  เนื่องจากวันพรุ่งนี้หมอนัดตรวจสุขภาพเวลา ๗.๐๐ น.  และเป็นคิวแรกที่เข้ารับการตรวจ ultrasound  ด้วย

 

        ฉันเลือกได้ผลไม้ที่ชอบคือกล้วยน้ำว้า และมะละกอ เมื่อเดินผ่านคนขายส้มเขียวหวาน ชมภู่และวันนี้มีสตรอเบอร์รี่ด้วย  ซึ่งก็คุ้นหน้ากันมาก่อนเพราะฉันเคยซื้อผลไม้ของเขาเช่นกัน  จึงหยุดคุยทักทายให้กำลังใจเขาแม้ว่าจะไม่ได้อุดหนุนในครั้งนี้

 

          "ขายไม่ดีเลยครับ  พักนี้"  เขาเล่าและคุยถึงราคาผลไม้ที่ซื้อมาแพง แต่กำไรน้อย บางทีผลไม้เน่าเสียก็แทบจะไม่ได้กำไรเลย 

          "สตรอเบอร์รี่นี่ก็เหมือนกันครับ  เสี่ยงมาก หากขายหมดนี่ก็ได้กำไรลังละ ๗๐๐  บาท  แต่ก็ไม่เคยได้สักที  เพราะขายไม่เคยหมด  เน่าเสียก็ทิ้งไป"  เขาบอกเมื่อฉันถามถึงการขายสตรอเบอร์รี่ 

 

         ขณะที่ชวนคุยกันอยู่ก็มีลูกค้าผู้มาซื้อผลไม้สี่ห้าคน  ฉันได้ช่วยเขาหยิบจับผลไม้ใส่ถุงให้  แต่ละคนให้ความสนใจถามไถ่ราคาของสตรอเบอร์รี่  แล้วก็ผ่านไปไม่มีคนซื้อเลย 

        ฉันจึงถามเขาว่า "ถ้าขายหมดภายในวันนี้หากได้กำไร ๔๐๐ หรือ ๕๐๐  ต่อลังเอาไหมละเขาสนใจและบอกว่า "เออจริงสิถ้าได้แบบนี้ก็ดีนะครับ"

 

         ฉันช่วยเขาคัดเลือกสตรอเบอร์รี่ที่ลูกเล็กกว่าเพื่อนและไม่ฉ่ำมากนัก  มาวางไว้ในกระจาดจำนวนหนึ่งและชั่งดูน้ำหนัก  คิดต้นทุนไว้ก่อน  "เป็นของแถมสำหรับลูกค้าทุกคน"

         ส่วนที่เหลือก็ขายในราคาปกติคือกิโลกรัมละ ๙๕  บาท  ลดลงจากเดิมอีก ๕  บาท  เอาป้ายมาปักไว้ว่า "แถมฟรีสำหรับลูกค้าที่ซื้อ ๑ กก.ขึ้นไป" ดูเหมือนกลยุทธ์ทางการค้าว่าด้วย "ของแถม"  เป็นสิ่งจูงใจของลูกค้ามากที่สุด  แม้แต่ห้างร้านใหญ่ ๆ และการขายตรง

 

        เมื่อมีผู้มาซื้อจริงเพียงครึ่งกิโลกรัมก็แถมให้ทุกรายเช่นกัน  ทำให้เริ่มขายดี   เพราะคนขายร้องบอกลูกค้าว่ามีแถมด้วยนั่นเอง  เมื่อมีลูกค้ายิ่งมุง ยิ่งเรียกลูกค้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หมดลังไปอย่างรวดเร็ว  และนำลังใหม่ขึ้นมาขายอีก  คราวนี้คัดลูกเล็กไม่ทัน  จำเป็นต้องชั่งเกินให้รายละ ๑ ขีดเป็นของแถมต่อ ๑ กิโลกรัม

 

        จำนวนสตรอเบอร์รี่ ๑๔๐ กิโลกรัมก็หมดไปอย่างรวดเร็ว  เพราะมีบางรายที่สนใจซื้อไปปั่นและทำยำบ้าง  รายละหลายกิโลกรัม   ผู้ซื้อส่วนมากแอบมองฉันอย่างสงสัยว่าฉันเป็นใครมาขายผลไม้อยู่ที่นี่

 

        บังเอิญเพื่อสุดเลิฟ  โทรศัพท์เข้ามาถามว่า "ทำอะไร อยู่ที่ไหน"  ฉันได้บอกเธอว่า "กำลังขายสตรอเบอร์รี่อยู่จ้า"  เธอไม่ถามไถ่ที่มาที่ไปและไม่เว้นวรรคให้ฉันได้อธิบายเลย  วาจาภาษาดอกไม้ อันโสภาสถาพรของเธอก็ส่งผ่านมาตามสายอย่างหวานซึ้งตรึงใจไม่รู้ลืม "ใย..สตรอเบอร์รีตอนแก่..เชอะ ! นังคิม"  ถึงบางอึ้งก่อนที่จะถึงบางอ้อ..กว่าได้คุยกันต่อจนจบม้วน

 

         การปฏิบัติต่อความเป็นอยู่  หรือการดำเนินชีวิตทุกอย่างขึ้นอยู่กับการจัดการเป็นสำคัญ   บางคนเขาอาจจะคิดไม่ออกเพราะความซ้ำซากจำเจก็เป็นได้  อย่างเช่นคนขายผลไม้เจ้านี้  

        เราคุยกันต่ออยู่พักหนึ่งและสรุปว่า "วันนี้ขายสตอเบอร์รี่ได้กำไรดีกว่าวันอื่น เพราะขายได้เร็วและไม่เน่าเสีย"  ฉันขับรถกลับบ้านและรู้สึกชื่นใจเล็ก ๆ ว่าเราก็มีวิญญาณของแม่ค้าเข้าสิงโดยไม่รู้ตัวหรือว่านักการจัดการ  นักจัดกิน หรือนักจัดกรรม