พระน้อมกลับมาฉันที่หน้าบ้านของอุบาสกคนนั้น อนุโมทนาแล้วก็บอกลา โดยเดินลัด ไม่ไปตามทางหลวง เลยหลงทาง ถึงวันที่สองหลังจากเกิดเรื่องนั้นได้เดินมาถึงเขาแห่งหนึ่ง บนเขามีถ้ำแห่งหนึ่ง อยู่สูงกว่าระดับยอดไม้ เห็นว่าพอจะเป็นที่ปักกลดได้โดยปลอดภัย จึงปีนขึ้นสู่ถ้ำนั้นแล้วจึงปักกลดอยู่หน้าถ้ำ มองเข้าไปในถ้ำมีแต่ความมืด แถวนี้ไม่มีบ้านคนเลย
พอพลบค่ำได้สักพักนึง ในขณะที่กำลังสวดมนต์ หลังจากบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง เผื่อว่าถ้ามีจริง ขอให้รับรู้ว่าตนมาอาศัยเพียงชั่วคราว แล้วก็มิได้ตั้งใจจะอยู่ประจำในที่นี่ หรือมาแย่งที่อยู่ ขอให้รับทราบแล้วช่วยป้องกันอันตรายด้วย ซึ่งอาจมีและจะเป็นอันตรายต่อการบำเพ็ญสมณธรรมของตน ขออุทิศนามรูปนี้ เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา แล้วแผ่เมตตาจิต ตั้งความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ พระน้อมได้ยินเสียงผิดปกติคล้ายคนลากของไปตามพื้นจึงหยุดสวดมนต์ แง้มกลดออกดูนอกกลด รีบปิดด้วยความตกใจ หวาดกลัว เพราะสิ่งที่เห็นในแสงสว่างสลัว ๆ นั้นเป็นงูใหญ่ ตัวเท่าเสาเรือนขนาดกลาง กำลังเลื้อยผ่านข้างกลดไปอย่างช้า ๆ จึงรีบสวดขันธปริตรอย่างตั้งใจ ๑๐ จบ แล้วเริ่มสวดมนต์ต่อใหม่ จบแล้ว นั่งบำเพ็ญสมาธิ ๒ ชั่วโมง แล้วอุทิศส่วนกุศลให้โยมให้น้องและสรรพสัตว์ เสร็จแล้วจึงจำวัด
มาตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงเสือคำราม แผ่นดินสะเทือน พระน้อมลุกขึ้นนั่งกำหนดจิต ระงับความกลัว ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง แล้วอธิษฐานว่า ถ้าข้าพเจ้ามีเวรเป็นคู่เวรกับผู้ใดแล้วขอให้ผู้นั้นจงมาเอาชีวิตข้าพเจ้าตามควรเถิด จะได้สิ้นเวรต่อกัน แต่ถ้าไม่เคยมีเวรต่อกันแล้ว ก็ขอให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ อย่ามาสร้างเวรใหม่ต่อกันเลย แล้วนั่งรอสักครู่ ไม่มีอะไร จึงจำวัดต่อ
มาตกใจตื่นอีกครั้งนึง เมื่อได้ยินเสียงคนลากของอีกเหมือนกันแต่ลากเป็นระยะ ผ่านกลดไป จึงแง้มกลดออกดูภายนอกเห็นแล้วก็รีบปิดด้วยความหวาดกลัว ใจเต้น ขนหัวลุกซู่ เพราะสิ่งที่เห็นในแสงจันทร์อ่อน ๆ นั้น คือเสือลายพาดกลอนกำลังลากลูกวัวที่ถูกกัดตายแล้วเข้าไปในถ้ำ พระน้อมจึงนั่งสวดมนต์จนสว่าง แล้วรีบเก็บกลด รีบลงจากถ้ำเดินไปยังที่เห็นควันไฟลอยอยู่ไกล ซึ่งแสดงว่า ที่นั้นต้องมีหมู่บ้าน นี้เป็นชีวิตตอนหนึ่งของพระน้อม
คราวนึง พระน้อมได้เดินธุดงค์ไปทางภาคอิสาน โดยแยกจากหมู่ไปรูปเดียว ได้พักยังสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่สัปปายะ เหมาะสำหรับนักปฏิบัติ ชาวบ้านแถวนั้นเมื่อรู้ว่ามีพระนักปฏิบัติมาพักอยู่ในละแวกบ้านของตนก็ออกมาเยี่ยม เพื่อจะได้รู้จักพระ รู้จำนวนพระ แล้วจะได้จัดภัตตาหารใส่บาตรได้ถูกต้อง และเพื่อแสดงอาการต้อนรับด้วย
มีอุบาสกคนนึงมาหาพระน้อม มาหาพร้อมด้วยมีลูกสาวตามหลังมาด้วย พระน้อมก้มหน้าพูดกับอุบาสกคนนั้น พอเงยหน้าก็ประสานสายตากับลูกสาวซึ่งกำลังมองดูพระน้อมอยู่แล้ว พระน้อมรู้สึกวาบไปทั้งตัว ใจสั่นไม่เป็นปกติ จนพูดเสียงสั่น รีบก้มหน้าหลบสายตา ลูกสาวก็รีบหลบสายตา
ก้มหน้าแคะเสื่อ พระน้อมตอนนี้ฟังอุบาสกพูดอะไรรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง หูอื้อ ความคิดสับสน ใจลอย เมื่อพ่อลูกลากลับ พระน้อมแลมองจนลับตา ราวกับว่าหัวใจถูกลูกสาวดึงไป
เดิมพระน้อมจะพักอยู่เพียง ๒ วัน แล้วจะเดินทางต่อไปหาหลวงพ่อ แต่แล้วพระน้อมก็ยังคงพักอยู่ที่นี่ ๖ วัน และทุกเช้าเย็น ลูกสาวคนนี้จะมาเยี่ยมพระน้อม โดยมากับพ่อบ้างแม่บ้าง พี่สาวบ้าง น้องสาวบ้าง ในวันที่ ๗ ตอนเช้า พ่อมาคนเดียวและนำผลไม้มาถวายพระน้อมด้วย แล้วปรารภขึ้นลอย ๆ ว่า ตนมีนา ๑๕๐ ไร่ มีสวน ๕๐ ไร่ มีลูกผู้หญิง ๓ คน ไม่มีลูกชาย อยากได้ลูกผู้ชายสักคนก็ไม่ได้ และได้พยายามหาคนที่สมควรจะมาเป็นลูกชายมานานแล้ว แต่ยังไม่พบ เพิ่งมาพบท่านนี่แหละ เห็นสมควรเหลือเกินที่จะเป็นลูกชายตน จะได้ช่วยปกครองดูแลน้อง ๆ และสวน ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่
อ่านตอนหกพระน้อมยอมรับไหม เป็นลูกชายคุณพ่อต่อลูกสาว
พิจารณาขันธ์ห้าหาเรื่องราว คงถึงคราวครวญคิดพิจารณา
อยู่เป็นพระหาค้นธรรมนำปฏิบัติ หรือจักตัดทางธรรมย่ำปัญหา
รู้รูปนามธรรมส่องตรองปัญญา ล้วนขันธ์ห้ายุบสลายไปตามกาล
ที่เห็นตาว่าสวยด้วยวันนี้ เห็นราศีผุดผ่องกองสังขาร
เสียงไพเราะเสนาะโสตตนประมาณ อีกไม่นานกาลก็พรากหักฤดี
อยู่เป็นพระอย่างนี้ก็ดีแล้ว ดั่งดวงแก้วทรงคุณค่าปัญญาศรี
ประพฤติชอบมอบกายถวายชีวี แด่พระรัตนตรัยอย่างนี้เป็นนิรันดร์
ขอบคุณคำกลอนคุณโยม พระน้อมจะตัดสินใจอย่างไรก็ขอเชิญติดตามเรื่องราวท่านต่อไป จะพ่ายแพ้แก่ความรัก หรือจะยึดมั่นในพรหมจรรย์ก็ไม่สามารถจะหยั่งรู้ความในใจของท่านได้ หรือว่าบุญบวชจะมาถึงเพียงนี้ก็ไม่ทราบได้ หรือจะเป็นเพียงมารมาทดสอบกำลังใจทดสอบความศรัทธาในการประพฤติปฏิบัติก็ไม่ทราบอีกเช่นกัน
เรื่องพระน้อมเป็นเช่นไรให้ตามอ่าน เหมือนดั่งมารมาต่อเติมเสริมศักดิ์ศรี
ต้องขอบคุณคุณโยมผู้หวังดี ที่ช่วยชี้แสงสว่างทางครองตน
แต่สิ่งนั้นใช่ยืนยงคงเที่ยงแท้ มักผันแปรเปลี่ยนไปให้เหตุผล
เกิดแล้วแก่แน่จริงสิ่งสากล ไม่รอดพ้นสักผู้อยู่ด้วยธรรม