ค่ายนิสิตจิตอาสา

 ตอนนี้ผู้เขียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ขอเขียนต่อจากบันทึกนี้นะครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(5 กพ.2554) ได้ไปทำค่ายปันน้ำใจ…สู้น้องโรงเรียนหนองตาเดช กับนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ฯ

 

  

  นิสิตไปประมาณ 30 คน ผู้เขียนเลยสั่งซื้อของจากลูกศิษย์ที่อยู่อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 80 กล่อง เพราะต้องการเผื่อคุณครูและนักเรียนที่โรงเรียนด้วย ลูกศิษย์เก่าที่เป็นครูโรงเรียนหนองปรือพิทยาคมก็ดีเหลือเกิน จัดผลไม้เป็นมะละกอ ข้าวต้มมัดและข้าวโพดให้ด้วย (ชอบใจที่ลูกศิษย์ใช้ผลไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น)

 

 

 

 ตอนเดินทางนั้นไม่ไกลเท่าไร แต่เมื่อไปถึงที่โรงเรียนอากาศค่อนข้างเย็นมาก ท่านผอ.วิเชียรและคุณครูออกมาต้อนรับ นิสิตมีการวางแผนที่เป็นระบบ แบ่งงานออกเป็นสามส่วนคือ การจัดป้ายนิเทศ การลงทะเบียนหนังสือห้องสมุดที่ใช้เวลานาน ทาสีสนามเด็กเล่น และอีกทีมที่เป็นทีมสุดท้ายไปทาสีสนามวอลเล่ย์บอล

 

 

  เมื่อแต่ละทีมจัดการงานของตัวเองที่ได้รับผิดชอบเรียบร้อยแล้วก็มาช่วยกันลงทะเบียนหนังสือ จัดหนังสือเข้าชั้น (ผู้เขียนเองอยากให้โรงเรียนได้ชั้นหนังสือใหม่จังเลย) เนื่องจากชั้นหนังสือเป็นไม้ต่อเอง กล้วยไข่ เอาหนังสือไปวางไม้ชั้นหนังสือตกลงมา ฮาเลย

 

 

  ตอนพักกลางวันนิสิต ครูที่โรงเรียน ท่านผอ.วิเชียรของโรงเรียนบ้านหนองตาเดช และ ผอ.สรศักดิ์ ครูเก่าผู้เขียนได้มาเยี่ยมและพูดคุยกับนิสิตเรื่องการบริหารโรงเรียนและชวนนิสิตมาฝึกสอนที่โรงเรียน (นิสิตบอกว่าอยากมาฝึกสอน แต่ว่า กลัวไม่มีอาจารย์มานิเทศ ฮา)

 

 

 

 

  ท่านอาจารย์ชูวิทย์ จากคณะศึกษาศาสตร์ฯก็ตามมาเยี่ยมนิสิต เนื่องจากอาจารย์เป็นที่ปรึกษาโครงการของนิสิต มาให้กำลังใจนิสิตในการจัดกิจกรรม

 

  ผู้เขียนเองประทับใจคำถามของนิสิต ตอนถามครูเรื่องการเรียนการสอน เรื่องการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ว่าจะทำอย่างไรให้นักเรียนจำคำศัพท์ได้ การใช้สื่ออิเลกโทรนิคในด้านการเรียนการสอน  ปัญหาของการสอนในระดับอนุบาล(เนื่องจากนิสิตกำลังไปสังเกตการณ์สอนในระดับนี้อยู่)

 

 

นั่งทานข้าวไปด้วย คุยกันเรื่องการเรียนการสอน การศึกษาไปด้วย

นางฟ้าใจดีแจกเสื้อผ้าให้เด็กๆ

 

 ผู้เขียนเห็นเด็กผู้ชาย เอาเสื้อผ้า ผู้หญิงไปด้วย เลยถามว่า :หนูเป็นผู้ชายเอาเสื้อผ้าผู้หญิงไปทำไมครับ

 

เด็กน้อยตอบผู้เขียนโดยไม่ต้องคิดเลยว่า : เอาไปให้แม่ครับ (โหน้ำใจ)

 

 นี้ถ้านิสิตได้เข้าค่ายค้างคืนที่โรงเรียนผู้เขียนคาดว่า นิสิตจะได้พูดคุยกับครูอาจารย์ ท่านผอ.วิเชียรและผอ.สรศักดิ์มากกว่านี้

 

นิสิตบริจาคเงินให้ท่านผอ.วิเชียร

 

  สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจมากในการมาค่ายครั้งนี้คือ นิสิตได้รู้จักการแบ่งปัน ได้เห็นสภาพจริงของการเรียนการสอน ไม่ใช่คิดว่า โรงเรียนจะมีทุกๆสิ่งพร้อมเหมือนกับโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย นิสิตจะได้ไม่อยู่บนหอคอนงาช้าง ได้เรียนรู้สภาพจริงเรื่องการศึกษาในสังคมบ้านเรา ผู้เขียนเองเป็นเพียงครูตัวเล็กๆในมหาวิทยาลัย ทำได้เพียงแค่นี้ก็ดีใจแล้ว อาร์มเขียนบอกว่า วันจันทร์นิสิตมีสอบ 3 วิชาแต่ไม่มีใครบ่นเหนื่อยสักคน

 

ภาพรวม

 

   แต่ตอนอยู่บนรถก็คงเหมือนตอนมา เข้าใจว่านิสิตตื่นเช้าเกินไปบางคนตื่นตีสอง ตีสามเพื่อโทรปลุกเพื่อน ตอนเดินทางกลับสภาพการเดินทางบนรถก็เป็นแบบนี้

 

 

  สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้เขียนได้พบกับครูเก่า           คือท่านผอ.สรศักดิ์ ไสยะหุต เป็นครูเก่าสอนผู้เขียนสมัยประถมศึกษาที่จังหวัดกาญจนบุรี ท่านมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาชื่อ โรงเรียนหนองปรือพิทยาคม ท่านอุตส่าห์แวะมาเยี่ยมพวกเราและชวนนิสิตไปฝึกสอนที่โรงเรียน

 

ผอ.สรศักดิ์ ไสยะหุต ผอ.โรงเรียนมัธยมศึกษาชื่อ โรงเรียนหนองปรือพิทยาคม(ครูเก่าผมๆ)

 

 คนหนึ่งที่ผู้เขียนได้พบคือ ลูกศิษย์เก่าผู้เขียนเอง สมัยผู้เขียนสอนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษา เจ้าโอ๊ต คนที่เห็นในภาพตัวเล็กมาก

 

 

 

(แต่ตอนนี้ตัวใหญ่กว่าผู้เขียน )  จำได้ว่าในสมัยที่สอนเคยตามมาบ้านเจ้าโอ๊ต เนื่องจากนักเรียน(เจ้าโอ๊ต)ขาดเรียนหลายวันเพราะมีปัญหาทางครอบครัวต้องทำงานทั้งหมดในไร่เองเพราะพ่อเพิ่งเสียชีวิต ในตอนนั้น ผู้เขียนจำได้ว่าฝนตกหนัก แถมผู้เขียนขับรถมอเตอร์ไซด์ด้วย โรงเรียนมัธยมศึกษาที่เคยสอนอยู่ไกลคนละอำเภอจากบ้านเจ้าโอ๊ตมาก ตอนนี้เจ้าโอ๊ตลูกสองคนแล้ว (ครูก็อิจฉาลูกศิษย์เล็กๆนะเนี่ย) ดีใจที่ลูกศิษย์ได้ดีแล้วแวะมาเยี่ยม(ท่าทางสมเป็นเถ้าแก่ไร่อ้อย ฮา)

 

  ผู้เขียนมีความภูมิใจที่ได้ฝึกนิสิตในปัจจุบัน ถึงแม้นว่าจะเพียงน้อยนิดก็พอใจแล้ว ได้พบกับครูเก่า ได้พบกับลูกศิษย์เป็นความภาคภูมิใจเล็กๆของคนเป็นครู

 

 

  ตอนเดินทางกลับ พบนิสิตเดินเท้าเปล่า จำได้ว่าเป็นนิสิตเอกพละฯ โดนสีหกใส่รองเท้า ฮาเลย( ต่อไปเข้าค่ายจะได้ไม่ใส่รองเท้าแพงๆมา ฮ่าๆ)

 

 

 

 ตอนนี้ผู้เขียนอยากเห็นมหาวิทยาลัยที่มีทรัพยากรบุคลที่มีคุณภาพ มีความรู้ช่วยกันดูแลโรงเรียนมัธยมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษามีพลังบุคลากรและงบประมาณ ทรัพยากรบุคลช่วยกันดูแลโรงเรียนประถมศึกษาต่อไป  ใครเห็นด้วยกับความคิดนี้ยกมือขึ้น  ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…

 

 

 

  ขอบคุณผู้ใหญ่ใจทุกๆท่านในบันทึกนี้ครับนี้ในบันทึกนี้  ตามไปอ่านต่อบันทึกอาร์มนะครับ...

 

 บันทึกของกล้วยไข่บันทึกที่ 1

บันทึกของกล้วยไข่บันทึกที่ 2