ชื่อเดือนของไทย (เดือนฝรั่งไม่เกี่ยว) ตั้งแต่มกราคม จนถึง ธันวาคม เป็นคำที่ประสมขึ้น จากศัพท์ภาษาสันสกฤตทั้งสิ้น (บางศัพท์อาจจะตรงกับภาษาบาลีด้วย)

ท่านที่ชอบดูดวง จะเข้าใจเร็วหน่อย เพราะชื่อเดือนเหล่านี้มาจากจักรราศีทั้ง 12 นั่นเอง โดยเทียบได้กับของฝรั่ง

เดือนของไทย จะมีคำลงท้าย 3 อย่าง คือ อาคม, อายน และ อาพันธ์ 

มาดูความหมายของแต่ละคำกันเลยเลย

 

อาคม (อาคะมะ) เป็นคำนาม แปลว่า การมา, การเข้ามา, การมาถึง

มาจากกริยา คมฺ แปลว่า ไป, เติมเสียง อา- ข้างหน้า ทำให้มีความหมายตรงข้าม

อาคมฺ จึง หมายถึง มา, เติมสระอะลงไป ทำให้เป็นคำนาม จากกริยา มา ก็กลายเป็น "การมา" ดังกล่าวแล้วข้างต้น

 

อายน (อายะนะ) เป็นคำนาม แปลว่า การมา, การเข้ามา, การมาถึง

มาจากกริยา ยา แปลว่า ไป, เติมเสียง อา- ข้างหน้า กลายเป็น "ไป"

แล้วก็เติมเสียง น ท้ายตามหลักไวยากรณ์ (ตรงนี้ยุ่งยากกว่าของ อาคม) กลายเป็น อายน

 

โปรดสังเกตว่า อาคม กับ อายน ความหมายไม่ต่างกัน

 

ส่วน อาพันธ์ มาจาก อาพนฺธ (อา พัน ทะ) ก็มาแนวเดิมครับ

พนฺธ เป็นคำนาม แปลว่า การผูก มาจากกริยา พธฺ ตัวนี้พิเศษหน่อย เพราะต้องแทรกเสียง นฺ ไปตรงกลาง กลายเป็น พนฺธฺ แล้วก็เติม อา ข้างหน้า  ยังแปลว่าผูกเหมือนเดิม

(การเติมเสียงข้างหน้า บางครั้งความหมายก็ไม่เปลี่ยน แต่อาจจะเน้นความหมาย)

เติมเสียงอะ ข้างหลัง กลายเป็นคำนาม เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย อาพนฺธ ก็กลายเป็น อาพันธ์ (การันต์เสียงท้าย ตามความนิยม)

 

มาถึงชื่อเดือนครับ

มกราคม        มกร + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมกร

(มกร เป็นสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่ง ว่ากันว่าอยู่ในทะเล)


กุมภาพันธ์    กุมภ + อาพันธ์ แปลว่า การผูกกับราศีกุมภ์

(กุมภ แปลโดยตรงว่าหม้อ เหยือก แต่ในที่นี้หมายถึง ราศีคนแบกหม้อ, กุมภกรรณ ชื่อยักษ์ตนหนึ่ง ความหมายว่า หูเหมือนหม้อ)

 

มีนาคม        มีน + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมีน

(มีน หมายถึง ปลา, เช่น มีนบุรี เมืองที่มีปลา)

 

เมษายน        เมษ + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีเมษ

(เมษ หมายถึง แกะ หรือผ้าขนแกะ ก็ได้)

 

พฤษภาคม    พฤษภ + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีพฤษภ (พรึ สบ)

(พฤษภ แปลว่า วัว สันสกฤตใช้ว่า "วฺฤษฺภ" ภาษาบาลีว่า "อุสภ")


มิถุนายน        มิถุน + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีคนคู่

(มิถุน แปลว่า คู่ คู่ชายหญิง หรือ คู่อะไรก็ได้ คู่แฝดก็ได้ คงจะมาจากกริยา มิถฺ ที่แปลว่า เข้าคู่, จับคู่)

 

กรกฎาคม    กรกฏ + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีปู

(กรกฎ แปลว่า ปู ภาษาสันสกฤต ใช้ กรฺกฏ (ฏ ปฏัก) บาลีใช้ "กกฺกฏฺ" ถ้าถอดตามแบบสันสกฤตจริงๆ น่าจะเป็น กรรกฏ เพราะ รฺ (มีจุดข้างล่าง) เมื่อถอดเป็นไทย เมื่อมีสระอะข้างหน้า จะถอดเป็น รร (ร หัน)  )

 

สิงหาคม        สิงห + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีสิงห์


(สิงห์ฺ ก็คือ สิงโต ภาษาสันสกฤตใช้ สึห (อ่านว่า สิม-หะ) บาลีใช้ สีห ใช้เีรียกบุคคลที่ยิ่งใหญ่ กล้าหาญ ก็ได้)

 

กันยายน  กันยา + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีกันย์

(กันยา แปลว่า หญิงสาว หรือหญิงพรหมจารี บาลีใช้ กญฺญา)

 

ตุลาคม        ตุล + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีตุล

(ตุล คือ ราศีตุล มาจากคำว่า ตุลา แปลว่า ตาชั่ง ซึ่งก็มาจากกริยา ตุลฺ หมายถึง ชั่ง หรือ เทียบ นั่นเอง คำว่า ตุล เป็น คำนามเพศชาย แต่ ตุลา เป็นคำนามเพศหญิงนะครับ)

 

พฤศจิกายน    พฤศจิก + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีพฤศจิก

(พฤศจิก หมายถึง แมงป่อง สันสกฤตใช้ วฺฤศฺจิก บาลีว่า วิจฺฉิก)

 

ธันวาคม        ธนุ + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีธนู

(ธนุ ปกติหมายถึง คันธนู หรือ คันชักของเครื่องดนตรี, สันสกฤตใช้ ธนุ ก็มี ธนุสฺ ก็มี,  บาลีใช้ ธนุ)

 

ชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงผูกขึ้นจากคำสันสกฤต ในสมัยรัชกาลที่ 5 (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=1105497&month=06-2007&date=26&group=2&gblog=49)