คำถามว่าหน่วยงานภูมิภาคจะสามารถทำเครือข่ายระดับประเทศได้หรือไม่ คาใจอยู่ตลอดมา 20 กว่าปี สุดท้าย ก็ได้คำตอบว่า ไม่ได้ ด้วยเหตุผลสองประการ คือ ๑. กรุงเทพคือประเทศไทย ๒. ต่างจังหวัดไม่ใช่ประเทศไทย เขียนอย่างนี้คงมีคนเคือง แต่เป็นความจริงอย่างยิ่ง แต่ทำไมถึงต้องเขียนเหมือนแตกข้อเดียวเป็นสองข้อ ลองติดตามครับ
ที่ว่ากรุงเทพคือประเทศไทย เหตุผลนี้คงคล้อยตามได้ไม่ยาก ประเทศไทยมีการทำงานแบบรวมศูนย์อำนาจมานาน โดยเหตุผลที่ว่าเราต้องต่อสู้กับต่างชาติ ไม่ว่าสมัยไหนก็ตาม เหตุผลนี้ก็ฟังขึ้น สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา รัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๕ หรือปัจจุบัน แต่ยุคสมัยนี้ ที่โลกไร้พรมแดน แยกไม่ออกในโลกไซเบอร์ว่าใครอยู่ที่ไหนแล้ว เช่นตอนนี้ ใครรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน ประเทศจีน ฝรั่งเศส อเมริกา กรุงเทพ หรือหาดใหญ่ ทุกที่ผมสามารถติดต่อคนอื่นได้หมด ดังนั้น ศัตรูต่างชาติจึงไม่มีจริงอีกต่อไป เราก็คงเรียนรู้ได้จากสี่ห้าปีที่ผ่านมา ว่าศัตรูสำคัญของชาติคือคนในชาติไทยด้วยกันเองนี่แหละ ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง ไม่ประนีประนอม ไม่ยอมรับว่าคนอื่นก็เป็นเพื่อนเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา วาทกรรมว่าศัตรูต่างชาติจึงฟังไม่ขึ้นอีกต่อไป มีแต่ศัตรูในชาติเท่านั้น
สำนักงานในส่วนภูมิภาค หลายๆ หน่วยงานเป็นสาขาย่อยของหน่วยงานในกรุงเทพ ไม่ได้เป็นอิสระจากเจ้านายในกรุงเทพ เจ้านายสั่งอะไรก็ต้องทำ มิฉะนั้นก็จะถูกปลด ไม่ใช่แค่เด้ง เพราะเด้งไปก็ไม่รู้จะให้ไปอยู่ไหนไกลว่าเดิมได้อีก อย่างผมอยู่หาดใหญ่ก็ชายแดนประเทศแล้ว ถ้าจะให้ไปไกลกว่านี้คงต้องออกไปอยู่ต่างประเทศ พูดแล้วก็สะท้อนใจกับข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ทำงานอยู่สามจังหวัดชายแดนใต้ เกือบทั้งหมดไม่ได้เงินเดือนมากกว่าคนที่ทำงานในกรุงเทพในระดับเดียวกัน แล้วจะไม่ให้เขาคิดจะย้ายเข้ากรุงเทพได้อย่างไร มีแต่คนบ้าอุดมการณ์ที่จะช่วยรวมแผ่นดินประเทศไทยไว้ไม่ให้แตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ทำไมคนที่ทำงานใหญ่ขนาดนี้ จึงอยู่นอกสายตาคนกรุงเทพตลอดมาและตลอดไป ก็เพราะกรุงเทพคือประเทศไทย ถ้ากรุงเทพไม่ถูกเผา ก็ไม่มีใครในกรุงเทพเดือดร้อน มันจะฆ่ากันตายรายวันในสามจังหวัดก็ช่างมัน มันก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป จนกว่าจะตายกันไปหมด
ก็ไม่แปลกใจที่เสื้อแดงยังคงมีอิทธิพลทางความคิดกับคนต่างจังหวัดอยู่มาก เพราะเขาจับประเด็นนี้ ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขความเหลื่อมล้ำของกรุงเทพกับต่างจังหวัด แต่ต้องไม่ใช้วิธีรุนแรง น่าจะพูดจาตกลงกันได้ แต่มันก็ตกลงกันไม่ได้ เพราะพูดทีไรก็คนละเรื่องกันทุกที ทุกครั้งที่คนกรุงเทพพูด กรุงเทพคือประเทศไทย ถ้าไม่ชุมนุมให้คนกรุงเทพเดือดร้อน คนกรุงเทพก็จะไม่ฟังคนต่างจังหวัด ก็แล้วทำไมไม่ฟังเสียตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องชุมนุม ก็เพราะกรุงเทพคือประเทศไทย เราจะรู้สึกว่าประเทศไม่มีเสถียรภาพ ถ้ากรุงเทพถูกรุกรานด้วยการชุมนุมจากคนต่างจังหวัด ถ้าชุมนุมกันในต่างจังหวัด ไม่มีใครในกรุงเทพฟัง วงจรการเรียนรู้เช่นนี้ ทำให้การชุมนุมทุกอย่าง ถ้าจะให้เห็นผล ต้องไปหน้าทำเนียบ
มาประเด็นที่สองครับ ต่างจังหวัดไม่ใช่ประเทศไทย ลองดูกรณีเร็วๆ นี้ ที่ชายแดนเขมร ปัญหาอยู่ที่แผนที่ที่คนกรุงเทพสร้างภาพว่านั่นคือต้นตอของปัญหาชายแดนเขมร แต่มีใครเคยสนใจบ้างว่าชาวบ้านที่อยู่ชายแดนเขาคิดอย่างไร เขาต้องอพยพหนีตายจากชายแดนมาอยู่กันในเมือง ทิ้งบ้านทิ้งช่อง แล้วสุดท้าย เขมรก็เข้ามาครอบครองบ้านเขา เรายิ่งสร้างสถานการณ์ให้ชาวบ้านต้องหนีตายทิ้งพื้นที่ เราก็ยิ่งเสียดินแดน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแผนที่ แต่เกี่ยวกับการครอบครองพื้นที่ เขมรกลับรู้เรื่องนี้ดี เขาไม่มาเถียงกับไทยเรื่องแผนที่ แต่ส่งคนเข้ามายึดครองเลย ขึ้นถึงเวทีนานาชาติ นานาชาติก็จะไม่สนใจเรื่องแผนที่เหมือนกัน เขาดูว่าใครอยู่ที่นั่น แผ่นดินก็เป็นของประเทศนั้น ยิ่งเราต้องถอยออกมา ก็เข้าทางเขา เหตุการณ์เดียวกันกับสามจังหวัด ถ้าคนไทยพุทธพูดภาษาไทยหนีออกนอกพื้นที่มากเท่าใด ข้ออ้างว่าสามจังหวัดไม่ใช่ประเทศไทยก็จะยิ่งชัดเจนขึ้น
สรุปคือคนต่างจังหวัดไม่สามารถยกปัญหาของตนขึ้นสู่ระดับประเทศได้ ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม คนไทยพลัดถิ่น ชนส่วนน้อยไม่มีสัญชาติ คนต่างจังหวัดไม่มีงานทำ ทุกเรื่อง คนที่ยื่นจมูกเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ก็คือคนกรุงเทพ คนต่างจังหวัดไม่มีโอกาสได้พูดถึงปัญหาที่เขาต้องเผชิญอยู่ทุกวัน แต่กลับเป็นคนที่อยู่กรุงเทพมาวิพากษ์วิจารณ์และวางแนวทางแก้ปัญหาเสร็จสรรพ ไม่ว่าข้อโต้แย้งอะไรที่เกี่ยวกับคนในพื้นที่ เช่นปัญหาเรื่องมลพิษที่ชาวกรุงเทพไปก่อไว้ในต่างจังหวัด ปัญหานั้นก็จะถือเป็นเรื่องของคนกรุงเทพที่จะยื่นจมูกเข้ามาแก้ไข ทั้งที่จริงๆ มันเป็นปัญหาความเป็นตายของคนในพื้นที่ ซึ่งคนกรุงเทพไม่ได้มาตายร่วมด้วยกับเขา
กลับมาเรื่องเครือข่าย เพื่อจะสรุปเสียทีว่าทำไมผมถึงบอกว่าหน่วยงานภูมิภาคไม่สามารถสร้างเครือข่ายระดับประเทศได้ ก็เพราะสองประเด็นดังกล่าว คือ ๑. กรุงเทพคือประเทศไทย และ ๒. ต่างจังหวัดไม่ใช่ประเทศไทย ประเด็นที่ ๑ ทำให้คนกรุงเทพคิดว่าไม่ว่าจะมีปัญหาที่ไหน เขาก็จะต้องยืนจมูกเข้าไปยุ่งด้วยเสียทุกเรื่อง ประเด็นที่ ๒ คนกรุงเทพก็จะกันคนในพื้นที่ออกไปจากกระบวนการแก้ปัญหา และคนในพื้นที่ก็ต้องยอม เขาบอกว่า เพราะกรุงเทพเป็นศูนย์กลางของประเทศ ดังนั้นเครือข่ายระดับประเทศก็ต้องบริหารจัดการโดยคนกรุงเทพ และคนกรุงเทพถือเงินไว้ทั้งหมด ยังไงเสีย คนต่างจังหวัดก็ต้องยอม ถ้าไม่ ก็ต้องย้ายเข้ากรุงเทพ แล้วก็จัดการปัญหาด้วยวิธีของคนกรุงเทพ ทีแรกก็เป็นความหวังดี แต่ต่อมาก็คือกลายพันธุ์เป็นคนกรุงเทพไปในที่สุด
สวัสดีครับ คุณ หัชชา ศรีปลั่ง