ความรู้ในเมืองไทยที่อยู่กับความรู้ฝังลึกของผู้คนนั้นมีมากมายมหาศาล เฉพาะที่ gotoknow ก็อ่านกันได้ไม่หวาดไม่ไหวแล้ว ไหนยังจะมาจากหลวงพ่อกูเกิลอีก เพื่อนๆ บอกกันอีก ฯลฯ
จริงๆ ก็คือเราจะทำอย่างไรน้า จะนำเจ้าสิ่งมีค่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
เป็นคำถามที่น่าจะตรงใจกับหลายท่านนะ โดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่พวกชอบอ่านหนังสือมากมายอย่างผมนี้ คนแบบนี้คิดว่ามีมากโขทีเดียวนะในเมืองไทย พวกเขาพยายามมองหาความรู้แบบสำเร็จรูป ความรู้พร้อมใช้งานน่ะ
พูดไปก็นั่งถึงเจ้าอาหารกึ่งสำเร็จรูปนะ เดี๋ยวนี้มีเกือบครบทุกเมนูในเมืองไทยกันแล้ว ขนาดลาบอีสานก็ยังมีเลย คิดว่าคงเป็น หลักคิดการสากลไปแล้วล่ะ
เพื่อจะให้ได้สิ่งที่พูดข้างต้น อย่างหนึ่งที่ทำได้ก็คือ การทำเรื่องราวมากมายนี้ สรุปเป็นเนื้อหาสั้นๆ จัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อย อย่างนี้จะดีมาก ซึ่งก็มีทำกันอยู่แล้วนะ..
หากทำลำบาก ก็น่าจะทำแค่การพูดการเขียนที่ง่ายต่อความเข้าใจ ซึ่งก็ทำให้เจ้าขยะของอินเตอร์เน็ตนี้ลดน้อยถอยลงไป
โดยส่วนตัวคิดว่าเจ้าความรู้ฝังลึกนี้ วิธีการที่นำออกมาจากตัวผู้คนก็น่าจะออกมาจากภาษาเล่า ภาษาพูดให้เพื่อนฟัง จึงจะแกะเจ้าความรู้ใต้น้ำแข็งนี้ออกมาได้มากกว่าวิธีอื่น
สังเกตจากการที่ผมเอง ชอบที่จะเขียนบันทึกเก็บไว้ ซึ่งเวลาเขียนนี้จะใช้วิธีการไหลออกมาจากสมองและพิมพ์ลงไปเลย หลายสิ่งหลายอย่างที่มีประโยชน์ก็จะออกมาเป็นสิ่งประจักษ์ เป็นวิธีที่ทำให้ตาเราได้มองเห็นความคิดของเราได้ ซึ่งเวลาที่เขียนนี้ภาษาที่ใช้ ผมยกเลิกหลักภาษาไปก่อน พิมพ์ทุกอย่างออกมาก่อน จากนั้นก็ถึงมาเกลาให้ได้อย่างที่ต้องการ
หลายครั้งมากเลยที่เราเผลอให้หลักการเขียนหรือสิ่งที่เราได้เรียนเป็นกรอบอยู่ แว็บเข้ามาในขณะเขียน คือพยายามจะทำให้มีมาตรฐานน่ะ ผลก็คือเกิดการสะดุดการทำงานของสมอง สะดุดการเล่าเรื่องราว พลอยทำให้หลายๆ อย่างที่อยากเขียนก็ลืมไปเลย
แบบนี้นั่นเอง ผมจึงคิดว่าการนำเอาสิ่งดีๆ ของกลุ่มชนหรือมวลชนออกมาแบ่งปันกัน น่าจะต้องเป็นภาษาพูดมากกว่า ด้วยสิ่งนี้นี่เอง คนฟังคนอ่านก็จะง่ายในการเสพ เข้าอกเข้าใจตรงกับผู้เล่า เขาเหล่านั้นก็สามารถที่จะนำเจ้าสิ่งดีๆ นี้ไปใช้ประโยชน์ได้
เมื่อเป็นแบบนี้กันในกลุ่มที่ใหญ่ๆ ขึ้น ๆ ความรู้มากมายก็จะได้นำมาใช้ประโยชน์ต่อทุกครอบครัวและสังคมโดยรวม
พูดถึงการใช้ประโยชน์นั้นมีกันในทุกมิติแหละ อย่างเช่น ผมประสบปัญหาเรื่องไฟล์ขยะในเครื่องเมื่อผมค้นหาไปในอินเตอร์เน็ตก็ได้รับคำแนะนำว่า ต้องใช้โปรแกรมนี้ซิพร้อมทั้งบอกวิธีการมาด้วย ผมก็ได้นำเจ้าความรู้ที่ว่านี้มาใช้ประโยชน์ ทำให้ผมไม่ต้องล้างเครื่องใหม่ ไม่ต้องสูญเสียไฟล์สำคัญๆ ไป ทำให้ไม่เสียเวลา เสียเงินไปจ้างช่าง และยังภูมิใจอีก
เจ้าประโยชน์อย่างนี้ หากในเมืองไทยทุกคนสามารถบอกกล่าวกัน และได้ประโยชน์จากกัน
ก็จะทำให้เมืองไทยเราพอมีพอกิน สุดท้ายก็รวยกันถ้วนหน้านะ สมกับเป็น สยามเมืองยิ้ม ยิ้มเพราะมีความสุขคุณว่าจริงมั๊ย
Perhaps we are talking about 'data' (or 'facts') which litters the Internet and Google is very good at finding some for us.
What is 'knowledge'? For individuals? For the Public (open-source)? When we use available knowledge to serve a purpose, we may say we 'create' a technology. Why can't we create new technologies? Perhaps, we don't have real purposes in mind ;-)
ขอบคุณครับ