ห่อหมกสูตรพื้นเมืองโบราณ อดุมไปด้วยสมุนไพร ไม่ใส่กะทิ
ห่อหมกปลาสูตรพื้นเมืองที่ผมจะนำเสนอในบันทึกนี้ เป็นห่อหมกสูตรพื้นเมืองโบราณ อดุมไปด้วยสมุนไพร ไม่ใส่กะทิครับ ขั้นตอนการทำก็คล้ายๆ กับแกงคั่วทูนที่ผมได้นำเสนอไปเมื่อบันทึกที่แล้วนี้ (http://gotoknow.org/blog/attawutc/423340) คือมีส่วนประกอบหลักๆ 3 ส่วน คือส่วนที่เป็นเนื้อสัตว์ ส่วนเครื่องแกง และส่วนที่เป็นผักต่างๆ

ส่วนที่เป็นเนื้อสัตว์ เราจะใช้ปลาอะไรก็ได้ ถ้าได้ปลาประเภทปลาหนัง เช่น ปลาบึก ปลาคัง จะดีมาก แต่วันนั้นงบประมาณมีน้อย ปลาดังกล่าวราคาค่อนข้างแพง จึงได้แค่ปลานิลตัวเขื่องมาดังภาพกิโลละแค่ 70 บาทเอง ได้ปลามาก็เอามาแล่แยกเนื้อหัวก้างออกเป็นส่วนๆ ส่วนที่เป็นหัวและก้างนั้นไม่ได้ทิ้งครับ แยกปรุงทำอีกชุด ความคิดผมน่าจะอร่อยกว่าห่อหมกที่มีเนื้อล้วนๆ ด้วยซ้ำเพราะได้ความนัว (กลมกล่อมจากกระดูก) และได้อารมณ์ในการดูดแทะก้างและหัวปลาด้วย

ส่วนที่เป็นเครื่องแกงก็ไม่มีอะไรมาก มีเพียงแค่ ข่า ตะไคร้ หอมแดง พริกและเกลือเท่านั้นเอง ขั้นตอนวิธีการตำเครื่องแกงก็ไม่มีอะไรยุ่งยากนำข่าและตะไคร้มาซอยให้ละเอียดก่อนนำไปตำเพื่อที่จะทำให้ตำได้ละเอียดง่ายขึ้น เมื่องตำข่ากับตะไคร้จนละเอียดแล้ว จากนั้นใส่หอมและพริกลงไปตำรวมกันให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันเหยาะเกลือลงไปซักเล็กน้อย สูตรนี้เราจะเน้นหอมแดงมากหน่อยเพราะความหวานของหอมแดงจะทำให้รสดีขึ้น

ส่วนที่ลืมไม่ได้สำหรับการทำห่อหมกสูตรนี้คือ “ข้าวเบือ” นั่นเอง เพราะจะทำให้ห่อหมกมีน้ำที่นัวข้นเหนียวกลมกล่อม วิธีการทำข้าวเบือเริ่มต้นด้วยการแช่ข้าวเหนียวให้ ”ไหน่” (แช่ให้ข้าวนิ่ม) เสียก่อน เหมือนกับการแช่ข้าวเพื่อที่จะนำไปนึ่ง (รายละเอียดของคำว่า “ไหน่” ผมได้เขียนไว้ที่ “เคล็ดลับการนึ่งข้าวเหนียว Tacit Knowledge ของภูมิปัญญาบรรพบุรุษ” : http://gotoknow.org/blog/attawutc/406464) จากนั้นก็เทน้ำออกทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำเล็กน้อยแล้วน้ำมาตำให้ละเอียดก็จะได้ข้าวเบือที่มีลักษณะเป็นแป้งข้าวเหนียวออกมา การนำข้าวเบือไปใช้เราจะใช้เฉพาะส่วนที่เป็นน้ำแป้งเท่านั้น จะไม่นำเมล็ดข้าวที่ไม่ละเอียดใส่เข้าไปด้วย ดังนั้นจึงนำแป้งข้าวเบือที่ตำละเอียดแล้ว ไปละลายน้ำแล้วเทเอาเฉพาะน้ำแป้งเท่านั้น

ข้าวเบือ
ขั้นตอนการปรุงรสห่อหมก เริ่มด้วยการนำปลาที่ได้แล่จัดไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากับเครื่องแกงที่ได้ตำไว้และน้ำข้าวเบือปรุงรสด้วยน้ำปลาและปลาร้า ในส่วนของปลาร้าถ้าใครไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ได้ ใส่ผักพื้นเมืองเพื่อดับกลิ่นคาวและเพิ่มความหอมของห่อหมกด้วย ผักชีลาว ผักคาดหัวแหวน และใบแมงลัก ผักทั้งสามชนิดนี้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาใส่รวมกันกับห่อหมกจะเข้ากันได้ดีมาก การทำห่อหมกนี้ถ้าเราไม่แน่ใจในรสชาติ จะต้องลองชิมตอนที่ยังดิบๆ อยู่เสียก่อน เมื่อแน่ใจในรสชาติแล้วจึงนำไปห่อด้วยใบตองแล้วนำไปนึ่งให้สุก

ใบแมงลัก ผักคาดหัวแหวน และผักชีลาว
ขั้นตอนการห่อใบตองเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความใส่ใจค่อนข้างมากเสียหน่อย เริ่มจากใบตองเอง ถ้าเป็นใบตองกล้วยตานีจะดีมากเพราะใบจะเหนียวและมีกลิ่นหอม เมื่อริดใบออกจากก้านแล้วเราจะไม่ล้าง เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดฝุ่นออกและใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาดก็พอแล้ว การห่อเริ่มด้วยการตักปลาที่ปรุงไว้แล้วใส่ไปประมาณ 2-3 ชิ้น รวมทั้งน้ำปรุงด้วย เสร็จแล้วห่อให้มิดทั้งหัวท้าย กลัดด้วยไม้กลัดให้อยู่เป็นห่อสามเหลี่ยม เสร็จแล้วนำไปใส่ลังถึงนึ่ง โดยใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที เสร็จแล้วแกะออกกินกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยร้อนๆ และผักนึ่ง


การทำห่อหมกแบบพื้นเมืองโบราณนี้ สามารถนำไปใช้ได้กับปลาทุกชนิด หรืออาจจะนำเนื้อสัตว์อะไรก็ได้ที่หามาได้ เช่น นก กบ ปลาไหล หนู ลองไปทำดูนะครับ

มาชมตำราห่อหมกโบราณ
ความแตกต่างอยู่ที่ใส่น้ำข้าวเบือ น้าปลาร้า
สมัยนี้ตีไข่ผสมลงไปด้วย
คุณเป็นผู้ชายที่เก่งเรื่องเข้าครัวนะคะ หายาก
ที่บ้านมีแต่ลูกชาย ก็ไม่เห็นจะสนใจเรื่องทำกับข้าว
ว่างๆ จะลองทำ เพราะชอบกินห่อหมก เป็นเมนูที่ดี ปลอดไขมันค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณคุณ nana งาน พสว.ศอ.8 และคุณพี่คิม นพวรรณ มากๆ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ แกงหน่อไม้ดองที่บ้านผมเรียกแกงหน่อไม้ส้มครับ เอามาทำแกงเผ็ดก็อร่อยนะครับ