ณ บ้านพัก ขอนแก่น

วันอังคารที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

                พอตั้งใจกับตนเองกับการหายใจ ก็เจอบททดสอบให้แทบล้มพับ  งานที่ตั้งใจไว้ถูกแทรกแซง โทสะมันพุ่งปรี๊ดเลยค่ะครู แรงมาก พอพึ่งลมหายใจได้ โทสะเบาลง หันไปค่อย ๆเจรจาผสานกับการระงับอารมณ์อย่างอดทน ภาพคล้าย ๆกับว่า

“ต้นไม้มันกำลังค่อย ๆเติบโต เหมือนติ๋วนั่งมองต้นไม้ ดูแลประคบประหงม แล้วกำลังมองเห็นคนถือกาน้ำร้อนจะมาทางต้นไม้นั้น ครานี้ก็อยู่ที่กำลังสติปัญญาว่า จะเจรจาให้ผู้ถือกา ไม่เทน้ำร้อนออกจากกา รดต้นไม้ หรือขาดสติจนไปผลักคนถือกาน้ำร้อน ทั้ง ๆที่เขาไม่ได้ทำอะไร”

พอเจรจาเสร็จแม้จะมีอารมณ์ปน ๆ อยู่ ทำให้ไม่ค่อยมีปัญญาค่ะครู แต่พอเหตุการณ์ผ่านไป เดิน ๆอยู่ก็นึกขึ้นมาได้ว่า “เอ....ก็เป็นไปอย่างที่ตั้งใจตั้งแต่ต้น เพียงคนถือกาเข้ามาทดสอบ แค่เดินผ่านมาแล้วก็ผ่านไป”

เช้านี้ติ๋วมีบรรยายไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับนักเรียนชั้น ม.๔/๑ ร.ร.สาวัตถี ประมาณ สามสิบกว่าคน ดูเหมือนอะไร ๆ ก็ติดขัดไปหมด พี่หัวหน้าว่าจะไปด้วย แต่พอถึงเวลาท่านไม่แจ้งทีมว่าไปด้วยไม่ได้ ปล่อยให้ทีมรอ รถที่จะไปก็ดูติดขัด โทสะสาดแรงมากค่ะครู ศีลข้อ ๑ เหมือนโดนทะลวง แต่พอมานั่งบนรถ หายใจไปเรื่อย ๆ  ตามลมตั้งแต่อัดแน่น จนค่อย ๆ ลึกยาว แล้วก็ นิ่ง ไม่คิด ไม่คาดหวัง รู้สึกเบา เหมือนได้รีเซ็ตตนเองก่อนสอนน้อง ๆ พอถึง ร.ร. ปรากฏว่า “เรามาช้ากว่าเวลานัด ๑ ชั่วโมง” ศีลข้อ ๑ เบียดเบียนน้อง ๆ และอาจารย์ปล่อยให้เขารอ และ ศีล ๔ ด่างพร้อยพูดแล้วทำไม่ได้ตามที่พูด

พอถึงสถานที่จัดแจง ตั้งใจกับตนเองว่า “ใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พูดง่าย ๆ ทำให้เข้าใจและจดจำได้ ปลูกฝังความดีงามแห่งจิตใจ” ติ๋วสอนน้อง ๆ เรื่องชุดทดสอบ steroids ในยาแผนโบราณค่ะครู แต่ตั้งใจให้น้องเรียนรู้เรื่อง steroids ไปด้วย อธิบายด้วย การมองว่า “ทำอย่างไรจึงจะสื่อสารให้น้องเข้าใจได้มากที่สุด” ได้เรียนรู้กับตนเองว่า “วิธีการมองแบบนี้ทำให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดในสมอง ออกมาอย่างน่าทึ่ง เช่น หาคำสั้น ๆ มาเรียงร้อย เกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากพิษของ steroids มองภาพเห็นเป็น mind map ของเนื้อหาที่จะถ่ายทอด” การมองแบบนี้ทำให้เห็นความรู้สึกประทับใจที่ได้ทำเต็มที่ค่ะ เหมือนทำเสร็จตั้งแต่ตอนคิด พอลงมือทำเองก็เลื่อนไหลไปตามรูปแบบ ไม่ได้เป๊ะ แต่ก็ไม่หลุดจากสิ่งที่ตั้งใจ การได้ถ่ายทอดให้น้อง ๆ ความตั้งใจความเข้าใจของทุกคน เหมือนกระจกสะท้อนความตั้งใจแห่งตน มีความอิ่มใจ โผล่มาพร้อมกับความรู้สึกว่า “ฉันเก่งค่ะครู” แม้จะเบาแต่ก็รู้สึกว่า “มันมี” การตอบสนองของน้อง ๆ เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย แล้วก็เหมือนน้อง ๆเข้ามาสอนติ๋วว่า “เมื่อตั้งใจเต็มที่แล้ว ก็ไม่ต้องกังวล เมื่อตั้งใจถ่ายทอดสมาธิจะเกิดขึ้น ณ ขณะถ่ายทอด สิ่งรบกวนไม่ปรากฏ”  รับรู้กับตนเองว่า “ก่อนขึ้นบรรยาย คลื่นรบกวนเยอะมากค่ะครู แต่พอค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ ถ่ายทอด แล้วก็เลื่อนไหล คลื่นรบกวนหายไปเอง แบบไม่ต้องพยายามกำจัด เพียงแค่ตั้งใจทำหน้าที่ตรงหน้าค่ะ”

การลงสอนน้องวันนี้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ในหมู่บ้านมีการขายยาชุดเยอะ มาก ๆ ตามร้านชำ และใช้กันแบบผิด ๆ อยู่เยอะ” ไม่มีเด็กคนไหนที่ไม่รู้จักยาชุด เหมือนเจอโจทย์ต่อไปว่า “ต้องทำอะไร” ติ๋วก็ไม่รู้ว่า “ทำไมต้องมาทำหน้าที่นี้ค่ะครู ทำไมต้องมาสอนเด็ก ๆ รู้แต่เพียงว่า ต้องมา พอเจอปัญหา ก็ต่อยอดการแก้ไขไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าจะจบงานวันไหน เหมือนยิ่งทำงาน ยิ่งก้าวเข้าไปในชุมชน ยิ่งรู้สึกว่า มีอะไรที่ต้องรีบทำ เยอะแยะ อย่ารอ ให้ใครสั่ง หรือ นโยบายลงมา หากเจอปัญหา แล้วพอแก้ไขได้ ก็ทำเลย ทำตามกำลังที่มี มีน้อยก็ทำน้อย ค่อย ๆทำไป เมื่อไหร่มีมากก็ทำมากตามกำลังสติปัญญา”

เพราะมีต้นแบบของการทำงานคือ ครู ก่อนลงจากรถ

ติ๋วระลึกน้อมกราบครูด้วยศรัทธาแห่งหัวใจ.....รักและเคารพครูค่ะ