เขียนโดย อมราวดี อ่องลา

แกนนำม็อบเผย ประชุม คกก.แก้ปัญหาชุดสาทิตย์ คืบแค่โฉนดชุมชน ส่วนธนาคารที่ดินแป๊กงบ 167 ล้าน คนไร้บ้านขอ พอช.ปรับเกณฑ์เข้าบ้านมั่นคง ชาวบ้านปากมูลบุก ก.เกษตรฯ ตีกรมชลฯเปิดเขื่อนไม่ทำน้ำแล้ง ประชุม ครม.8 มี.ค.ชี้ม็อบต่ออยู่หรือไป

วันที่ 24 ก.พ.54 เครือข่ายชาวบ้านจากกลุ่มปัญหาต่างๆที่รวมตัว กันในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) และปักหลักชุมนุม 6,000 คน ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.เพื่อเรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาที่ค้างมานาน 7 กลุ่ม 31 กรณี ได้เคลื่อน ขบวน 1,000 คนมายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) เพื่อชี้แจงข้อมูลว่าการเปิดเขื่อนปากมูลไม่ได้สร้างปัญหาการจัดการน้ำใน ช่วงแล้งและทำให้พื้นที่เกษตรกรรมเสียหาย ดังที่หน่วยงานราชการกล่าวอ้าง

นายจำนงค์ จิตนิรันดร์ ที่ปรึกษา ขปส. เปิดเผยว่าวันนี้ได้นำสรุปผลงานวิจัยมาชี้แจงให้กรมชลประทานเข้าใจว่าการ เปิดเขื่อนปากมูลไม่ได้ทำลายพื้นที่เกษตรกรรมตามที่หน่วยงานอ้าง โดยเจตนาจะเข้าพบนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กษ. แต่ไม่อยู่ และมีตัวแทนกระทรวงเป็นผู้รับเรื่องแทน

“งานวิจัย 7 ฉบับสรุปตรงกัน รัฐมนตรีบอกต้องได้ข้อเท็จจริงทั้ง 2 ฝ่าย วันนี้เราก็มาแล้ว และขอให้ทำตามมติคณะกรรมการชุดนายสาทิตย์ ที่ให้เปิดเขื่อนปากมูล 5 ปีและฟื้นฟูเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ” นายจำนงค์ กล่าว

วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาที่มีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดย นายไพจิตร ศิลารักษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล เปิดเผยภายหลังประชุมว่าการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลยังไม่มีความคืบ หน้า เนื่องจากมีการยกข้ออ้างว่าการเปิดเขื่อนจะเกิดปัญหาการจัดการน้ำในช่วงน้ำ แล้งกระทบพื้นที่เกษตรกรรม ที่ประชุมจึงให้นำเรื่องเข้าพิจารณาใน ครม.8 มี.ค.อีกครั้ง และยังให้มีเวทีชี้แจงข้อเท็จจริงระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทานในวันที่ 1 มี.ค.

“แต่ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าระบบในแม่น้ำมูลมีน้ำใต้ดินที่เติมลำ น้ำตลอดเวลาไม่เคยแห้ง เห็นได้จากช่วงปิดเขื่อนที่ฝนไม่ตกเลย ก็ยังมีน้ำมาเติม และปริมาณน้ำที่มีก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำการเกษตร”

นายไพจิตร กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องเขื่อนปากมูล กรณี นำร่องโครงการธนาคารที่ดิน ที่ประชุมสรุปว่ายังมีข้อติดขัดเรื่องงบประมาณ 167 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอเข้า ครม.วันเดียวกัน ส่วนกรณีคนไร้บ้านซึ่งมติ ครม.เดิมเห็นชอบหลักการสนับสนุนงบประมาณผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ตามเกณฑ์โครงการบ้านมั่นคง แต่ ขปส.มองว่ามีกฏเกณฑ์เรื่องการกู้ยืมที่เป็นไปได้ยากสำหรับคนไร้บ้าน ต้องหารือกับ พอช.ว่าจะปรับกฏเกณฑ์ได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็ต้องเสนอเข้า ครม.อีกครั้ง

ส่วนเรื่องโฉนดชุมชนมีความคืบหน้ามากที่สุด เนื่องจากที่ประชุมอนุมัติหลักการให้พื้นที่ที่จะดำเนินการโฉนดชุมชนต้องได้ รับความคุ้มครองโดยไม่ให้มีการดำเนินคดีกับชาวบ้าน เพื่อแก้ปัญหาหน่วยงานในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังเดินหน้าจับกุมชาวบ้านทั้งที่รัฐบาลประกาศนโยบายโฉนดชุมชน

“ส่วนก้าวต่อของการชุมนุมนั้นคงจะต้องรอให้ทุกอย่างคลี่คลายอย่าง เป็นรูปธรรม หาก ครม.มีมติน่าพอใจก็ไม่มีปัญหา เพราะขณะนี้ชาวบ้านป่วยมาก เนื่องจากสถานที่ค่อนข้างร้อนไม่เหมาะสมและอาหารเริ่มหมด เบื้องต้นได้ประสานการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวอยู่” ผู้ประสาน งานสมัชชาคนจน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ประกอบด้วยกลุ่มคนจน 4 เครือข่าย 3 กลุ่ม ได้แก่ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย เครือข่ายสลัม 4 ภาค สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล และเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง, ชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้พิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีวมวลและคัดค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อุบลราชธานี

และ 7 กลุ่มปัญหาหลักที่เรียกร้อง ได้แก่ 1.นโยบายที่ไม่สำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโฉนดชุมชนที่หน่วยงานราชการยังไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ทำ โฉนดชุมชน 2.คดีความคนจน ที่อยู่ในกระบวนการแก้ไขปัญหาและเยียวยาจากรัฐบาล แต่หน่วยงานยังมีการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องกับชาวบ้าน 3.ปัญหาที่ดินชุมชนทับซ้อนกับที่รัฐ  4.ปัญหาที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค 5.ผลกระทบจากเหมืองแร่ โรงไฟฟ้า โรงโม่หิน 6.ปัญหาสัญชาติและชาติพันธุ์  7.ผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

โดยเมื่อวันที่ 17 ก.พ. เครือข่ายได้พบและเจรจากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และมีการนำเรื่องเข้า ครม.22 ก.พ. และมีมติ ได้แก่ 1.กรณีเขื่อนปากมูล ดำเนินการตามมติคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ซึ่งมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ให้เปิดเขื่อนปากมูล 5 ปี และฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมาตลอด 20 ปี 2.กรณีคนไร้บ้าน อนุมัติ 2.7 ล้านบาทแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนไร้บ้าน 3. โครงการนำร่องธนาคารที่ดินภาคเหนือ 5 หมู่บ้าน อนุมัติงบ 167 ล้านบาท 4. กรณีการดำเนินการจัดให้มีโฉนดชุมชนมี 6 เรื่อง เช่น ให้ส่งมอบพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชนซึ่งผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการประสานงาน เพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชนแล้ว 35 พื้นที่ .