“...ยากที่จะสอนให้คนดีพร้อม...แต่คนเป็นครู ยังไงก็ต้องทำ”

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ผู้เขียนโชคดีได้สัมผัสบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณาจารย์ ณ ห้องประชุมวิทยสนเทศ CAI ชั้น 6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

กลุ่มผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นำทีมโดย รศ.ประนอม บุพศิริ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ 

 

Ico256โดยมี รศ.จิตเจริญ ไชยาคำ เป็นผู้นำการเรียนรู้

อาจารย์นำเทคนิคการสอนศิษย์โดยแทรกจริยธรรมในทุกช่วงจังหวะขณะสอน การสอนโดยเลือก VDO หนังเรื่องที่มีเนื้อหาที่สอดแทรกจริยธรรม ตามบทพูดของตัวละครมิได้ทำได้ง่ายๆ ผู้เขียนเคยเสียเวลาหลายวันในการสรรหา VDO หนังดีๆสักเรื่องมาประกอบการบรรยายซึ่งกระทำได้ยาก

ท่าน อ.จิตเจริญ ไชยาคำ เป็นอาจารย์ผู้ทุ่มเทกับการสรรหาบทเรียนดังกล่าว บทเรียนของอาจารย์เป็นตัวอย่างของเทคนิคการสอนโดยใช้ Student Center ด้วยการเติมเต็มในส่วนที่เด็กแต่ละคนขาด

“...ผมให้เด็กดูฟิล์ม เด็กคนไหนขาดเยอะ เติมให้เยอะ ขาดน้อย เติมให้น้อย...” อ.จิตเจริญกล่าว

นอกจากนั้น อาจารย์สอนให้เด็กเรียนรู้จากผู้อื่นแล้วหัดคิดวิเคราะห์ภายหลัง เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นระยะๆ การทำแบบฝึกหัด After Action Report ทำให้เห็นแนวคิด วิธีคิดของเด็กๆได้ในทันทีทั้งด้านวิชาการ ทัศนคติ เจตคติ และจริยธรรมในตนเอง  การเข้าเติมเต็มในส่วนที่เด็กขาดจึงทำได้ทันทีเช่นเดียวกัน

 

ผู้เขียนชื่นชม ผศ.นภา หลิมรัตน์ ผู้เข้ามามีส่วนอย่างมากในการกระตุ้นให้กลุ่มสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างทั่วถึงแม้จะมีอาจารย์ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหลายภาควิชาฯและจากต่างสถาบันซึ่งมีความต่างทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ ช่องว่างระหว่างอาจารย์ผู้อาวุโสที่มากด้วยประสบการณ์ระดับ“คุณปู่-คุณย่า” กับนักศึกษารุ่น “หลาน” ลดน้อยลงเพราะมีกลุ่มอาจารย์รุ่น “คุณพ่อ-คุณแม่”หรือรุ่น“คุณน้า-คุณอา”เป็นตัวแทนถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกและพฤติกรรมของเด็กๆในช่วงวัยนักศึกษาดังกล่าวร่วมอุดช่องโหว่ให้ได้

ประเด็นสำคัญที่หยิบยกมาพุดคุยอย่างชัดเจนภายหลังการนำเสนอ Best Practice ของท่าน อ.จิตเจริญ คือประเด็นของการที่ “เด็กนักเรียนไม่เข้าเรียน” รวมถึง “เด็กนักเรียนเข้าห้องเรียนช้า” จนถึงระดับ “เด็กนักเรียน เข้าห้องเรียนช้า..แต่ยังไม่รู้สึกผิด...”  และ “นักเรียนไม่เคารพอาจารย์”

มุมมองเรื่องนี้ถูกหยิบยกมากล่าวในหลายประเด็น มีความหลากหลายของความคิดเห็นด้วยเป้าหมายเดียวกันคือ การวิเคราะห์หาสาเหตุการเข้าเรียนสายของเด็กๆ

เช่น

-      การกำกับ ควบคุมดูแลนักเรียนในห้องเรียนไม่ทั่วถึงเพราะมีจำนวนมาก

-      เด็กไม่อยากเรียนแพทย์

-      อยากเรียนแพทย์เพราะเป็นเพียงทางผ่านเพื่อไปใช้วิชาชีพที่หาเงินรายได้ที่สูงกว่า

-      อาจารย์สอนน่าเบื่อ เข้านั่งฟังบรรรยายก็หลับ ไปอ่านเอาเองก็ได้หรือลอกเลคเชอร์ของเพื่อนไปอ่านก็ได้

-      อ่านตามทีหลังก็ทัน

-      ปัจจุบันค่านิยม/ทัศนคติที่เปลี่ยนไป

-      Role Model ของอาจารย์เปลี่ยนไป

-      อาจารย์ที่มีภาระงานบริการด้วยทำให้บทบาทของครูผู้สอนที่สมบูรณ์แบบลดลง

-      การมีความแตกต่างในเกณฑ์ประเมินที่หย่อนหรือเอื้อมากไปในบางสถานการณ์ เป็นจุดอ่อนสำหรับเด็กที่ขาดความพร้อมในการเผชิญสถานการณ์ที่ยากขึ้นในชั้นปีถัดไป

-      การสอนแบบที่คิดว่า “นักศึกษาเป็นผู้ใหญ่แล้ว” ทำให้เกิดการปล่อยเด็กเป็นอิสระมากไป เป็นเหตุให้มิได้มีโอกาสสอดแทรกจริยธรรม จนกลายเป็นว่าเด็กๆขาดคุณธรรม จริยธรรมโดยไม่ตั้งใจ

-      เราประนีประนอมมาก เราเคยถูกดุตอนเป็นนักศึกษาแพทย์ ทำให้เราไม่อยากดุน้อง กลายเป็นน้องขาดสิ่งที่ควรได้รับ

-      ยังพบการแต่งกายที่ไม่เหมาะสม ไม่ถูกกาลเทศะ

 

แนวทางการแก้ไข

-      การปฐมนิเทศที่ต้องบอกกติกา/ข้อตกลงกับเด็กไว้ก่อนการใช้จริง เช่น อาจารย์ผู้สอนอาจมีการสอบเก็บคะแนนระหว่างการสอนในชั่วโมง เป็นต้น

-      การ random เรียกชื่อของนักเรียน

-      ต้องเข้มงวด ฝึกฝนให้เด็กตระหนักเรื่องที่ควรรู้ เช่น รู้ว่าต้องทำอะไร หรือรู้ว่าควรทำอะไร

-      การทบทวนการประเมินผลของสถาบันสมทบต้องยึดมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

-      ความเด็ดขาดยังควรทำ แต่บางคราวตัวอาจารย์ก็ไม่กล้าให้เด็กตก

-      เราปล่อย ทำให้การตัดเกรดอ่อนลงมากๆ

-      การประเมินบัณฑิตเป็น individual

-      การกลับมาทบทวนการประเมิน Competencyในด้านต่างๆ

-      เรื่องของวินัยควรเข้มงวด

 

ผู้เขียนประทับใจมากในช่วงท้ายของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่คณาจารย์หลายท่านแสดงความคิดเห็นที่ตรงกันในเรื่องของการปรับวิธีคิดเรื่องการเรียนการสอน เช่น

-      ไม่ใช่เด็กเขาพูดไม่รู้เรื่อง... แต่เราน่ะต้องสอนให้ได้ มันเป็นหน้าที่

-      ครูต้องมี attitude ว่าเด็กสอนได้

-      เด็กทุกคนเรียนได้ สอนได้ แต่เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน

-      ยังไงก็ต้องปลุกครูให้ตื่น

-      Professional Behavior

-      วิธีการสร้างที่ดีที่สุดคือ Role Model, การสร้าง “สถาบันนิยม”

และประโยคเด็ดทิ้งท้าย จากท่าน อ.ประนอม บุพศิริ

“...ยากที่จะสอนให้คนดีพร้อม...แต่คนเป็นครู ยังไงก็ต้องทำ”

 

ผู้เขียนขอขอบพระคุณ ท่านอาจารย์จิตเจริญ ไชยาคำ ท่านที่ปรึกษา KM คณะแพทย์ มข.ที่ชักชวนให้ผู้เขียนได้พบกับประสบการณ์ที่ดีมากๆอีกวันหนึ่ง และขอขอบพระคุณคณาจารย์ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่แบ่งปันความรู้ที่มีในตัวตนของทุกท่านอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ รศ.ประนอม บุพศิริ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและ ผศ.นภา หลิมรัตน์ อาจารย์ภาควิชาชีวเคมีผู้มีส่วนอย่างมากในการกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ขอผลบุญคราวนี้ส่งผลให้บรรดาศิษย์ของครูทุกท่านประสบแต่ความสำเร็จในวิชาชีพ สมดังที่ทุกท่านห่วงใย

(ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่บันทึก "...จริยธรรมสร้างได้ต้องวิเคราะห์สาเหตุ..." จากท่านอ. JJ Ico256ค่ะ