จดหมายถึงลูก "ภัคร" ฉบับที่ 3

 

 

 

"จดหมายถึงลูก "ภัคร" ฉบับที่ 3"

 

            เมื่อวานนี้ วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 "พี่ภัคร" กลับบ้านเพื่อมาสอบสัมภาษณ์เรียนต่อปริญญาโท สาขา "คติชน" ที่ ม.น.  เรียบร้อยแล้วก็ต้องขึ้นรถทัวร์กลับ กทม. เพื่อฝึกงานต่อที่กรมศิลปากร  "ภัคร" ใช้เวลาฝึกงานที่กรมศิลปากร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554..."พี่ภัคร" โทรศัพท์มาบอกแม่เมื่อตอนสาย ๆ ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 ว่า "พี่ภัคร" ถึง กทม. ประมาณตีสอง...แล้วเหมือนกับว่าจะมีเรื่องคุยกับแม่อีก...ติดที่แม่กำลังสอบสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ประจำตามสัญญา  ตำแหน่งบรรณารักษ์ สังกัดสำนักงานประสานจัดการบัณฑิตอยู่..."พี่ภัคร" จึงไม่ยอมพูดต่อ...เพราะเห็นว่าแม่มีงานที่จะต้องปฏิบัติอยู่...

             พอเวลาประมาณ 12.00 น. "พี่ภัคร" โทรศัพท์มาอีก...บอกแม่ว่า "ว่างหรือไม่"...แม่ก็ตอบว่า "แม่ว่างแล้ว...มีอะไรรึ?..."  "พี่ภัคร" บอกแม่ว่า "พี่ภัครสอบเรียนต่อปริญญาโทติดแล้ว...ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ภาคปกติ)...ซึ่งรับเข้าศึกษาต่อเพียง 5 คน..."พี่ภัคร" ติด 1 ใน 5..." ซึ่งตอนแรกนั้น "พี่ภัคร" บอกว่า "พี่ภัคร" ก็ติดเอกคติชน ของ ม.น. แล้ว...แต่เนื่องจากยังไม่ประทับใจในสาขาที่จะเรียนเท่าไหร่...ในความคิดของ"พี่ภัคร" บอกแม่ว่า "พี่ภัคร" ต้องการที่จะเรียนต่อที่ ม.ศิลปากร เป็นอันดับแรก ถ้าไม่ได้ "พี่ภัคร" จะขอเรียนต่อที่ ม.เกษตรศาสตร์ สาขาวรรณคดีไทย คณะมนุษยศาสตร์...ซึ่งแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร...บอกว่าตามใจ...แต่ครั้งนี้ ม.เกษตรศาสตร์ติดแล้ว ก็ขอรอฟังผลการสอบของ ม.ศิลปากร อีกครึ้งหนึ่ง...ถ้าไม่ติด ก็จะขอเลือกเรียนที่ ม.เกษตรศาสตร์..."ภัคร"บอกแม่ว่า ม.ศิลปากรจะประกาศผลในวันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 นี้...

              แต่  "พี่ภัคร" กลัวว่า "พ่อเร" จะไม่ให้ไปเรียนที่ ม.เกษตรศาสตร์ เนื่องจากว่า "พ่อเร" บอกว่า เรียนที่ ม.น. ใกล้บ้านดี...แต่ "แม่" ไม่เห็นด้วย..ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของ "พี่ภัคร" ดีกว่า เพราะเราไม่ได้ไปเรียนกับเขา การบังคับใจลูก "แม่" ว่าไม่ดี ซึ่ง..."พ่อเร" ก็ตามใจ ไม่ได้ว่าแล้วแต่ความสมัครใจของลูก...และแล้วพี่ภัครก็ต้องรอฟังผลสอบจาก ม.ศิลปากร ก่อนจึงจะตัดสินใจได้ว่าได้ศึกษาต่อที่ไหนแน่...แม่ก็ขอเอาใจช่วย "พี่ภัคร" ก็แล้วกัน...ในความคิดของ "พี่ภัคร" ห่วง "น้องเพรียง" ต้องการให้น้องเรียนได้อย่างกับที่ "พี่ภัคร" เรียน...แต่ความที่ครอบครัวเรามีปัญหาในเรื่องการยุบตำแหน่งของ "พ่อเร + แม่" จึงทำให้ "น้องเพรียง" ต้องมีปัญหา... แม่บอก "พี่ภัคร" ว่า น้องเพรียงไม่สามารถเรียนในระบบได้...ก็ไม่เป็นไร (ไม่ได้ปลอบหรือเข้าข้างตนเอง)... ให้น้องเพรียงเรียนต่อนอกระบบก็ได้ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยเปิดมากมายที่ "น้องเพรียง" สามารถเรียนต่อได้อีก ถ้าน้องมีความรับผิดชอบในตัวเองมากกว่านี้...น้องก็จะรู้ตัวเอง...

               แม้แต่ ถ้าน้องเพรียงไม่เรียนก็ไม่เป็นไร...ที่นา ของเราก็พอมีอยู่ในระดับหนึ่ง...เมื่อ "พี่ภัคร" ไปทำงานแล้ว ใครจะดูแลที่นาของครอบครัวเรา ถ้า "น้องเพรียง" ไม่เรียน... เอาไว้เรียนนอกระบบก็ได้ แล้วก็ดูแลที่นาของเราให้แทนก็ได้...ต่อไปพวกป้า พวกอา แก่ลง ใครจะดูแล ไร่ นา ซึ่งเป็นสมบัติของญาติพ่อ เพราะพวกป้า อา ก็ไม่มีครอบครัวกัน...ตอนนี้ น้องยังไม่รู้ เพราะสมองน้องรับกับการศึกษาในระบบไม่ได้แล้ว เนื่องจากไม่ชอบให้ใครมาบังคับ...แม่บอก "พี่ภัคร"ว่า ไม่ใช่ปลอบใจ...แต่ก็เป็นความจริงว่า...ปัจจุบันการเรียนรู้ไม่ใช่มีแต่ในห้องเรียนเท่านั้น...ข้างนอกห้องมีเยอะแยะ  มากมาย ยิ่งนอกห้องเรียน นั่นคือ "ประสบการณ์ชีวิต" ไง...แต่แม่ว่า "น้องเพรียง" แกร่งในเรื่องของการใช้ชีวิตกับโลกภายนอก...อาจจะมากกว่า "พี่ภัคร" ก็ได้...แม่ก็ภูมิใจในตัวหนูน่ะ ว่าสามารถคว้า "เกียรตินิยมอันดับ 1" มาได้...เหมือนแม่มีหนูเป็นตัวแทนของลูก ๆ ที่สามารถทำได้...และก็ทำได้ดีเสียด้วย...เหมือนกับจะเรียนแทนน้องซึ่งทำไม่ได้เช่นกับ "พี่ภัคร"...ตั้งใจเรียนให้จบปริญญาโท - เอกให้ได้...แล้วอย่าลืมว่า!...เมื่อมีความรู้แล้ว สิ่งหนึ่งที่เมื่อเจ้าได้ดี มีงานทำ อย่าลืม!..."น้องเพรียง"...เพราะอย่างไรแล้ว เรามีกันเพียงสองคนพี่น้องเท่านั้น...ถึงน้องไม่ได้เรียนและทำไม่ได้อย่าง "พี่ภัคร" ก็ใช่ว่าน้องจะไม่ดี... เพียงแต่เราต้องให้โอกาสน้อง สักวันน้องเรียนนอกระบบ ก็อาจนำมาเป็นพื้นฐานความรู้เท่านั้น...

             "แต่สิ่งหนึ่งที่จะอยู่กับตัวลูก ๆ นั่นคือ...ความรู้จากประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์ในการทำงานมากกว่า...ทำอย่างไร? ลูก ๆ ถึงจะต่อสู้กับชีวิตและอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้นั่นเอง..."

 

ผลการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา ระดับปริญญาโท

ประจำภาคต้น ปีการศึกษา 2554

สาขาวิชาวรรณคดีไทย คณะมนุษยศาสตร์ 

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

...ไฟล์ด้านล่างนี้...

http://gotoknow.org/file/bussayamas2554/puckpol111.PDF

 

 

 

 

 

 

"พี่ภัคร"

 

 

 

 

"ไม่น่าเชื่อว่า..."พี่ภัคร" ได้บวชเป็นพระมาแล้วนะเนี่ย!!!!!..."

 

 

 การที่หนูได้บวชมาแล้ว...ทำให้หนูเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี...

ใช้หลักธรรมะในการดำเนินชีวิต...เกิดความรับผิดชอบ ชั่ว - ดี ได้ไง

 

 

 รู้ว่าการกระทำใด...ดี - ไม่ดี...ซึ่งสามารถนำมาใช้กับการดำเนินชีวิต

ของตนเองได้...

สิ่งนี้แหล่ะ!!!...ที่แม่ต้องการเห็น...และให้เกิดในตัวของลูกไง...

 

 

บางครั้ง...แม่ทราบว่า เวลาหนูจะพูดกับใครในแง่ของธรรมะ...

แม่ว่าก็เป็นสิ่งที่ดี...แต่ให้เลือกพูด คุย กับคนที่เข้าใจเราด้วย

เพราะถ้าพูดกับคนที่เขาไม่เปิดใจรับแล้ว...แม่บอกได้เลยว่า....

"ป่วยการที่เราจะไปพูดด้วย...สู้พูดกับคนที่เขาเปิดใจ

ยอมรับเราดีกว่า"...

 

 

"พี่ภัคร" จะชอบไปเที่ยวที่จังหวัดสุโขทัย...

เหมือนตัวหนูผูกพันกับที่นั่น...จึงเป็นสาเหตุที่หนูเลือกเรียน

วิชาภาษาไทยไง...

 

 

โครงการวัฒนธรรมสัญจร “วรรณคดีศึกษา สุโขทัย :

รุ่งอรุณแห่งวรรณกรรมลายลักษณ์”

 

วันเสาร์ที่ ๑๕– วันอาทิตย์ที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔

ณ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิษณุโลก

จัดโดย สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

 

 

 

 

"พี่ภัคร" ถ่ายรูปร่วมกับท่านรองอธิบดีกรมศิลปากร

(นายบวรเวท รุ่งรุจี)

 

 

 

"พี่ภัคร"  ถ่ายรูปร่วมกับศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ  ณ นคร...

ก่อนวันสุดท้ายที่จะฝึกงานเสร็จ...