วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2554
พวกเราชื่นชมความเป็นตัวตนของเชียงคานจนหนำใจ เกือบบ่ายโมงกว่า ๆ ท้องเริ่มร้อนและหิวจัด ถามแม่ว่า หิวยัง แม่บอกว่า หิวแล้ว พวกเรากลัวน้ำตาลแม่จะเริ่มต่ำ จนหอบหิ้วกันขึ้นรถ เพื่อไปทานอาหารริมโขง ที่แก่งคุดคู้
แก่งคุดคู้ ผู้คนเยอะมากเช่นเคย ร้านค้าเนืองแน่นขึ้น หลายร้านยังเหมือนเดิม ที่แปลกหูแปลกตา คือ มีร้านค้าขายไอเดียเพิ่มมากขึ้น เช่น ร้านบริการส่งโปสการ์ด วาดรูป และขายของที่ระลึก เช่น ไม้กวาด กะลามะพร้าว
มะพร้าวแก้วที่นี้ อร่อยไม่เป็นสองรองใครเลยในโลกครับ
ฟ้าคราม...มวลเมฆ...แก่งคุดคู้ เป้นสิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุด
ขนาดแม่สายตาไม่ค่อยมองเห้นชัดเจน (เบาหวานขึ้นตา) ยังชมว่า ท้องฟ้าที่นี้กระจ่าง ที่เป็นแผ่นใหญ่จัง และมวลเมฆที่เป็นชั้น ๆ เหมือนสวรรค์วิมานชั้นฟ้า
ท้องฟ้า...สายน้ำ ของสองแผ่นดิน ไทย - ลาว ที่ยังคงไปมาหาสุ่กัน อย่างมิตรสหาย
แค่สายน้ำที่กั้นความเป็นชาติ แต่พวกเรายังเป้นสิ่งมีชีวิต เป้นคน ที่มีเลือดเนื้อ และความรัก
อย่าเอากะสุนมาพรากสายสัมพันธ์ที่งดงามระหว่างกัน ระหว่างชาติ เหมือนเหตุการณ์ที่พื้นที่อื่น ๆ บนแผ่นไทย และแผ่นดินอื่นบนโลก กำลังปะทุขึ้น
พวกเราอยู่บนโลกเดียวกัน ถ้าเสี้ยวหนึ่งของโลกเดือดร้อน...ทุกข์ระทม
พวกเราจะมีหน้ายิ้มร่าเบิกบานได้อย่างไร ?


สวัสดีค่ะคุณหมออิสาน
มาส่งความระลึกถึง อ่านแล้วอิ่มเอมเช่นเคย
คิดถึงแก่งคุดคู้ ประทับใจ เมืองไทยเราสวยงาม
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ