การคำนึงถึงประโยชน์และอันตรายจากการวิจัยต้องกระทำไปพร้อมๆกับการคำนึงถึงสิทธิของอาสาสมัครด้วยต้องการความยืดหยุ่น ความมีจิตสำนึกและความมีคุณธรรม จริยธรรมในตัวนักวิจัยเอง

4 ส.ค. 49 ไปประชุมแทนหัวหน้างานประสานงานวิจัย เรื่อง มุมมองด้านจริยธรรมกับการวิจัยด้านสังคมศาสตร์การแพทย์ เก็บสาระมาฝากได้ดังนี้

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">               สังคมศาสตร์เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ ปฏิสัมพันธ์(Interaction) ระหว่างคนกับคน และคนกับสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องของปรัชญา ความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี ที่มิอาจจับต้องได้  มีลักษณะเป็นนามธรรม เกิดอคติได้ง่าย ไม่สามารถควบคุมตัวแปรได้   และมีปัญหากับการให้ความหมายของหน่วยการศึกษา</p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                   ในด้านการแพทย์และสุขภาพ ควรศึกษาทั้งวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ควบคู่กันไปเพื่อเสริมการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ( Holistic) ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค การรักษาพยาบาลหรือการฟื้นฟูสุขภาพเช่น การแพทย์ศึกษาช่องทางการแพร่-รับเชื้อโรค แต่สังคมศาสตร์ศึกษาว่า เพราะอะไรคนจึงมีพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการแพร่-รับเชื้อ การแพทย์ดูว่าผู้ป่วยเอดส์ควรมีการดูแลตนเองอย่างไร ในขณะที่สังคมศาสตร์มองว่า สังคมมีปฏิกิริยาต่อผู้ป่วยเอดส์อย่างไร หรือผู้ป่วยมีปฏิกิริยาต่อสังคมอย่างไร</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">จริยธรรมด้านสังคมศาสตร์การแพทย์ นักวิจัยยังมีมุมมองที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี ขั้นตอนการดำเนินการวิจัยต้องอิงตามหลักเกณฑ์จริยธรรมการวิจัยในคน 3 ประการคือ</p>

 1. Respect for persons

        2. Beneficence / Non-maleficence

3. Justice

 นักวิจัย ต้องรับผิดชอบต่ออาสาสมัครแม้ว่าอาสาสมัครจะไม่สนใจหรือยินดีที่จะเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้น การคำนึงถึงประโยชน์และอันตรายจากการวิจัยต้องกระทำไปพร้อมๆกับการคำนึงถึงสิทธิของอาสาสมัครด้วย ความรับผิดชอบดังกล่าวประกอบกับลักษณะของระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่มีต่างๆกันทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์โดยการใช้กฎเกณฑ์ที่ได้เขียนขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร   หากแต่  ต้องการความยืดหยุ่น ความมีจิตสำนึกและความมีคุณธรรม จริยธรรมในตัวนักวิจัยเอง</font></span></strong>                 </span></span></strong></span></strong>